ธนรัตน์ ยงวานิชจิต

ดูบทความทั้งหมด
19 เมษายน 2560
897

ทรัมพ์ลั่นกลองรบ

“ ...ข้าพเจ้าได้สั่งการให้ทหารโจมตีสนามบินซีเรีย ที่ใช้เป็นฐานทัพทำร้ายชาวซีเรียด้วยแก๊สพิษ...

ซีเรียได้ใช้อาวุธเคมีต้องห้าม ละเมิดข้อผูกพันต่ออนุสัญญาอาวุธเคมี และเพิกเฉยต่อคำทักท้วงของสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ... ข้าพเจ้าขอเรียกร้องให้นานาอารยชาติร่วมกับสหรัฐ แสวงหาวิถีทางสู่การยุติการเข่นฆ่านองเลือดในซีเรียและการก่อการร้ายทั้งปวง....”

6 เมษายน 2560 ประธานาธิบดีสหรัฐโดนัลด์ ทรัมพ์ ประกาศกล่าวหาซีเรียว่า ได้พิฆาตประชาชนในเมืองที่กลุ่มต่อต้านซีเรียยึดครองอยู่ โดยใช้เคมีซารินที่ทำลายระบบประสาทเหยื่อให้ค่อยๆตายไป/อัมพาตตลอดชีวิต ผลคือ มีผู้ตาย 74 บาดเจ็บ 557 ราย ทั้งนี้ รวมทั้งเด็กทารกหลายรายด้วย ก่อนเกิดเหตุ มีพยานเห็นควันสีเหลืองกับสีน้ำเงินลอยอยู่บนท้องฟ้า ราวห้าชั่วโมงต่อมา เครื่องบินซีเรียเริ่มทิ้งระเบิดที่โรงพยาบาลรักษาคนถูกแก๊สพิษ นัยว่าเพื่อทำลายหลักฐานสารเคมี

รัสเซียและซีเรียต่างแถลงว่า สหรัฐด่วนสรุปความผิดๆ ทั้งที่ไม่รู้ว่าใครโจมตีชาวซีเรียด้วยแก๊สพิษ กระทรวงกลาโหมสหรัฐโต้ว่า ภาพจากเรดาร์บ่งชี้ว่า เครื่องบินที่โจมตีชาวซีเรีย บินจากฐานทัพเชย์รัตที่ทรัมพ์สั่งโจมตี ซีเรียชี้แจงเพิ่มว่า ข่าวแก๊สพิษได้เกิดขึ้นหลายชั่วโมง ก่อนเครื่องบินซีเรียโจมตีคลังเก็บอาวุธของฝ่ายต่อต้าน ดังนั้น แก๊สพิษนั้นอาจเป็นอุบายโหดเหี้ยมของฝ่ายต่อต้าน เพื่อขอให้สหรัฐยื่นมือช่วยเหลือ

ผู้ใช้แก๊สพิษเป็นอาวุธสงครามมีความผิดทั้งทางกฎหมายสากลและศีลธรรม หากซีเรียใช้จริง ก็น่าจะมีบทลงโทษ ไม่ปล่อยให้เหตุการณ์ผ่านไป เพราะอาจใช้ซ้ำอีก จนเกิดเป็น นิสัยความเคยชิน ที่จะใช้กับเหยื่อรายอื่นๆต่อไป ส่วนกลุ่มผู้ก่อการร้ายก็อาจ เอาอย่าง นำไปใช้เป็นอาวุธหฤโหดสังหารประชาชนทั่วโลกต่อไป

อย่างไรก็ดี ทรัมพ์ได้ตัดสินใจขั้นต้น ให้เรือพิฆาตโจมตีซีเรียด้วยจรวดขีปนาวุธโทมาฮ็อกจำนวน 59 ลูก ราคา 18 ปีก่อน $569,000 (1:35 ล้านบาท) ต่อลูก หากใช้เครื่องบินทิ้งระเบิด ก็ต้องเสี่ยงกับการสูญเสียทหาร/เครื่องบินราคาแพงเมื่อรัสเซียส่งฝูงบินออกปกป้องซีเรีย หลังจากที่รัสเซียได้ประณามสหรัฐแล้ว วลาดีมีร์ ปูติน ก็สั่งให้กองบินรัสเซียทำการฝึกซ้อมปกป้องน่านฟ้าร่วมกับซีเรียทันที ด้วยไม่แน่ใจว่า ทรัมพ์ ซึ่งมีหน้าตาโกรธขึ้งเป็นอาจิณ จะส่งฝูงบินปีศาจมาถล่มซีเรียแล้วยกพลขึ้นบกขับไล่ อัลอาซาด อย่างเช่นที่สหรัฐเคยทำกับอิรัคมาก่อนหรือไม่

ขณะที่เสียง ทรัมพ์เชิญชวน นานาอารยชาติร่วมกับสหรัฐแสวงหาวิถีทาง สู่การยุติการเข่นฆ่าละเลงเลือดในซีเรียและการก่อการร้ายทั้งปวง ยังก้องกังวานอยู่ กลุ่มไอซิส (รัฐที่ไม่เป็นทางการของอิรัคกับซีเรีย) ก็ออกมารับว่า 9 เมษายน 2560 ตนได้ระเบิดโบสถ์คริสต์สองแห่งในอิยิปต์ขณะที่ชาวคริสต์กำลังทำพิธีกรรมพาล์มซันเดย์ วันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดวันหนึ่งของศาสนา มีผู้ตายทันที 43 บาดเจ็บกว่า 100 ราย นับเป็นการข่มขวัญชาติตะวันตกที่นับถือศาสนาคริสต์อย่างสหรัฐแบบทันทีทันควัน

ชายวัย 33 ปีคนหนึ่งที่เฝ้าดูการลั่นกลองรบของ ทรัมพ์อยู่อย่างเงียบๆได้แก่ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ คิม จองอุน ผู้สืบทอดอำนาจจากบิดาและปู่ เมื่อไม่กี่วันมานี้ นายจอง อุน ยังเพลิดเพลินอยู่กับการทดลองระเบิดปรมาณูและยิงขีปนาวุธข้ามทวีปอยู่บ่อยๆ จนผู้นำเกาหลีใต้และญี่ปุ่นวิ่งแจ้นเข้าหาสหรัฐด้วยความวิตกกังวลยิ่ง 

ในช่วงที่หาเสียงอยู่ นายทรัมพ์ได้กล่าวหาทั้งสองประเทศนี้ว่า ไม่ยอมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทางทหารที่สหรัฐต้องใช้ไปกับการทำหน้าที่คุ้มครองให้ ความจริงมีอยู่ว่า ทั้งสองได้ส่งมอบค่าใช้จ่ายฯนับพันล้านดอลลาร์ต่อปีให้กับสหรัฐมาแล้ว ณ วันนี้ ปธ.ทรัมพ์ได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน และกองเรือพิฆาตติดจรวดขีปนาวุธสองลำไปประชิดเกาหลีแล้ว ส่วนนายจอง อุน จะประพฤติตนอย่างไรต่อไป นั้น ขอให้จับตาดูกันต่อไป

หากสหรัฐยังไม่ละทิ้งบทบาทเป็นตำรวจโลก ที่ทำหน้าที่ปลดเปลี่ยนผู้นำบางประเทศอยู่ โดยเฉพาะในช่วงปัจจุบันที่มีพรรครีพับลิคกัน เป็นเสียงข้างมากหนุนหลังอยู่ทั้งสองสภาผู้แทนราษฎร มีอดีตนายทหารระดับนายพลเป็นทั้งรมต.กลาโหมและหัวหน้าคณะที่ปรึกษาของปธ.ทรัมพ์ และมีอดีตซีอีโอแอ็กซอนยักษ์ใหญ่เป็นรมต.ต่างประเทศ ซึ่งล้วนมีวิญญาณจิตเชิงครอบครองมากกว่าปรองดอง เวทีการเมืองโลกในอีกสามปีข้างหน้าน่าจะร้อนแรงกว่าเมื่อ 8 ปีก่อนมาก

สงครามซีเรียเกิดขึ้น 6 ปีก่อน เมื่อชาวซีเรียเรียกร้องต้องการประชาธิปไตย โดยเฉพาะให้อัลอาซาดพ้นจากตำแหน่งทันที สงครามการเมืองจึงระเบิดขึ้นและวิวัฒณาการมาเป็น สงครามระหว่างนานาชนชาติ ที่แบ่งออกได้เป็น สองค่ายลัทธิการเมืองที่ประกบด้วยสองนิกายอิสลาม

ค่ายหนึ่งสนับสนุนซีเรีย ประกอบด้วยรัสเซีย อิหร่าน เวเนซูเอลล่า เกาหลีเหนือ อัลจีเรีย อิรัค เลบานอน เบลารัส กลุ่มเฮซโบล่า ตลอดจนเหล่ากิจการเอกชนที่จัดหาพลังงานแก๊ส อุปกรณ์สื่อสาร และสารเคมีทำแก๊สพิษซาริน ส่วนมุสลิมในค่ายแรกนี้นับถือนิกายชีอะห์

อีกค่ายหนึ่งต่อต้านซีเรีย ประกอบด้วยสหรัฐ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ตุรกี กลุ่มชาติอาหรับ คาตาร์ จอร์แดน ซาอุดิอาราเบีย ชนเผ่าเคิรด์ซ ตลอดจนกลุ่มปลีกย่อยที่สนับสนุนด้านกำลังพล อาวุธ ตลอดจนการเงิน ส่วนมุสลิมในค่ายหลังนี้นับถือนิกายสุหนี่

เห็นได้ว่า แต่ละค่ายประกอบด้วยประเทศที่มีลัทธิการเมืองที่อยู่คนละขั้วกัน และประกบด้วยชาวมุสลิมที่นับถือนิกายที่อยู่คนละขั้ว และไม่ลงรอยกันอีกด้วย สงครามระหว่างสองค่ายนี้จึงเป็นปัญหาสลับซับซ้อนยุ่งยาก เกินกว่าที่สหรัฐจะสวมหมวกตำรวจโลกแก้ไขฝ่ายเดียวได้ ปธ.ทรัมพ์จึงได้เชิญชวนประชาคมโลกให้ร่วมกับสหรัฐ “..แสวงหาวิถีทางสู่การยุติการเข่นฆ่านองเลือดในซีเรีย..”

ปัจจุบัน รัสเซียมีระเบิดปรมาณู 7,000 ลูก สหรัฐมี 6,800 ลูก มีผู้เชี่ยวชาญประเมินไว้ว่า เรือดำน้ำจากรัสเซียหรือสหรัฐเพียงหนึ่งลำ จะสามารถแอบประชิดชายฝั่งหนึ่งใด ระดมยิงระเบิดปรมาณูหนึ่งชุดภายในเวลาไม่ถึงนาที และทำลายล้างแผ่นดินได้ถึงครึ่งทวีปในสองพริบตา

การยิงโทมาฮ็อกครั้งนี้ ทรัมพ์ได้สั่งการโดยมิได้ขออำนาจจากสภาฯ ให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อน แต่ข่าวดีมีอยู่ว่า 28 มีนาคม 2560 กลุ่มรากหญ้าวอต์ชด็อก สหรัฐ ได้เริ่มล่าลายมือชื่อประชาชนไว้ก่อนแล้ว เพื่อขอให้สภาฯกีดขวางมิให้ปธ.ทรัมพ์ใช้อาวุธนิวเคลียร์โดยมิได้รับมอบอำนาจจากสภาฯก่อน

ที่น่าสังเกตคือจีน มีปรมาณู 260 ลูก ไม่ถือหางค่ายใด สี จิ้นผิง นิยมแก้ไขปัญหาด้วยวิถีทางที่เน้น การเจรจาระดับทวิภาคีระหว่างคู่กรณี มากกว่าการใช้กำลังทหาร ทั้งนี้ อาจเป็นแนวคิดที่สืบทอดมาจากบรรพชนจีน ผู้เป็นปราชญ์อัจฉริยะ มีทั้งฝ่ายบู๊ ซึ่งได้แก่ซันจื่อ (ซุนหวู่) เจ้าตำราพิชัยสงคราม และฝ่ายบุ๋น ซึ่งได้แก่เล่าจื๊อ เจ้าคัมภีร์เต้าเต๋อจิง และขงจื๊อ เจ้าตำราการปกครอง อนึ่ง สมัยเยาวัย อดีตปรัธานาธิบดีหู จิ่นเทา ก็ขยันศึกษาตำราท่านขงจื๊อจากบิดาหลังกลับจากโรงเรียนเป็นประจำปธ.ปูตินมีท่าทีพยายามเข้าหาจีน เพื่อให้มีกำลังต่อรอง/ต่อสู้กับสหรัฐ ด้วยตระหนักดีว่าสหรัฐข้องใจรัสเซียมากกว่าจีน โดยได้เชิญสีไปชมพิธีสวนสนามประจำปีที่กรุงมอสโคว์ ปรากฏว่า สีได้ตอบรับเชิญและกองทหารจีนส่วนหนึ่งก็ได้เข้าร่วมสวนสนามกับทหารรัสเซียมาแล้ว

กุญแจดอกเดียวที่น่าจะสามารถตอบโจทย์สงครามซีเรียได้เห็นจะได้แก่ “พระไตรลักษณ์” ดังพุทธดำรัสที่ว่า “..สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา สิ่งใดเป็นอนัตตา สิ่งนั้นไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ตัวตนเรา ข้อนี้ อริยสาวกพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบด้วยความเป็นจริง..”

อย่าลืมว่า ความคิดเชิงนวัตกรรมคือประตูที่เปิดให้มนุษยชาติได้มีวันนี้

..........................................................

ดูบทความทั้งหมดของ ธนรัตน์ ยงวานิชจิต

แชร์ข่าว :
Tags: