ต้องหทัย กุวานนท์

ดูบทความทั้งหมด

ผู้ก่อตั้งบริษัทเอมสไปร์ Startup Mentor บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ธุรกิจและการบริหารผลลัพท์ด้วยการโค้ช

25 กรกฎาคม 2560
1,580

Startup แบบไหนที่นักลงทุนมองหา

สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนอยากเห็นก็คือสตาร์ทอัพที่สามารถเข้าถึงตลาด Mass ได้อย่างแท้จริง

เมื่อทิศทางของการลงทุนในตลาดสตาร์อัพโลกเริ่มมีสัญญานเตือนว่ายุคของการตามล่าหา “ยูนิคอร์น” หรือสตาร์ทอัพที่เป็น High Profile แบบที่มีมูลค่าบริษัทเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยเงินอัดฉีดของ VC กำลังมีทิศทางที่เปลี่ยนไป ในช่วงปีที่ผ่านมาจึงเริ่มมีศัพท์ใหม่และดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่นักลงทุนหันมาให้ความสนใจมากกว่าโดยเฉพาะในหมู่นักลงทุนต่างชาตินั่นก็คือการตามหา “แมลงสาบ” ถ้ายูนิคอร์นคือบริษัทที่โตอย่างรวดเร็วมูลค่าบริษัทสูงแต่ยังไม่สามารถทำกำไรได้ แมลงสาบก็เป็นเสมือนสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกันกับยูนิคอร์นนั่นก็คือบริษัทที่เติบโตอย่างช้าๆ แต่สม่ำเสมอมูลค่าบริษัทไม่สูงมากนักแต่มีผลกำไรให้เห็นอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนท่านหนึ่งบอกว่าแมลงสาบก็เปรียบเสมือนบริษัทที่สามารถอยู่รอดได้ในทุกสถานการณ์ ฟื้นตัวได้เร็วเมื่อเจอมรสุม ที่สำคัญมี Founder และทีมงานที่มีประสบการณ์รวมถึงมีฐานลูกค้าที่ชัดเจน

จากยุคของสตาร์ทอัพที่เน้นการระดมทุนเพื่อใช้เงินทุนส่วนใหญ่ในการสร้างตลาดและฐานของผู้ใช้บริการ โดยยังไม่มองเรื่องผลกำไร ตลาดของสตาร์ทอัพวันนี้กำลังก้าวไปสู่ยุคที่นักลงทุนมองหาธุรกิจที่ไม่ต้องทุ่มงบการตลาดจำนวนมากแต่สามารถสร้างธุรกิจบนฐานของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่โดดเด่นและสร้างคุณค่าให้ลูกค้าอย่างแตกต่างได้จริงๆ อาจจะไม่สามารถเติบโตได้แบบก้าวกระโดดในช่วงแรกแต่มีทีมงานผู้ก่อตั้งมีความเข้าใจอุตสาหกรรมนั้น มีทีมงาน Developer ที่ครบเครื่องเรื่องเทคโนโลยี เติบโตช้าหน่อยแต่มั่นคง

มุมมองของนักลงทุนหลายคนที่มีต่อสตาร์ทอัพไทยวันนี้จึงมองหาสตาร์ทอัพไทยที่มีคนเก่งเทคโนโลยี ในปัจจุบันมีบริษัทจำนวนมากที่ผู้ก่อตั้งไม่ได้มาสายเทคโนโลยี เมื่อสร้างแพลตฟอร์มมาถึงจุดหนึ่งจะไม่สามารถพัฒนาต่อได้เพราะขาดความสามารถในการแข่งขันทางด้านเทคโนโลยี สตาร์ทอัพในฝันของนักลงทุนหลายคนในวันนี้จึงมุ่งไปที่ผู้ร่วมก่อตั้งที่มีสมดุลของความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมควบคู่กันไปกับความเป็นนักขายที่สามารถสร้างธุรกิจได้จริง ซึ่งมักจะหายากมากที่จะมีสองส่วนนี้อยู่ในคนๆ เดียว จึงจำเป็นที่อย่างยิ่งที่ Founder ต้องมองหาคนที่เติมเต็มสิ่งที่ขาดเพื่อให้ภายในทีมมีทรัพยากรเพียงพอที่จะขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้า อีกสิ่งหนึ่งที่นักลงทุนอยากเห็นก็คือสตาร์ทอัพที่สามารถเข้าถึงตลาด Mass ได้อย่างแท้จริง สตาร์ทอัพไทยถูกมองว่ากำลังเป็นของเล่นของคนหนุ่มสาวฐานะดีที่มีไลฟ์สไตล์ของชีวิตคนเมือง เพราะคนที่เข้ามาทำธุรกิจสตาร์ทอัพส่วนใหญ่ในวันนี้มักจะมาจากคนที่มีฐานะปานกลางไปถึงสูง แต่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการจะเข้าถึงลูกค้าที่เป็นฐานลูกค้ามวลชนที่เป็น Mass และชีวิตของคนส่วนใหญ่ของประเทศ ความเข้าใจและเข้าถึงลูกค้าใน Mass Scale ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นมากในการสร้างธุรกิจให้เติบโต

โจทย์ยากเหล่านี้นำไปสู่สิ่งที่ทุกภาคส่วนของระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยต้องทำการบ้านกันอย่างเร่งด่วนนั่นคือ 1) สร้างจิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการให้กับคนรุ่นใหม่ 2) ระบบการศึกษาที่สามารถพัฒนาทรัพยาการบุคคลในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์ 3) ลดข้อจำกัดด้านเงินทุนของสตาร์ทอัพรุ่นใหม่โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่

เมื่อสิ่งที่ขึ้นต้นด้วยยูนิคอร์นแต่ลงท้ายด้วยแมลงสาบกำลังเป็นสิ่งที่ท้าทายหลักการเดิมๆ ของสตาร์ทอัพ นี่อาจจะเป็นจุดกลับตัวที่ทำให้สตาร์ทอัพส่วนใหญ่ต้องหันมามองพื้นฐานที่มีความสำคัญในการทำธุรกิจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการมีสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการ การบริหารความคาดหวังของลูกค้า, ยอดขาย, หรือการบริหารการเงิน เพราะนั่นคือความจริงที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้ไม่ใช่เพียงแค่ภาพข่าวหรือมูลค่าบริษัทที่เป็นเพียงแค่ตัวเลขสมมุติเท่านั้น

ดูบทความทั้งหมดของ ต้องหทัย กุวานนท์

แชร์ข่าว :
Tags: