รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์

ดูบทความทั้งหมด

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ "มองมุมใหม่"

15 ตุลาคม 2562
443

Youtubers กับ TikTokers

ก่อน YouTube ถือกำเนิดขึ้นมาในปี 2005 ไม่เคยมีใครในโลกนี้รู้จักกับอาชีพ YouTubers มาก่อน

และเชื่อว่าสำหรับหลายๆ ท่านก็เพิ่งมาคุ้นเคยกับคำว่า YouTubers เมื่อไม่นานมานี้ ปัจจุบันการเป็น YouTubers กลายเป็นหนึ่งในอาชีพในฝันของคนรุ่นใหม่ อีกทั้ง บรรดาดาราและบุคคลผู้มีชื่อเสียงหลายๆ ท่านในประเทศไทยก็ผันตัวเองมาเป็น YouTubers กัน สาเหตุหลักๆ นอกจากการที่ YouTube กลายเป็นช่องทางที่คนเสพกันมากที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญคือเรื่องรายได้

ในต่างประเทศมีการประมาณการณ์รายได้ต่อปี ในปี 2018 ของบรรดา YouTubers ระดับโลกไว้หลายคน อาทิเช่น Logan Paul อยู่ที่ $14.5 ล้าน หรือ PewDiePie อยู่ที่ $15.5 ล้าน หรือเด็กอายุ 8 ขวบอย่าง Ryan ToysReview อยู่ที่ $22 ล้าน YouTubers ที่ทำรายได้เยอะๆ จำนวนมากจะอยู่ในวงการเกม นั้นคือเล่นเกมผ่านทาง YouTube ให้คนเข้าไปดู หรือ บางคนก็เพียงแค่แชร์สิ่งที่ตัวเองชอบและถนัด อย่างเช่น การสอนการแต่งหน้า หรือ การรีวิวของเด็กเล่น เป็นต้น

อย่างไรก็ดี YouTube และ YouTubers ก็กำลังเผชิญกับคู่แข่งสำคัญที่ปัจจุบันได้กลายเป็น app ใน iPhone ที่มีการดาวน์โหลดมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในสหรัฐ นั้นคือ TikTok โดยที่วัยรุ่นไทยนั้นจะคุ้นเคยกับ TikTok มาพอสมควร แต่ปัจจุบันกำลังกลายเป็นกระแสโด่งดังอยู่ในสหรัฐ ถึงขั้นที่ Google ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ YouTube กำลังพิจารณาว่าจะเข้าไปซื้อแอพชื่อ Firework ซึ่งเป็นคู่แข่งของ TikTok มาไว้เพื่อสู้กับ TikTok โดยเฉพาะ

สำหรับท่านที่ไม่คุ้นเคยนั้น TikTok เป็นแอพที่ไว้แชร์คลิปวิดีโอสั้นๆ ผ่านทาง Platform ของเขา โดยคลิปเหล่านี้มักจะมีเพลงประกอบและเป็นคลิปสั้นๆ ที่มีทั้งตลก น่ารัก แปลก ฯลฯ โดย TikTok นั้นเป็นของบริษัทจากประเทศจีน ชื่อ ByteDance โดย CEO ของ ByteDance อายุเพียง 35 ปีและมีพื้นฐานเป็นวิศวกรซอฟแวร์มาก่อน ผลิตภัณฑ์ของ ByteDance นั้นก็มีหลากหลาย อาทิ FlipChat ที่พยายามแข่งกับ WeChat เป็นต้น และบริษัทได้รับการประเมินมูลค่าอยู่ที่ $75,000 ล้าน และถือเป็นบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนที่มีมูลค่าสูงที่สุดบริษัทหนึ่งของโลก

เมื่อปี 2016 ByteDance ได้ออกแอพที่เป็นแหล่งแชร์คลิปสั้นๆ ชื่อว่า Douyin และประสบความสำเร็จมากในประเทศจีน (ภายใน 1 ปี มีคนเข้าใช้ 100 ล้านคนและ มี 1,000 ล้าน คลิปวิวต่อวัน) หลังจากนั้นในปี 2017 ก็ได้ขยาย Douyin ออกไปนอกประเทศจีน โดยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น TikTok และถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งในประเทศต่างๆ ในเอเซีย (รวมทั้งประเทศไทย)

ในช่วงเวลาเดียวกันก็มีแอพอีกตัวหนึ่งที่ทำงานคล้ายๆ กันและเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในสหรัฐนั้นคือ musical.ly และในช่วงปลายปี 2017 ทาง ByteDance ก็เข้าไปซื้อ musical.ly ในราคา $1,000 ล้าน และหลังจากนั้นอีกปี ก็ผนวก musical.ly เข้าสู่ TikTok ได้สำเร็จ และประสบความสำเร็จอย่างสูงในปีที่แล้วและปีนี้

จากความสำเร็จของ TikTok ทำให้เริ่มเกิดอาชีพใหม่ขึ้นมาแข่งกับ YouTubers นั้นคือ TikTokers ซึ่งอาจจะยังไม่สามารถสร้างกระแสและสร้างรายได้เหมือนดังเช่น YouTubers แต่ก็กลายเป็นอีกทางเลือกและช่องทางหนึ่งของหลายๆ คน โดย TikTokers นั้นจะต้องเริ่มจากการทำให้คนอื่นๆ เข้ามา Follow ตัวเองให้เยอะๆ ก่อน จากนั้นจึงจะได้รับการยอมรับให้เป็น Influencers และเริ่มมีรายได้เข้ามา

รายได้ของ TikTokers นั้นจะไม่ใช่การขายโฆษณาในรายการของตัวเอง (เนื่องจากคลิปใน TikTok มีระยะเวลาที่สั้น) แต่จะเป็นในรูปแบบการได้รับเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรม การรับขายของหรือโฆษณาผ่านทางคลิปของตนเอง รวมทั้งการโปรโมตร่วมกับช่องทางสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ ของตนเอง

ต้องคอยดูต่อไปนะครับว่าในประเทศไทยนั้น TikTokers จะสามารถกลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเป็น Influencers เหมือน YouTubers ได้หรือไม่ แต่ขอย้ำว่าจากหลายๆ แหล่งข่าวที่รวบรวมมา (และจากประสบการณ์ของตนเองกับ TikTok) ระบุชัดเจนว่า TikTok นั้นเป็นแอพสำหรับวัยรุ่นนะครับ

 

ดูบทความทั้งหมดของ รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์

แชร์ข่าว :
Tags: