วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

ยกหนึ่ง ปูตินให้คิมชนะทรัมป์!

ยกหนึ่ง ปูตินให้คิมชนะทรัมป์!

ผู้นำรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูตินบอกว่า “ยกนี้คิม จองอึนชนะ”

ยกหนึ่ง ปูตินให้คิมชนะทรัมป์!

ผมเห็นด้วยทันทีว่าโดนัลด์ ทรัมป์ แพ้ผู้นำเกาหลีเหนือแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย

ล่าสุดประธานาธิบดีสหรัฐคนนี้บอกว่า “ผมมีความสัมพันธ์อันดีกับคิม จองอึน”

หลังจากที่ยกหูโทรศัพท์ไปคุยกับประธานาธิบดีมูน แจ อิน ของเกาหลีใต้ บอกว่า สหรัฐอาจจะพร้อมเจรจากับเกาหลีเหนือ “ในจังหวะที่เหมาะ และบรรยากาศที่ใช่”

ทรัมป์ยังบอกด้วยว่า ตัวเขาเองก็อาจจะพร้อมเจอกับคิมได้เหมือนกัน ถ้าจังหวะและบรรยากาศดี

ทั้งๆ ที่คิมจองอึนยังไม่ได้แสดงท่าทีพร้อมจะนั่งลงคุยกับอเมริกาเลยแม้แต่แอะเดียว

ทรัมป์เคยประกาศเงื่อนไขมาตลอดว่าอเมริกาจะไม่มีวันพูดคุยกับคิมได้ หากไม่ยอมยุติการทดลองขีปนาวุธและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

คิมยืนยันมาตลอดเช่นกันว่า จะไม่มีวันยอมระงับการสร้างอาวุธร้ายแรง เพราะนั่นเป็นทางเดียวที่จะสกัดไม่ให้วอชิงตันใช้กำลังในการเข้ามาข่มขู่คุกคามตนเอง

ทรัมป์เคยบอกรัฐมนตรีต่างประเทศ เร็กซ์ ทิลเลอร์สันของตัวเองว่า “อย่าเสียเวลา” ไปคิดพูดจากับเกาหลีเหนือเลย เพราะวิธีเดียวที่จะทำให้เปียงยางยอมก็คือการกดดันด้วยการคว่ำบาตรเท่านั้น

แต่ผ่านมาได้ไม่นาน ทรัมป์เองกลับเป็นคนบอกว่าอเมริกาพร้อมจะเจรจา และไม่ได้สำทับว่าจะต้องมีเงื่อนไขที่ให้เกาหลีเหนือเลิกการพัฒนานิวเคลียร์เสียก่อน

อย่างนี้จะไม่ให้ปูตินฟันธงว่ายกนี้คิมชนะทรัมป์ได้อย่างไร

คิมจองอึนฟอร์มเหนือกว่าทรัมป์อย่างเห็นได้ชัด

ในคำปราศรัยวันปีใหม่ คิมประกาศว่า “ปุ่มนิวเคลียร์อยู่บนโต๊ะผมตลอดเวลา”

ทรัมป์โต้ด้วยการทวีตว่า “ผมก็มีปุ่มนิวเคลียร์ ของผมใหญ่กว่าและมีพลังสูงกว่าเยอะ และปุ่มผมนี่ทำงานด้วย”

เหมือนจะปรามาสว่าปุ่มนิวเคลียร์ของคิมกดแล้วจะทำงานหรือเปล่าก็ไม่รู้

แต่ในคำปราศรัยเดียวกันนั้น คิมยื่นไมตรีมาให้เกาหลีใต้ บอกว่าปีใหม่นี้เกาหลีทั้งสองมีเรื่องที่ต้องเฉลิมฉลองกันทั้งคู่

เพราะเป็นปีครบ 70 ปีของการก่อตั้งเกาหลีเหนือ

และเกาหลีใต้จะเป็นเจ้าภาพจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาว

คิมถือโอกาสแสดงความพร้อม ที่จะส่งคณะเจรจาไปคุยกับเกาหลีใต้ เพื่อส่งนักกีฬาและกองเชียร์ไปร่วม ยืนยันความพร้อมที่จะหาทางออกต่อวิกฤติคาบสมุทรเกาหลีด้วยกัน

โดยที่เกาหลีใต้จะต้องไม่ให้สหรัฐเข้ามาแทรกแซงหรือบงการ

มูน แจ อินกระโดดรับข้อเสนอการเจรจาทันที กำหนดวันประชุมอย่างเร่งด่วน วันที่ 9 ม.ค. ก็มีการประชุมของทั้ง 2 ฝ่ายที่เส้นขนาน 38 หรือ เขตปลอดทหาร Demilitarized Zone (DMZ)

เป็นการพบปะของ 2 เกาหลีเป็นครั้งแรกใน 2 ปี และแน่นอน เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก

การเจรจาได้ผลเกินคาด เพราะเดิมคาดว่าจะเป็นการพูดจาเรื่องกีฬาอย่างเดียว แต่ดูเหมือนทั้ง 2 ฝ่ายจะรู้ว่านี่เป็นโอกาสทอง ที่จะต้องระบุหัวข้อเรื่องความมั่นคง และ ทางทหาร ด้วย

จึงเกิดข้อตกลงที่สร้างความฮือฮาไม่น้อย นั่นคือ การเปิดสายด่วนฉุกเฉิน หรือ hotline ระหว่างเกาหลีเหนือกับใต้หลังจากถูกปิดตายไป 2 ปี

เหมือนเด็กขี้โม้ ทรัมป์ประกาศเกือบจะทันทีว่า “นี่ถ้าผมไม่กดดันคิมจองอึนอย่างหนัก มีหรือที่เขาจะยอมมาเจรจากับทางใต้”

คิมจองอึนยังรักษาฟอร์มของตน ไม่ตอบโต้ทรัมป์ ไม่ทดลองขีปนาวุธในช่วงนี้

ทรัมป์กับมูน แจ อินต่างหากที่ต้องยอมตามเงื่อนไขของเกาหลีเหนือ นั่นคือเลื่อนการซ้อมรบไปจนกว่าหลังกีฬาโอลิมปิก

เท่ากับว่าคิมไม่ได้ยอมอะไรเลย ขณะที่ทรัมป์ถอยไป 2-3 ก้าว

ยกแรก กรรมการชื่อปูตินให้คะแนนคิมเต็มๆ ยกสองยังไม่แน่ว่าทรัมป์จะมีหมัดเด็ดอะไรที่จะเอาคะแนนคืน

แต่ฟอร์มของคิมน้อยดูดีวันดีคืน

แค่ทรัมป์ยอมขึ้นเวทีเดียวกัน คิมก็เก็บคะแนนไปได้เยอะแล้ว!