คอลัมนิสต์

แรงซื้อต่างชาติเม.ย.แผ่ว

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในเดือนมี.ค.2560 จะเห็นว่าต่างชาติซื้อหุ้นต่อเนื่อง โดยมียอดซื้อสุทธิ 3,604.32 ล้านบาท

 ทั้งนี้จากการสำรวจความเห็นของโบรกเกอร์ ส่วนใหญ่ประเมินว่าในเดือนเม.ย.นี้แรงซื้อน่าจะลดลง แต่เมื่อดูสถิติในเรื่องผลตอบแทนของตลาดหุ้นย้อนหลัง ยังคงให้ผลตอบแทนเป็นบวกระดับ 1-3%

บล.เอเซียพลัส คาดการณ์ว่าในเดือน เม.ย. คาดแรงซื้อต่างชาติ เริ่มชะลอตัวลง ซึ่งFund flow ในเดือน มี.ค.2560 พบว่า ต่างชาติยังคงซื้อสุทธิหุ้นในภูมิภาคกว่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ (มากกว่ายอดซื้อสุทธิในเดือน ก.พ. และ ม.ค. ที่ 1.7 พันล้านดอลลาร์และ 3.6 พันล้านดอลลาร์ ตามลำดับ) และเป็นการซื้อสุทธิเกือบทุกประเทศ ยกเว้นตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ถูกขายสุทธิ สาเหตุหนึ่งน่าจะเกิดจากผิดหวังต่อการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจของทรัมป์ฯที่ล่าช้า ส่งผลให้แรงซื้อต่างชาติกลับมาในตลาดหุ้นภูมิภาคในช่วงสั้น

ส่วนแนวโน้ม Fund flow ในเดือน เม..นี้ คาดว่าแรงซื้อหุ้นไทยจากต่างชาติน่าจะเริ่มชะลอตัวลง และไม่มากเท่าเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา สะท้อนจากสถิติในเดือน เม.ย. ย้อนหลัง 10 ปี พบว่า แม้ต่างชาติยังคงซื้อสุทธิหุ้นไทยเฉลี่ยราว 3.26 พันล้านบาท แต่เป็นการซื้อสุทธิเพียง 6 ใน 10 ปีเท่านั้น หากพิจารณามุมผลตอบแทนของ SET Index จากสถิตย้อนหลัง 10 ปี ในเดือน เม.ย. พบว่า SET ยังคงให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 2.99% และมีผลตอบแทนเป็นบวกถึง 8 ใน 10 ปี

บล.ฟินันเซีย มีมุมมองตลาดหุ้นเดือนเม.ย. ว่าแม้ว่าปริมาณการซื้อขายจะเบาบางเพราะติดวันหยุดยาว แต่เชื่อกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชีย บวกกับการเก็งกำไรผลประกอบการ จะผลักดัน SET ให้กลับไปทดสอบ 1600 จุดอีกครั้ง และหากเห็นภาพการปรับประมาณการขึ้นมีโอกาสที่ SETทะลุ 1600 จุดขึ้นระยะถัดไป สถิติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า SET ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยบวก 3%จากเดือนก่อน ปีที่ให้ผลตอบแทนเป็นลบมีเพียง 2 ใน 10 ครั้ง ต่างชาติมีสถานะซื้อ ส่วนการเลือกตั้งในฝรั่งเศสปลายเดือน ยิ่งทำให้โฟลว์ไม่มีทางเลือกมาก แต่ยังต้องติดตามประเด็นบรรษัทน้ำมันแห่งชาติที่อาจกลับมากดดันกลุ่มปตท.ได้อีก

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์(ประเทศไทย)ระบุว่าปัจจัยภายนอกที่ติดตามในเดือนเม.ย. คือการเลือกตั้งรอบแรกในฝรั่งเศส ซึ่งตลาดกำลังดูว่าพรรคขวาจัดที่นำโดย มารี เลอแปง จะได้คะแนนนิยมเพิ่มแค่ไหน เพราะหนุนให้ฝรั่งเศสออกจากการเป็นสมาชิก EU,รัฐบาลทรัมป์จะเสนอร่างงบประมาณให้สภาคองเกรสพิจารณา ถ้าหากร่างฯไม่ผ่าน ก็อาจมี Shut down ได้, การออกมาตรการใหม่ๆ ของทรัมป์,ความคืบหน้าเรื่อง Brexit และข้อมูลเศรษฐกิจประเทศชั้นนำ

ปัจจัยในประเทศ ความคืบหน้าในการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐ,การทำ Preview ผลประกอบการไตรมาส 1/2560,แนวโน้มการส่งออก และการขึ้นเครื่องหมาย XD ของบริษัทจดทะเบียน ทั้งนี้ ประเมินดัชนีเป้าหมายปีนี้ไว้ที่ 1,650 จุด

กลยุทธ์การลงทุน ระยะสั้นมาก อาจมี Fund Flow ไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นเกิดใหม่ หลังตลาดหุ้นสหรัฐทำ Record High ขณะที่มาตรการทรัมป์ดูไม่ราบรื่นเท่าที่ควร อย่างไรก็ดี การมีวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ อาจทำให้ตลาดแกว่งได้ เพราะนักลงทุนบางกลุ่มไม่อยากทิ้งหุ้นไว้ในพอร์ตช่วงวันหยุด