วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

ประชาธิปไตยแบบ ‘ไทยนิยม’ เป็นเช่นไร

ประชาธิปไตยแบบ ‘ไทยนิยม’ เป็นเช่นไร

นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกเยาวชนไทยใน “วันเด็ก 4.0” ที่ผ่านมาว่าให้ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมกับเสริมว่า

ประชาธิปไตยแบบ ‘ไทยนิยม’ เป็นเช่นไร

“ประเทศไทยเราจะขัดแย้งกันต่อไปไม่ได้อีก ดังนั้นเราจึงต้องมีประชาธิปไตยอยู่แล้ว แต่เป็นประชาธิปไตยแบบไทยนิยม เป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ โดยที่เราต้องไม่ผิดกติกาของคนอื่น แล้วในฐานะที่เราเป็นคนไทยด้วยกัน จะทำอย่างไร ผมก็ได้ แต่ฝากกับพวกเราทุกคน”

ประชาธิปไตยแบบไทย กับประชาธิปไตยแบบไทย ๆ น่าจะเป็นคนละเรื่องกัน

ยิ่ง “ประชาธิปไตยแบบไทยนิยม” ก็ยิ่งจะทำให้ต้องตีความกันอย่างกว้างขวาง

คำว่า “นิยม” อาจจะมาจาก popular ในภาษาอังกฤษซึ่งแปลว่า เป็นที่ชอบอกชอบใจ เป็นที่พอใจ

ทำให้เกิดคำว่า “ประชานิยม” หรือ populism ทางการเมือง ซึ่งเมื่อนำมาใช้ในทางปฏิบัติแล้วก็เกิดการตีความได้ทั้งทางบวก และ ทางลบ เช่นกัน

แต่ “ประชาธิปไตยไทยนิยม” กับ “ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ” เหมือนหรือต่างกันยังไม่มีใครบอกได้ แม้นายกฯประยุทธ์เองก็ไม่ได้ให้ความกระจ่างกับคำพูดของท่านวันนั้น

รู้แต่เพียงว่าท่านนายกฯอธิบายว่า “ประเทศไทยจะแตกแยกกันต่อไปไม่ได้” ก่อนจะเข้าสู่คำว่า “ประชาธิปไตยแบบไทยนิยม”

แปลว่าถ้ามีประชาธิปไตยแบบที่ท่านพูดถึงแล้วคนไทยจะไม่แตกแยกกันอีกต่อไปกระนั้นหรือ

ก็ต้องถามต่อไปอีกว่า “ความเห็นแตกต่าง” กับ “ความขัดแย้ง” เป็นเรื่องเดียวหรือไม่

และ “ไทยนิยม” จะวัดกันตรงไหน

คนไทยนิยมประชาธิปไตยแบบไหน ใครจะเป็นคนกำหนดและตัดสิน

ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ หมายถึงอะไร ๆ ที่สบาย ๆ ไม่จริงจัง ไม่เคร่งครัด มั่ว ๆ กันได้เรื่อย ๆ อย่างนั้นหรือ

ท่านนายกฯบอกว่าไทยต้องมีประชาธิปไตยอยู่แล้ว และต้องไม่ผิดกติกาของคนอื่น นั้นแปลว่าอะไร หมายถึงยังต้องทำแบบประชาธิปไตยของประเทศอื่นด้วย และต้องมีส่วนผสมของไทยด้วยอย่างนั้นหรือ

ต้องถามต่อว่าถ้าเป็นการผสมผสาน ระหว่างประชาธิปไตยแบบตะวันตก และแบบไทย ๆ อย่างไหนจะมีส่วนผสมกี่เปอร์เซ็นต์ และใครจะตัดสินว่าสัดส่วนที่ว่านี้จะจบลงด้วยเป็นแบบ “ไทยนิยม”

ท้ายที่สุด ไม่ว่าเราจะพยายามหาสูตรประชาธิปไตยแบบไหนที่เหมาะสมกับประเทศไทยก็ตาม พื้นฐานแห่งการอยู่ร่วมกันของสังคมที่จะยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับของสมาชิกในสังคม ก็จะต้องเป็นระบอบการปกครองที่มีหลักการสำคัญ ๆ เช่น

ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน

ทุกคนมีสิทธิเลือกคนที่เป็นตัวแทนของตนซึ่งย่อมหมายถึงการเลือกตั้งที่เสรี, เป็นธรรมและโปร่งใสหรือที่เรียกว่า free and fair

เสียงส่วนใหญ่ต้องเคารพเสียงส่วนน้อย

ต้องปราบคอร์รัปชันอย่างจริงจัง

ต้องไม่ใช่ระบบอุปถัมภ์

ต้องไม่ให้ศรีธนญชัยครองเมือง

ต้องไม่ให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งผูกขาดอำนาจและผลประโยชน์ของชาติ

เงื่อนไขเหล่านี้เข้าข่าย “ประชาธิปไตยแบบไทยนิยม” หรือไม่ ผมไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ ๆ คือหากคำว่า “ไทยนิยม” หมายถึงการให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ว่าจะเป็นทหารหรือนักการเมืองหรือกลุ่มผลประโยชน์ใดมีอำนาจครอบงำสังคมเกินระดับอันเหมาะควรโดยปราศจากการตรวจสอบและการถ่วงดุลอำนาจ (checks and balances)

ก็ยืนยันได้ว่าจะถึงกาลล่มสลายได้ในเวลาอันสั้นอย่างแน่นอน

ไม่ว่าจะขนานนามให้ฟังดูไพเราะเพียงใดก็ตาม