ลึกกว่าข่าว

ดูบทความทั้งหมด

นิภาวรรณ แก้วรากมุกข์

25 กันยายน 2562
553

พปชร.-พท. “ดูด”...ลามย้ายพรรค?

วิวาทะ “ดูด ส.ส.” ระหว่างพรรคใหญ่ขั้วตรงข้าม “พลังประชารัฐ” และ “เพื่อไทย” สะท้อนปัญหา “ลึก” กว่าการช่วงชิงเสียง เพื่อแก้ปัญหารัฐบาลปริ่มน้ำ

แม้ที่ผ่านมาจะมีแค่การ ยืมเสียงแก้ปัญหาในสภาฯเฉพาะหน้า โดยว่ากันทีละชอต แต่สถานการณ์ยามนี้ ส่อเค้าจะไปไกลกว่าเดิม เมื่อกระแส“ดูด ส.ส.” วนกลับมาอีก จนว่ากันว่า “ดีล” อาจข้ามขั้นไปถึง “ดูดย้ายสังกัด”

เอาเข้าจริงแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่า สองพรรคใหญ่ต่างก็มีปัญหาเสถียรภาพในพรรคแทบไม่ต่างกัน เพราะองคาพยพที่มีสารพัดก๊ก และที่สำคัญที่สุดคือ สภาพ ไร้ผู้นำที่ยึดโยงเอกภาพ ส.ส.ไม่ได้

 พลังประชารัฐ ต้องการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กระแสยังดี แถมมีกองทัพหนุน ขึ้นมาเป็นผู้นำพรรค เพราะเห็นความมั่นคงในอนาคต(รัฐบาล)ที่ยาวนาน ตราบที่รัฐธรรมนูญยังให้ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ ได้

แต่ถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ก้าวเข้ามาเต็มตัว แต่ก็รู้กันดีว่า พี่ใหญ่อย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งมีทั้งอำนาจ บารมี ครบเครื่อง ก็เปรียบเสมือนตัวแทน ทำหน้าที่บริหารจัดการ ทั้งคน ทั้งทุน ทำให้สภาพภายในพลังประชารัฐ แน่นแฟ้นกว่าเพื่อไทย

ขณะที่เพื่อไทย ในยามที่ ไร้ตัวแทนสายตรง” ตระกูลชินวัตร เข้ามาเป็นผู้นำ สภาพจึงไม่ต่างกับพรรคแตก ต่างคนต่างอยู่ ต่างเอาตัวรอด

ถึงแม้ คุณหญิงหน่อย สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ที่มีบทบาทเป็นผู้นำอย่างไม่เป็นทางการมาระยะหนึ่ง ก็ยังไม่สามารถ “เอาอยู่”

โดยมีเสียงสะท้อนถึงการบริหารจัดการ ที่สมาชิกระดับหัวแถว ยันท้ายแถวรู้สึกว่า ในพรรคยังมีสภาพ อำนาจกระจุก อยู่ในกลุ่มคนใกล้ชิดคุณหญิงหน่อย ส.ส.แต่ละภาค ไม่ได้มีสิทธิ มีเสียง มีส่วนรวมในพรรคอย่างแท้จริง อีกทั้ง อดีตแกนนำในระนาบ “กลุ่มคนใกล้ชิดทักษิณ” ก็เหมือนอยู่คนละขั้วกับคุณหญิง 

เหล่านี้ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ สภาพภายในเพื่อไทย แตกกระสานซ่านเซ็น จนดูไร้เอกภาพอย่างที่ควรจะเป็น โดยต่างคนต่างพยายาม "ขึ้นตรงกับเจ้าของพรรค" 

อีกทั้งบางส่วนก็ยังสิ้นหวัง จากบทเรียนคดีความจากนโยบายรัฐบาลเดิม อย่าง“จำนำข้าว” ที่ “อดีต รมต.บุญทรง” ต้องติดคุกอย่างโดดเดี่ยว

บริบทการเมืองในยุคดิสรัปชั่นเหล่านี้ จึงไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมาย ที่การ "ดูด ส.ส." เปลี่ยนขั้ว มีโอกาสเกิดขึ้นได้

ในเมื่อยุคนี้ ก็ได้เห็นปรากฎการณ์ ฝ่ายรัฐบาลอิสระอย่าง 2 พรรคเล็ก “พิเชษฐ สถิรชวาล-ดำรงค์ พิเดช” หรือฝ่ายค้าน(แอบ)อิสระ อย่าง“เศรษฐกิจใหม่” และการยุบเลิกพรรคตัวเองไปเสียบพรรคใหญ่ อย่าง“ไพบูลย์ นิติตะวัน” ... จนเริ่มชาชินกันแล้ว!

 

ดูบทความทั้งหมดของ ลึกกว่าข่าว

แชร์ข่าว :
Tags: