พอใจ พุกกะคุปต์

ดูบทความทั้งหมด

วิทยากรและที่ปรึกษาองค์กรชั้นนำจำนวนมาก

11 กันยายน 2560
1,929

วิธีง่ายๆที่ Google ใช้สนับสนุนทีมงานมีความสุข

คนทำงานที่มีความสุขในชีวิต เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่อมทุกข์ ย่อม

- มีความเครียดน้อยกว่า

- มีสุขภาพทั้งกายทั้งใจที่ดีกว่า

- มีใจ ให้ Focus ในการทำงานสูงกว่า

- มีสมองที่ปลอดโปร่ง พร้อมมองหามุมมองใหม่ๆได้มากกว่า

Google เป็นหนึ่งในองค์กรยุคใหม่ที่ใส่ใจยิ่งเรื่องความสุขของพนักงาน โดยให้ความสำคัญกับ Work-Life Integration หรือ การผสมผสานงานกับชีวิตให้ลงตัว

ที่ผ่านมา เรามักได้ยินว่าองค์กร และคนทำงานทั่วไป มักให้ความสำคัญเรื่อง Work-Life Balance  หรือ การสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต เพราะ มืออาชีพจำนวนไม่น้อย ทุ่มเททำงานจนลืมให้เวลากับคนที่บ้าน หรือ ละเลยใส่ใจในการดูแลสุขภาพตนเอง ฯลฯ

แต่ส่วนใหญ่พบว่า ความสมดุลช่างหายากนัก

เพราะเราต้องยอมรับว่า งานและความสำเร็จของมืออาชีพวันนี้ มิได้มาง่ายๆ ไม่เคยได้มาอย่างสบายๆ

ทั้งต้องทุ่มเท ต้องสู้กับสารพัดปัญหาที่ท้าทาย

ทั้งต้องให้เวลา การออกจากบ้านตีห้าเพื่อไปทำงานให้ทัน เป็นสิ่งที่เราเห็นกันเป็นเรื่องธรรมดา

แนวทางใหม่ ที่เรียกว่า Work-Life Integration จึงเป็นวิธีที่แยบยลที่น่าจะได้ใจคนทำงานวัยใสมากขึ้น

นั่นคือ มองงานและชีวิต เป็นองค์รวม เป็นหนึ่งเดียวกัน

มิใช่งานและชีวิตอยู่คนละฝั่ง จึงต้องเอา 2 เรื่องมาใส่ตาชั่ง แยก 2 ฝั่งให้สมดุล

Work-Life Integration กลายเป็นหลักชัยใหม่ของคนทำงานในยุค 4.0

เราจึงได้ยินคำแนะนำมากมาย ที่ชี้ให้คนทำงานไปทิศนี้

อาทิ ต้องเลือกงานที่เรารัก ที่เรามี Passion

เพราะผลลัพธ์คือ งาน “ประจำวัน” จะกลายเป็นเหมือนงาน “อดิเรก” ที่เราทำเพราะชอบ ขึ้นมาในบัดดล!

Google เป็นหนึ่งในตัว “พ่อ” ของการสรรหานานาวิธี ที่จะทำให้คนมีความสุขที่ทำงาน

ไม่ต้องรอเลิกงาน จึงจะได้เวลาไปแสวงหาชีวิตและความสุข แนว Work-Life Balance

เพราะสำหรับคนส่วนใหญ่ ที่ทำงาน คือ บ้านหลังที่สองของแท้

คุณ Sundar Pichai CEO ของ Google แอบเล่าว่า วิธีต่างๆที่ Google พบว่าใช้ได้ดี ใช้ได้สำเร็จ ไม่ต้องซับซ้อน เป็นวิธีง่ายๆ ธรรมดาๆ พื้นๆ Simpleๆ!

วันนี้ มาดู 1 วิธี ที่โด่งดังมากใน Google กันค่ะ

วิธีนี้ มีชื่อว่า “1 Simple Goal” หรือ “เป้าหมายง่ายๆ 1 ข้อ”

แนวทาง คือ ลูกพี่และลูกน้องสามารถคุยกันเรื่อง “ความสุข” ของชีวิตอย่างเป็นเรื่องเป็นราว โดยให้มีเป้าที่เน้นการพัฒนา “Well-Being” หรือ ความสุขในการดำรงชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม

กติกาพื้นฐานของ Google ในการใช้เครื่องมือนี้ คือ

- น้องเป็นคนเลือกเป้าหมายและกำหนดเวลาเอง

- เป้าหมายต้องไม่เกี่ยวกับเนื้องาน

- ให้หัวหน้าคอยติดตาม ถามไถ่ ให้การสนับสนุน เพื่อให้น้องทำได้ตามเป้าหมายนี้ ลักษณะเดียวกับการติดตามผลการทำงานด้านอื่นๆ

- สนับสนุนให้ลูกน้องบอกเป้าหมายนี้กับเพื่อนร่วมงาน และคนในครอบครัว เพราะมีคนรับรู้ยิ่งมาก ยิ่งดี เพื่อเสริมแรง ได้กำลังใจ และการสนับสนุนจากทุกทิศ

ตัวอย่าง “1 Simple Goal” ของทีมงาน Google มีอาทิ

- ผมจะออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที

- ฉันจะกลับบ้านเวลา 5 โมงเย็น อาทิตย์ละ 3 วันเพื่อใช้เวลากับลูกมากขึ้น

- ฉันจะทดลองไม่ใช้ Social Media ใดๆ หลัง 2 ทุ่ม เป็นเวลา 3 เดือน

- ผมจะดื่มน้ำวันละ 10 แก้วทุกวัน

เป้าหมาย เอาง่ายๆ Simpleๆ แต่..แรง!

ยิ่งไปกว่านั้น แค่รู้ว่าทั้งองค์กรและพี่หัวหน้า ให้ความสำคัญว่าฉันจะมีความสุขในชีวิตหรือไม่ จนจัดเครื่องมือนี้ให้ใช้ในองค์กร ให้ถือเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่พี่กับน้องต้องช่วยกันทำให้เกิด

ก็ถือว่าประเสริฐนักแล้วค่ะ

ท่านผู้อ่านที่สนใจ ไม่จำเป็นต้องรอให้องค์กรเริ่มใช้ระบบนี้

เพราะพี่อย่างเรา เอาวิธีนี้เริ่มใช้กับน้องในสังกัด จัดเต็มได้ทันทีค่ะ

 

ดูบทความทั้งหมดของ พอใจ พุกกะคุปต์

แชร์ข่าว :
Tags: