ASEAN Insight

ดูบทความทั้งหมด

โดย... สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

13 มิถุนายน 2562
807

ขบวนการศาสนา-ชาตินิยมในเมียนมา

ข่าวการประกาศจับพระวีระธู ในประเทศเมียนมา เมื่อปลายเดือน พ.ค.2562 เป็นเรื่องน่าสนใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับขบวนการศาสนา-ชาตินิยม

ที่ก่อให้เกิดความแตกแยกและความเกลียดชังระหว่างคนต่างศาสนาที่อยู่ในชาติเดียวกัน อะไรคือเงื่อนไขของการเกิดขบวนการ และแนวทางแบบใดที่จะลดความขัดแย้งและส่งเสริมให้กลุ่มศาสนาที่หลากหลายอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติและสร้างสรรค์

พระวีราธูเป็นใคร ชื่อวิราธู ซึ่งแปลว่าทหารกล้าเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางมากกว่าชื่อจริง พระคุณท่านเกิดเมื่อปี 2511 ที่เมืองจอเซ ใกล้เมืองมัณฑะเลย์ บวชตั้งแต่อายุได้ 14 ปี ฉายาที่ถูกเรียกโดยสื่อ เช่น บินลาดินของพม่า หรือพระคลั่งชาตินิยม สะท้อนจุดยืนที่ต่อต้านกลุ่มคนมุสลิมอย่างแข็งกร้าว

ในปี 2544 พระวีราธู ตั้งกลุ่มที่มีชื่อว่า 969 ซึ่งเป็นตัวเลขแทนพระพุทธคุณ 9 ประการ พระธรรมคุณ 6 ประการ และพระสังฆคุณ 9 ประการ ใช้เป็นสัญลักษณ์ของชุมชนพุทธที่ยึดมั่นในพระรัตนตรัยเพื่อประชันกับตัวเลข 786 ซึ่งเป็นตัวเลขศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม มีการพ่นชื่อหรือติดสติกเกอร์ 969 ตามตึกรามบ้านช่อง มัสยิด รถยนต์และแท็กซี่ อย่างแพร่หลาย แต่ต่อมาในปี พ.ศ. 2546 พระวีราธู ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 25 ปี จากคำสอนที่มุ่งโจมตีศาสนาอิสลาม และถูกปล่อยในอีก 9 ปีต่อมา

ในปี พ.ศ. 2558 พระวีราธู ได้ร่วมก่อตั้งขบวนการใหม่ชื่อ มาบาธา เป็นชื่อย่อภาษาพม่าที่แปลว่า องค์กรพิทักษ์เชื้อชาติและศาสนา ต่อมาถูกยุบในปี 2560 และตั้งใหม่ในนามของมูลนิธิ Buddha Dhamma Parahita พระวีราธู เป็นพระผู้ใหญ่ประจำวัดมาโซเยน (Masoeyein) ซึ่งเป็นวัดที่สำคัญขนาดใหญ่ของเมืองมัณฑะเลย์ ที่มีพระลูกวัดถึง 2,000 องค์

ขบวนการของพระวีราธูผนวกรวมชาตินิยมกับพุทธศาสนาเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ ชาตินิยม เป็นกระบวนการปลูกฝังจิตสำนึกของการเป็นคนเชื้อชาติเดียวกัน ที่เน้นคุณสมบัติของคนในชาติเดียวกันที่สูงส่งกว่าคนชาติอื่น ทั้งในด้านคุณธรรมและวัฒนธรรม และสร้างภาพของคนอื่นให้เป็นปีศาจชั่วร้ายหรือเป็นฝ่ายอธรรมที่คอยคุกคาม ดังจะเห็นได้จากการฉายภาพความเป็นอื่น ความเลวร้ายที่กลุ่มโรฮิงญามีต่อคนพม่า ผ่านการผลิตสื่อประเภทต่างๆ เช่น แผ่นพับ ซีดีที่มีคำปราศรัยที่รุนแรง การปราศรัยเผยแพร่ทางสื่อดิจิทัล 

อีกทั้งมีการจัดเดินขบวนต่อต้านกลุ่มโรฮิงญาอยู่เป็นประจำ การที่ขบวนการและสื่อของรัฐ เรียกกลุ่มโรฮิงญาว่า เบงกาลีมุสลิม ก็เพื่อเน้นย้ำความเป็นคนอื่นที่ชั่วร้าย ดังคำให้สัมภาษณ์ของพระวีราธูที่ว่า “...คนมุสลิมลักตัวผู้หญิงของเรา ข่มขืนพวกเธอ พวกเขาต้องการครอบครองประเทศของเรา 90% ของมุสลิมในพม่าเป็น... ‘คนเลว และรุนแรง’..” พระวีราธู พยายามตอกย้ำว่า การคุกคามศาสนาคือการคุกคามชาติ กล่าวว่า “...ไม่ใช่ศาสนาของเราเท่านั้นที่ถูกคุกคาม แต่ทั้งประเทศถูกคุกคาม...พุทธศาสนิกชนควรต้องมีสำนึกแบบชาตินิยม พระวีราธูยังเรียกร้องให้ชาวพุทธยุติการซื้อสินค้าจากร้านมุสลิมและไม่ให้แต่งงานกับมุสลิม และเรียกมัสยิดว่า “ฐานทัพของศัตรู”

ขบวนการชาตินิยมที่อ้างอิงถึงศาสนา ก่อให้เกิดการแตกแยก ขัดแย้งและเกลียดชังอย่างลึกซึ้งกว่าขบวนการชาตินิยมที่อ้างอิงถึงจุดร่วมเรื่องเชื้อชาติอย่างเดียว เนื่องจากศาสนาเกี่ยวพันถึงความเชื่อ ความศรัทธา และความศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวพันกับเรื่องอารมณ์ความรู้สึกและความหวัง รัฐใช้พุทธศาสนาในการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติเพราะเป็นการสร้าง “ความเป็นหนึ่งเดียวผ่านอำนาจนำ” (unity through hegemony)

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเคลื่อนไหวของขบวนการศาสนาชาตินิยมที่นำโดยพระวีราธู นำไปสู่ความรุนแรงและความเสียหายอย่างใหญ่หลวง เช่นในช่วงปี 2555-2556 บ้าน 8,600 หลัง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของคนมุสลิม ใน 6 เมืองของรัฐยะไข่ถูกทำลาย มีคนเสียชีวิต 192 คน มัสยิด 32 แห่ง วัดพุทธ 22 แห่งถูกเผาทำลาย และผู้คนกว่าหนึ่งแสนคนต้องหนีภัย ที่เมืองเมถิลา การปะทะ เข่นฆ่าและเผาทำลาย ทำให้มีคนเสียชีวิต 44 คน คน 12,000 คนต้องหนีออกจากพื้นที่

การดำรงอยู่ของขบวนการศาสนาชาตินิยม มีความสัมพันธ์กับระบบการเมืองและอำนาจรัฐอย่างชัดเจน ขบวนการ 969 ออกมาเคลื่อนไหวในช่วงที่รัฐบาลเมียนมามีอำนาจเบ็ดเสร็จ เบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนจากปัญหาที่รัฐลิดรอนสิทธิเสรีภาพ เป็นปัญหาการถูกคุกคามโดยกลุ่มโรฮิงญา ดังที่พระวีราธูย้ำว่า “การดูแลรักษาศาสนาและเชื้อชาติของเราสำคัญมากกว่าประชาธิปไตย” รัฐมนตรีกระทรวงการศาสนาในสมัยนั้นกล่าวชื่นชมว่า “คำเทศนาของวีราธูเป็นการส่งเสริมความรักและความเข้าใจระหว่างศาสนา เป็นไปไม่ได้ที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงทางศาสนา... 969 เป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ”

เมื่อการเมืองมีการเปลี่ยนแปลง พระวีราธูหันมาโจมตีรัฐบาลของนางอองซานซูจี เรื่องการคอรัปชั่นและการร่วมมือกับคนมุสลิม เรียกร้องให้นางอองซานซูจีลาออก ก็นำมาซึ่งการประกาศจับพระวีราธูในข้อหาทำให้เกิดความเกลียดชังและการหมิ่นประมาทนางอองซานซูจีและรัฐบาล ซึ่งชี้ให้เห็นชัดว่าการดำรงอยู่ของขบวนการศาสนา-ชาตินิยมขึ้นอยู่กับว่ารัฐได้ประโยชน์อย่างไร 

 โดย... 

ขวัญชีวัน บัวแดง

นักวิจัย ฝ่าย 1 สำนักงานคณะกรรมการวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม สกสว.

ดูบทความทั้งหมดของ ASEAN Insight

แชร์ข่าว :
Tags: