กมลวรรณ จินตรัตน์

ดูบทความทั้งหมด

นักเขียนและนักสื่อสารผู้สนใจประเด็นทางสังคมทั้งในและต่างประเทศ

28 มิถุนายน 2562
1,870

พม.กับบทบาทเคลื่อน “พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม”

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านทุกท่าน ฉบับนี้ดิฉันมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการส่งเสริมกิจการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise ในบ้านเรามาฝากกันค่ะ

นั่นคือหลังจากที่พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. 2562 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2562 ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ก็ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise - SE) ตามนโยบายกิจการเพื่อสังคมของรัฐบาล โดยบูรณาการการทำงานระหว่างภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ให้เข้ามามีส่วนร่วมในรูปแบบของ "กิจการเพื่อสังคม เพื่อการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน โดยนำผลกำไรไปลงทุนกับมนุษย์และสังคม และล่าสุดหลังได้จัดการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ในวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีความคืบหน้าล่าสุดในประเด็นที่สำคัญ 3 เรื่อง ดังนี้

1) การกำหนดให้คณะกรรมการสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ตามพระราชบัญญัตินี้ชั่วคราว จนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา 15 (3) ซึ่งจะต้องแต่งตั้งให้แล้วเสร็จ ภายใน 90 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

2) การจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือ และพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคม และกลุ่มกิจการเพื่อสังคมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เรียกโดยย่อว่า "สวส.” หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า "Office of Social Enterprise Promotion” หรือ "OSEP” ตั้งอยู่ ณ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร หมายเลขโทรศัพท์ 02 659 6473 / 02 659 6475 และ อีเมล์ [email protected]

3) หลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ซึ่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะมาจากนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวน 8 คน ได้แก่ ผู้ประกอบกิจการวิสาหกิจเพื่อสังคมหรือกลุ่มกิจการเพื่อสังคม 3 คน ผู้ปฏิบัติงานในภาคเอกชน 3 คน และผู้ทรงคุณวุฒิอื่น 2 คน ที่มาจากหลากหลายสาขาด้วยกัน โดยผู้ปฏิบัติงานในภาคเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นจะต้องมาจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเงิน ด้านการลงทุน ด้านกฎหมาย ด้านสื่อสารมวลชน ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา ด้านพัฒนาสังคม ด้านการตลาด หรือด้านการออกแบบ

ปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม กล่าวว่า สำหรับปี 2562 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ มีความมุ่งหวังและพร้อมขับเคลื่อนวิสาหกิจเพื่อสังคมในประเทศไทยให้มีก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยให้การสนับสนุน เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ และสร้างการรับรู้ให้วิสาหกิจเพื่อสังคม เป็นที่รู้จักในวงกว้าง รวมทั้งบูรณาการสร้างความตระหนักให้ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในรูปแบบของ "กิจการเพื่อสังคม”

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ผลักดันมาตรการจูงใจทางด้านภาษีและสิทธิประโยชน์อื่นๆ เพื่อให้ภาคเอกชนหันมาลงทุนในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคมมากยิ่งขึ้น ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี เป็นการแก้ไขปัญหาสังคมและพัฒนาประเทศไทยอย่างเป็นองค์รวมในทุกมิติ เพื่อนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

นับเป็นอีกข่าวสารความคืบหน้าที่เป็นข่าวดีของผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคมไทย ที่จากนี้ไปน่าจะเริ่มมองเห็นแนวทางการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมจากภาครัฐออกมาเรื่อยๆ ค่ะ

 

ดูบทความทั้งหมดของ กมลวรรณ จินตรัตน์

แชร์ข่าว :
Tags: