ดร.ศุภกร สุนทรกิจ

ดูบทความทั้งหมด

นักวิชาการอิสระ

21 ธันวาคม 2561
3,929

สรุปภาวะการลงทุน 2018

ข้าใกล้ปีใหม่เข้าไปทุกทีแล้วนะครับ ปกติช่วงนี้จะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของทุกๆคน

เราเรี่มเห็นเพื่อนฝูงทั้งในแวดวงธุรกิจ และส่วนตัวเริ่มนำของขวัญปีใหม่เข้ามาแลกเปลี่ยนทักทายกัน แต่ภาวะของการลงทุนดูเหมือนจะยังไม่ส่อเค้าว่าจะมอบของขวัญปีใหม่ที่สดใสให้กับพวกเราเลย ภาวะการลงทุนยังอยู่ท่ามกลางความผันผวนต่อเนื่องยาวนานมากว่าครึ่งปี ใกล้จบปีแล้วเราลองมาสรุปภาพผลตอบแทนจากการลงทุนในปีนี้กันดูว่าออกมาเป็นอย่างไรกันบ้าง

เริ่มจากตลาดหุ้นกันก่อนนะครับปีนี้ ผลตอบแทนโดยรวมของตลาดหุ้นทั่วโลกติดลบถึง 10.8% ซึ่งค่อนข้างสูงมาก โดยตลาดที่ติดลบมากก็คือตลาดเกิดใหม่ที่ติดลบสูงถึง 16.5% ในขณะที่ตลาดหุ้นอเมริกาวัดจากดัชนี S&P500 ติดลบไปเพียง 6.2% หรือหากดูเฉพาะดัชนี NASDAQ100 ติดลบเพียงแค่ 0.8% เท่านั้น นั่นก็แปลว่าหุ้นอเมริกาปีนี้ดีกว่าประเทศอื่นๆ ใช่ครับเพราะยุโรปเองก็ลบไปกว่า 12% ในขณะที่ญี่ปุ่นขาดทุนกว่า 14% แต่ผมอยากให้ท่านผู้อ่านดูตัวเลขผลตอบแทนในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาประกอบด้วยนะครับจะได้เห็นภาพบางอย่างเพิ่มเติม ในช่วง 3 เดือน ผลตอบแทนของตลาดอเมริกาติดลบถึง 14.5% ในขณะที่ตลาดหุ้นของประเทศเกิดใหม่ลบเพียง 6.7% ซึ่งผลออกมาค่อนข้างตรงกันข้ามหรือหมายความว่าหุ้นอเมริกาเพิ่มมาตกหนักๆเอาในช่วงไตรมาสสุดท้ายนั่นเอง ในขณะที่ตลาดหุ้นของบ้านเราก็ติดลบเช่นกันโดยดัชนี SET ของเราติดลบไปกว่า 9% ซึ่งถือว่าดีกว่าผลตอบแทนของตลาดเกิดใหม่โดยรวม เช่นจีนซึ่งปีนี้โดนถล่มค่อนข้างหนักจากทั้งเรื่องของสงครามการค้า และปัญหาอื่นๆทำให้ตลาดหุ้นจีนลบลงมากกว่า 18%

แล้วมีมีตลาดหุ้นใหนที่ดีเลยหรือ มีครับปีนี้ตลาดที่เป็นพระเอกคือตลาดหุ้นที่เหลือในกลุ่ม BRIC ได้แก่บราซิล ซึ่งบวกได้ถึง 12% เพราะผลพวงของการเลือกตั้งประธานาธิบดี และตลาดหุ้นอินเดียที่ยืนหยัดบวกได้ ถึง 7.1% ในขณะที่รัสเซียนั้นแม้จะไม่สามารถบวกได้แต่ก็ติดลบไปเพียงแค่ 4.7% เท่านั้น

ถ้าตลาดหุ้นไม่ดีงั้นปีนี้ตราสารหนี้ต้องดีแน่เลย เปล่าครับปีนี้ตราสารหนี้ก็ไม่ค่อยดีเช่นกัน โดยดัชนีของดัชนีตราสารหนี้โลกปีนี้ปรับตัวลดลง 1.77% ตามทิศทางของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐ แต่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายที่ความกังวลต่อทิศทางของเศรษฐกิจโลก ทำให้นักลงทุนคาดว่าเฟดอาจไม่ขึ้นดอกเบี้ยอย่างรุนแรงเกินไปทำให้ในช่วง 1เดือนที่ผ่านมาผลตอบแทนกลับมาบวกถึง 1.33% ในขณะที่ดัชนีพันธบัตร 1 ปีของไทยเราบวกได้ 1.19 %

แล้วสินทรัพย์อื่นๆเป็นอย่างไรกันบ้าง มาดูสินทรัพย์ที่แย่สุดของปีนี้กันครับ น้ำมันนั่นเองโดยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีของ WTI ลบลงถึง 21.9% แม้โอเปคจะบรรลุข้อตกลงกันได้ก็ตาม ทองคำปีนี้ลบไป 4.6% แต่ผมให้ข้อสังเกตุนะครับว่าช่วงท้ายของปีทองมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ตามการคาดการณ์ว่าเฟดอาจไม่ขึ้นดอกเบี้ยแบบรุนแรงทำให้ดอลล่าร์น่าจะปรับตัวลดลงได้ส่งผลให้ทองคำปรับตัวบวกได้ 3% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

สินทรัพย์อีกตัวที่ท่านผู้อ่านหลายคนถือครองเอาไว้ก้คือ REITs ปีนี้ผลตอบแทนโอเคนะครับ แม้ว่าดัชนีรีทส์โลกจะไม่โอเคก็ตามคือดัชนีรีทส์โลกติดลบนะครับ ถึง 6.4% แต่รีทส์ของบ้านเรายังบวกได้ถึง 6.1% แต่ระวังนะครับเพราะช่วงหลังที่มีความกังวลเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของแบงค์ชาติทำให้การลงทุนในรีทส์ลดความน่าสนใจลงไป โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมารีทส์บ้านเราติดลบไปถึง 4.2% ซึ่ง 2.9% มาเกิดในช่วงเดือนสุดท้าย ไม่เหมือนรีทส์ของญี่ปุ่นซึ่งบวกต่อเนื่องทั้งปี โดยทั้งปีบวกไป 8.1%

นั่นก็เป็นการสรุปภาพรวมของผลตอบแทนของการลงทุนในปีนี้ ซึ่งให่ผลลัพธ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทั้งต่อการรายทุนแบบเดี่ยวๆหรือแบบกระจายการลงทุน แต่ก็ยังถือว่าถ้าใครกระจายการลงทุนไปถึงสินทรัพย์ที่หลากหลายหรือมีการปรับน้ำหนักของพอร์ตการลงทุนได้ถูกต้อง ก็ยังพอประคองเวลท์ของตัวเองให้ไม่บาดเจ็บหรือเติบโตได้

ท้ายสุดนี้ผมก็ขอให้ท่านผู้อ่านทุกๆท่านมีความสุขและโชคดีกับการลงทุนครับ

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.ศุภกร สุนทรกิจ

แชร์ข่าว :