ดร.บวร ปภัสราทร

ดูบทความทั้งหมด

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประจำคอลัมน์ "ก้าวไกล วิสัยทัศน์"

3 กุมภาพันธ์ 2563
161

ถูกด่าในเครือข่ายสังคม

ไม่มีใครที่ทำงานแล้วไม่เคยถูกด่า เพียงแต่สมัยก่อน ใครจะด่าใครกระทำได้ในวงจำกัดด่ากันแล้วก็มีคนรู้คนทราบเฉพาะที่อยู่ในที่ทำงานเดียวกัน

แต่วันนี้เครือข่ายสังคมมีใช้กันอย่างกว้างขวางเป็นผลให้ใครจะด่าใครสักคน ไม่ได้จำกัดวงอยู่เฉพาะในพื้นที่ใกล้เคียงกันแต่มีโอกาสที่จะกระจายไปในเครือข่ายสังคมอย่างกว้างขวางได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นใครจะด่าใครผ่านเครือข่ายสังคม ต้องตระหนักว่า คำด่า คำนินทา จะกระจายเกินเลยกว่าที่จะตามไปแก้ไขความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกครั้งที่คิดว่าจะด่าใครสักคนผ่านเครือข่ายสังคมให้คิดก่อนว่าถ้าต้องตามไปแก้ไขคำด่าคำนินทานั้นหลังจากพบความจริงที่แตกต่างไปจากที่เคยพบ ก่อนจะด่าใครสักคนเราจะทำได้ครอบคลุมครบถ้วนเพิ่มเติมจากขีดเขียนคำแก้ไขป่าวประกาศเฉพาะในกลุ่มเครือข่ายสังคมที่เป็นจุดตั้งต้นของคำด่าหรือไม่ ขอเน้นว่าต้องตระหนักไว้เสมอว่าคำด่าคำนินทานั้นใครๆ ก็ส่งต่อได้และส่งต่อได้ในแทบทุกช่องทางของเครือข่ายสังคม และเราตามไปแก้ไขได้ไม่ครบถ้วนแน่ๆ ดังนั้นอย่าด่าเพราะอารมณ์ชั่ววูบ

สำหรับใครที่ถูกด่าถูกนินทาผ่านเครือข่ายสังคม อย่าเริ่มต้นโต้ตอบด้วยการด่ากลับ ลองวิเคราะห์ด้วยความอดกลั้นว่าเหตุที่เขาด่ามานั้นเป็นจริงเป็นจังมากแค่ไหน เป็นเหตุที่ทำให้ไม่พออกพอใจอะไร หรือไม่ถ้ามีเหตุให้เกิดความไม่พออกพอใจจริงๆ ลองใช้เครื่องมือวิเคราะห์สถิติของเครือข่ายสังคมตรวจจับดูว่า คำด่าในทำนองเดียวกันนั้นมีมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีเหตุจริงๆ สถิติที่ได้จากเครื่องมือวิเคราะห์เครือข่ายสังคมจะยืนยันได้อย่างชัดเจน สถิติจะบอกว่าปริมาณและความถี่ของคำด่าคำนินทานั้นมีสูงแค่ไหน ถ้าท่านเป็นผู้บริหารในวันนี้จะปิดหูปิดตาไม่หาความรู้เรื่องการวิเคราะห์เครือข่ายสังคมไม่ได้ไม่เช่นนั้น ท่านจะปวดหัวกับคำด่าคำนินทาที่เป็นแค่คำหยาบคายที่ปราศจากที่มาที่ไปด่าอย่างหยาบคายเพื่อความสะใจที่ได้ทำอะไรสักอย่าง ซึ่งมีเพียงไม่กี่ราย เมื่อเทียบกับผู้ใช้เครือข่ายสังคมที่เกี่ยวข้องกับเราที่อาจมีจำนวนเป็นแสนเป็นล้าน โปรดใช้เครื่องมือวิเคราะห์เครือข่ายสังคมวิเคราะห์ให้ชัดๆ ก่อนว่ามีเหตุที่เกิดความไม่พอใจจริง จึงนำไปสู่การด่าในเครือข่ายสังคมหรือไม่ จะได้แก้ที่เหตุไม่เสียเวลาไปกับการตอบโต้ที่อาจขยายวงการด่ากันนั้นให้กว้างขวางออกไปอีก

ถ้าเป็นเครือข่ายสังคมขององค์กรแล้วมีใครมาด่าตรงนั้น ไม่ควรเร่งร้อนลบข้อความที่เป็นคำด่านั้นออกไป หรือรีบบล็อคไม่ให้คนนั้นเข้ามาเขียนอะไรเพิ่มเติมอีกเพราะลบไปแล้วเดี่ยวก็มีมาใหม่บล็อกชื่อนี้ เดี๋ยวก็มีชื่อใหม่เข้ามาด่าได้ใหม่ ถ้ามั่นใจว่าเป็นคำด่าที่มีเหตุจริงอย่าตอบโต้ว่าเป็นคำด่าที่ไม่เป็นจริงหรือโต้ตอบว่าเป็นการใส่ร้ายป้ายสี แต่กำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้รับหน้าที่ตอบสนองต่อคำด่านั้นๆด่าประเด็นไหนต้องกำหนดไว้เลยว่าประเด็นนั้นใครมีหน้าที่ตอบว่าจะทำอย่างไรเพื่อแก้ไขเรื่องนั้นเพื่อให้ไม่มีการยกระดับความสำคัญของคำด่านั้นด่าเรื่องบริการประธานบริษัทรีบมาตอบอาจแปลความได้ว่า ทั้งบริษัทมีปัญหาเรื่องบริการ ดังนั้นควรจัดการตอบสนองให้สอดคล้องกับระดับความสำคัญของเรื่องที่ด่านั้นเริ่มตั้งแต่ระดับผู้ทำงานผู้จัดการไล่ไปจนกระทั่งถึงระดับผู้บริหารสูงสุดด่าเรื่องยุทธศาสตร์หรือนโยบายผู้บริหารจึงค่อยมาแสดงบทบาทคนด่ามักด่าไล่ไปถึงผู้บริหารเสมอแต่ประเด็นเล็กประเด็นน้อยผู้บริหารระดับสูงคงไม่ลงลึกไปทุกเรื่องทุกระดับ แต่มักถูกด่าเป็นประจำถ้ามีนโยบายไว้ชัดเจนว่าด่าแค่ไหนเรื่องไหนใครต้องตอบคำด่าเรื่องเล็กก็จะไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระดับสูงอาจต้องแสดงบทบาท แม้ว่าจะเป็นเรื่องในระดับปฏิบัติที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนโยบายหรือกลยุทธ์แต่เป็นเรื่องที่มีผลกระทบทางอารมณ์สูง กระทบความน่าเชื่อถือสูง เป็นเรื่องเล็กที่ผู้บริหารระดับสูงต้องมารับมือในเครือข่ายสังคมด้วยตนเอง แต่ต้องมาด้วยการเป็นตัวแทนขององค์กรไม่ใช่มาตอบโต้ให้กับตนเอง

ถูกด่าเป็นเรื่องธรรมดาของคนทำงานไม่ว่าจะไปด่าที่ไหนก็ตามไม่จำเป็นต้องไปจองล้างจองผลาญกันในเครือข่ายสังคม

 

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.บวร ปภัสราทร

แชร์ข่าว :
Tags: