จันทร์เพ็ญ จันทนา

ดูบทความทั้งหมด

ผู้อํานวยการ ผู้บริหารสาย Website & Digital Content Management ธนาคารไทยพาณิชย์ จํากัด (มหาชน)

30 มกราคม 2563
315

ก่อนจะมือลั่น ให้ชีวิตใครสั่นไหว  

โลกที่หมุนไว ทำให้สมาชิกในสังคมเราส่วนใหญ่ กลายเป็นคนคิดเร็วพูดเร็วมากขึ้น โดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม

บางครั้งเป็นการพูดแบบไม่ได้ใคร่ครวญให้ถ้วนถี่ จึงเกิดบทสนทนาแบบขวานผ่าซากขึ้นบ่อยๆ และไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ ขวานนั้น อาจผ่าไปถึงหัวใจใครเข้าให้แล้ว !

ถ้าเป็นการพูดแบบออฟไลน์ สื่อสารบั่นทอนหัวใจแค่คนตรงหน้า ความเจ็บ ก็จะอยู่แค่คนๆ นั้น แต่ถ้าเป็นวิธีออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการพูด การโพสต์ หรือการแชร์ ผลของการกระทำนั้น ย่อมทวีรุนแรงแสลงใจผู้คนได้ในวงกว้าง โดยความกว้าง อาจจะขยายไปถึงขนาดที่เราคิดไม่ถึง เรียกว่า ไม่ต้องเป็นคนรู้จัก ก็มีสิทธิ์รู้สึกเจ็บได้เหมือนกัน

พฤติกรรมการพูดและโพสต์แบบโพล่งๆ เป็นการใช้อารมณ์นำเหตุผล ทำให้ชีวิตใครหลายคนลำบากลำบนมานักต่อนัก เช่น การโพสต์ตอนที่มีอารมณ์โกรธ ก็กลายเป็นหลักฐานชั้นดีที่ความเดือดร้อนสะท้อนกลับมาที่ตัวผู้โพสต์เอง แทบจะต้องปิดบัญชีโซเชียลมีเดียหนีกันเลยทีเดียว ยิ่งเรื่องการแชร์ผิด ชีวิตเปลี่ยน ก็มีตัวอย่างให้เห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพียงแต่ว่าชีวิตที่เปลี่ยนนั้น เป็นชีวิตใคร ตัวคนโพสต์เอง ตัวคนแชร์ หรือตัวคนที่อยู่ในเรื่องราวที่แชร์นั้น

ตัวอย่างเร็วๆ นี้ที่เห็นได้ชัดคือกรณีข่าวสะเทือนขวัญคดีปล้นร้านทองและคร่าชีวิตคนที่ห้างโรบินสัน จ.ลพบุรีนั้น กว่าจะมีการจับผู้ร้ายตัวจริงที่เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนได้ ก็ทำให้ชีวิตของผู้บริสุทธิ์หลายคนต้องแปดเปื้อน อันเนื่องมาจากการกระแสโซเชียลที่แชร์กันสนั่นจอ เพียงเพราะมีใครซักคนหยอดข้อมูลมาว่าคนนั้นคนนี้เป็นผู้ต้องสงสัย ยังไม่ทันได้สอบสวนทวนความ ก็มีการแชร์หรือส่งต่อทันที ซึ่งดูไป คล้ายเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรม FOMO ที่ย่อมาจาก Fear of Missing Out กลัวหลุดกระแส กลัวการตกข่าว หรือกลัวการเป็นคนไม่สำคัญ

พฤติกรรมนี้ดูจะพบเห็นได้มากขึ้นในคนรอบๆ ตัวเรา ความใจร้อน เช็คมือถือตลอดเวลา เสพติดการอัพเดทข่าวสาร จากการรับรู้ นำมาสู่การรีบส่งต่อ เพื่อที่จะบอกใครๆ ว่าเราหูไวตาไว เป็นคนแรกๆ ที่รู้เรื่องนั้นๆ ก่อนใคร อินไซต์สุดๆ ชื่นชอบความเร็ว และทนไม่ได้ ที่จะให้ใครมาบอกว่าตัวเองเป็นคนเชื่องช้า

จริงๆ แล้ว รู้ช้า แต่ว่ารู้ของจริง อาจดีกว่ารู้แบบไม่ตรวจสอบแล้วรีบกระจายต่อ จนนำมาซึ่งการทำร้ายผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว และการทำร้ายกันบนออนไลน์นั้น มีความ สาหัสสากรรจ์เกินกว่าที่คนคลิกจะคิด” เพราะทุกสิ่งที่อยู่บนดิจิพิภพ จะอยู่ตลอดไป ชั่วกัลปาวสาน ต่อให้แก้ข่าวกันชั่วชีวิตก็แก้ไม่หมด และแม้ชีวิตคนๆ หนึ่งจะสิ้นลงแล้ว ลูกหลานเหลนโหลนก็ยังต้องรับช่วงชะตากรรมคำพิพากษาต่อไป เพราะเรา Google เมื่อไร ก็ยังเจอข้อมูล มือที่ลั่นไวนั้น อาจมีอานุภาพดั่งปืน ทุกภาพและตัวอักษรที่ร่อนบนออนไลน์ เป็นกระสุนปืนที่ปลิดชีวิต ทำลายจิตใจคนได้อย่างไม่อาจประมาณได้...

หยุดคิด ก่อนคลิก ก่อนกระสุนนั้น จะทำร้ายจิตใจหรือฆ่าใคร!

 

ดูบทความทั้งหมดของ จันทร์เพ็ญ จันทนา

แชร์ข่าว :
Tags: