นเรศ เหล่าพรรณราย

ดูบทความทั้งหมด

Chief Operation Officer สต๊อคควอดแรนท์ (ประเทศไทย)

24 มกราคม 2561
1,442

ขบวนรถไฟ Crypto Currency เพิ่งออกจากสถานี

ปี2016ที่ผ่านมาราคาCrypto Currency โดยเฉพาะ Bitcoin ได้ปรับตัวสูงขึ้นเหนือกว่าตลาดหุ้นและสินทรัพย์การลงทุนอื่นๆ

ทำให้กลายเป็นกระแสที่สนใจของคนทั่วไปจากเดิมที่การเทรดสกุลเงินดิจิทัลจะจำกัดอยู่เฉพาะผู้ที่มีความเข้าใจและคอไอทีเท่านั้น ในความคิดของผมปี 2017 เป็นปีที่จุดระเบิดเทคโนโลยี Crypto Currency,ICO และ Blockchain อย่างแท้จริง

ผมได้พูดคุยกับคนในวงการเทคโนโลยีฟินเทคสตาร์ทอัพฯลฯหลายเสียงมองตรงกันว่าขบวนรถไฟนี้มันเพิ่งออกจากชานชลาเท่านั้นจะรอขึ้นขบวนตอนนี้ยังไม่สายเพราะหนทางจากนี้ยังอีกไกลมาก

แม้ว่าเมื่อคืนก่อนเขียนบทความนี้ราคา Crypto Currency จะร่วงหนักทั่วโลกจากข่าวที่ทางการจีนจะเข้ามาปราบเวบไซท์เทรดและแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลหากนับจากจุดสูงสุดราคา Bitcoin ได้ร่วงลงหนักแล้วกว่า 40% แต่ผมมองว่าเป็นเรื่องปกติของสินทรัพย์ที่เกิดใหม่เสถียรภาพของราคาย่อมยังต้องผันผวนไปอีกสักพักจนกว่าจะหาจุดสมดุลที่ลงตัว

กลุ่มคนที่ตื่นเต้นกับกระแส Crypto Currency มากที่สุดดูจะเป็นเทรดเดอร์และนักลงทุนในตลาดหุ้นหลายคนสามารถสร้างผลตอบแทนได้เป็นกอบเป็นกำโดยใช้เงินทุนเพียงเล็กน้อยส่วนตัวมองว่าเป็นสิ่งที่ดีหากรู้จักทำความเข้าใจในสินค้าการลงทุนใหม่ๆแต่ถ้าจะดีควรจะมีความเข้าใจด้วยว่าจุดประสงค์ของการสร้างสกุลเงินดิจิทัลขึ้นมาคืออะไรไม่เช่นนั้นจะเป็นเพียงแค่สินค้าเก็งกำไรพอราคาไม่หวือหวาก็ไร้ความสนใจ

สำหรับกลุ่มฟินเทคและสตาร์ทอัพจะมอง Crypto Currency ในมุมที่ต่างออกไปจากการเป็นสินค้าการลงทุนแต่มองเป็นเทคโนโลยีที่อาจจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกนี้ชนิดที่รวดเร็วและตั้งตัวไม่ทันกระแสการสร้างเหรียญของตัวเองเพื่อทำICOมีมานานหลายปีแล้วและปีที่ผ่านมาเพิ่งจะถูกจุดพลุขึ้นมาในไทยนักการเงินรุ่นอนุรักษ์นิยมหลายรายเริ่มเข้ามาในตลาดนี้

ข่าวที่น่าจะเป็นตัวจุดพลุให้กระแส Crypto Currency,ICO และBlockchain เตรียมเกิดในประเทศไทยอย่างจริงจังคือการเปิดตัว Jfin Coin ของบริษัท JMART เพื่อนำมาใช้ระดมทุนปล่อยกู้ออนไลน์นี่คือตัวอย่างของการระดมทุนในภาคธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ที่สำคัญเป็นการเปิดตัวอย่างโจ่งแจ้งโดยบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

เชื่อได้ว่าจะต้องมีภาคธุรกิจอื่นๆหันมาระดมทุนในรูปแบบดังกล่าวเกิดขึ้นอีกแน่นอนแม้ทางการที่เกี่ยวข้องอย่าง ก.ล.ต จะออกมาเตือนถึงความเสี่ยงในการลงทุนแต่ในตอนนี้ Regulator ยังตามหลังเทคโนโลยีอยู่พอสมควรยากที่จะหยุดยั้งกระแสนี้ได้

อย่างไรก็ตาม แม้การออกเหรียญดิจิทัลของตัวเองจะทำได้โดยง่ายแต่การสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ลงทุนก็มีความสำคัญไม่เช่นนั้นก็จะไม่ต่างอะไรกับหุ้นไอพีโอที่พื้นฐานแย่ถูกเทขายในวันแรกของการเข้าตลาดรอง ท้ายที่สุดผู้ที่เป็น“ตัวจริง”เท่านั้นที่จะสามารถเกาะขบวนรถไฟ Crypto Currency ไปจนถึงเส้นชัยได้

ดูบทความทั้งหมดของ นเรศ เหล่าพรรณราย

แชร์ข่าว :