Inside India

ดูบทความทั้งหมด

เชษฐ์ธิดา กิตติ์ชัยวัชร์ เลขานุการเอก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี

22 พฤษภาคม 2562
9,229

ทำความรู้จัก “OYO” ธุรกิจห้องพักในอินเดีย

อุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของธุรกิจภาคบริการของอินเดีย โดยนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2543 – ธันวาคม 2561

ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวในอินเดียในได้ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ (Foreign Direct Investment-FDI) แล้วถึง 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงไม่น่าแปลกใจที่ธุรกิจห้องพักของ OYO จะเติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกัน 

OYO คืออะไร

OYO ย่อมาจากคำว่า On Your Own ถือกำเนิดขึ้นจากการตั้งโรงแรม 1 แห่งในอินเดียในปี 2556 จนเติบโตกลายเป็นเครือข่ายธุรกิจห้องพักและโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียที่มีห้องพักกว่า 173,000 ห้อง ปัจจุบัน OYO ดำเนินธุรกิจโดยการขายแบรนด์แบบแฟรนชายส์ และมีอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าในกว่า 500 เมือง ครอบคลุม 10 ประเทศทั่วโลก

ธุรกิจของ OYO คือการจัดสรรห้องพักในโรงแรมในเครือข่ายของ OYO ให้แก่ลูกค้าผ่านระบบออนไลน์ โดยห้องพักภายใต้แบรนด์ OYO จะมีมาตรฐานการให้บริการที่สม่ำเสมอ ราคาประหยัด เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่มีงบประมาณปานกลาง และมี Application ที่ดีในการติดต่อกับลูกค้า ด้วยภาพรวมการให้บริการที่มีมาตรฐานซึ่งเป็นสิ่งที่ยังหาได้ยากในอินเดีย จึงทำให้บริการของ OYO เป็นที่ติดอกติดใจนักท่องเที่ยวผู้รับบริการไปทั่วโลก 

ทำความรู้จักโครงสร้างธุรกิจของ OYO

OYO เริ่มต้นธุรกิจด้วยการเป็นผู้ประสานงานจัดหาห้องพัก (aggregator) โดยร่วมมือกับโรงแรมที่มีห้องพักคุณภาพดีและให้บริการดี โดยทำสัญญาร่วมกับโรงแรมนั้น ๆ เพื่อให้ OYO สามารถเข้าไปพัฒนาโครงสร้างและคุณภาพของห้องพักให้ได้มาตรฐานและมีดีไซน์สวยงามตามแบบฉบับ OYO ส่วนเข้าของโรงแรมจะต้องพัฒนาการให้บริการให้ได้มาตรฐานตามแนวทางของOYO เช่นกัน โดย OYO จะกำหนดแนวทางการบริการ เครื่องแบบพนักงาน และราคาค่าห้องพักให้เหมาะสมพร้อมทั้งการันตีรายได้ให้แก่เจ้าของโรงแรม โดย OYO จะไม่เข้าถือครองอสังหาริมทรัพย์แต่จะเน้นการลงทุนด้วยการทำการตลาด การปรับปรุงคุณภาพห้องพัก และยกระดับการบริหารจัดการให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานของ OYO

กล่าวโดยสรุปจึงเห็นได้ว่า การเริ่มต้นธุรกิจของ OYO ไม่ได้ใช้เงินลงทุนมากนัก แต่มียุทธศาสตร์สำคัญในการนำโรงแรมที่ไม่มีชื่อเสียงมาพัฒนาคุณภาพให้มีมาตรฐานตามแบรนด์ OYO และใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เชื่อมโยงลูกค้าไปสู่โรงแรมนั้น ๆ 

การเติบโต และอนาคตของ OYO

นาย Ritesh Agarwal ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ OYO เชื่อว่าภายในปี 2566 OYO จะก้าวขึ้นเป็นเครือโรงแรมขนาดใหญ่ที่สุดของโลก โดยเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา OYO ได้ประกาศการลงทุน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีต่าง ๆ ของ OYO ต่อไป

สำหรับตลาดอินเดีย OYO สามารถสร้างรายได้เกือบ 11,000 ล้านดอลลาร์จากงบประมาณแรกเริ่มจำนวน 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และปัจจุบัน OYO ยังได้ร่วมธุรกิจกับบริษัทชั้นนำระดับโลกจำนวนมาก อาทิ Grab, DidiChuxing (ธุรกิจคล้าย Grab ในจีน), Airbnb, Lightspeed India, Sequoia Capita, Greenoaks Capital, Hero Enterprise และ China Lodging Group เป็นต้น นอกจากนี้ OYO ยังเริ่มเปิดตลาดใหม่ ๆ ในต่างประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร มาเลเซีย เนปาล อินโดนีเซีย จีน ฟิลิปปินส์ ซาอุดิอารเบีย และญี่ปุ่น จนทำให้ OYO ถูกกล่าวขานว่าเป็นเครือธุรกิจห้องพักและ living space ที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในเอเชีย และล่าสุด OYO ก็ได้เริ่มติดต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของไทย (BOI)เพื่อหารือแนวทางในการดำเนินธุรกิจในไทยด้วยแล้ว

ในอีก 5 ปีข้างหน้า OYO วางแผนทุ่มงบประมาณ 950 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อขยายธุรกิจในแถบเอเชีย โดยวางแผนใช้เงิน 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐในจีน (ปัจจุบัน OYO มีห้องพักในจีนกว่า 270,000 ห้อง) และใช้งบประมาณอีก 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐขยายธุรกิจในอินโดนีเซีย อินเดีย และฟิลิปปินส์ต่อไป ทั้งนี้ OYO ยังวางแผนดำเนินธุรกิจบ้านพร้อมอยู่ดีไซน์สวยงามให้แก่กลุ่มลูกค้าชั้นสูงของญี่ปุ่น โดยได้ร่วมทุนกันบริษัท Yahoo ของญี่ปุ่นแล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา 

ไทยเรียนรู้อะไรจาก OYO บ้าง

การดำเนินธุรกิจของ OYO ในประเทศไทยย่อมเป็นโอกาสที่ดีที่ธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กหรือธุรกิจอหังสาริมทรัพย์ของไทยควรพิจารณา เพราะด้วยโมเดลธุรกิจที่ดีและ platform online ที่เข็มแข็งในการดึงลูกค้าของ OYO ย่อมทำให้ OYO เป็นธุรกิจที่มีอนาคตสดใสในไทยซึ่งเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้ต่อไป

นอกจากนี้ ภาคธุรกิจไทยยังเรียนรู้ได้ว่าธุรกิจห้องพักราคาประหยัดและมีคุณภาพมาตรฐานยังคงเป็นที่ต้องการอย่างยิ่งในตลาดอินเดีย ภาคเอกชนไทยซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านการให้บริการห้องพักและการท่องเที่ยวจึงอาจพิจารณาศักยภาพของตลาดขนาดใหญ่ของอินเดียในสาขานี้ เพื่อนำไปพิจารณาต่อยอดและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในอินเดียได้ต่อไป

 โดย... 

เชษฐ์ธิดา กิตติ์ชัยวัชร์

เลขานุการเอก สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี

ดูบทความทั้งหมดของ Inside India

แชร์ข่าว :
Tags: