หุ้นแบงก์กำไร ไตรมาส4นิ่ง

เริ่มเข้าสู่ช่วงเทศกาลรายงาน ผลการดำเนินงาน ของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์

โดยในวันที่ 11ม.ค.นี้ แบงก์ทิสโก้จะเป็นรายแรก ที่ชี้แจงผลประกอบการงวดไตรมาส4 ของปี 2559 ซึ่งโบรกเกอร์ได้ประเมินภาพรวมกำไรแบงก์ จะเริ่มชะลอตัวเพราะไตรมาสสุดท้ายจะมีค่าใช้จ่ายสูงประจำ

บล.เคทีซีมิโก้ ระบุว่า ผลการดำเนินงานของหุ้นแบงก์ของไทยเริ่มตัวแรก คือ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO ขณะที่ธนาคารในสหรัฐจะเริ่มรายงานตัวแรกเช่นกัน คื JP Morgan, BofA, Wells Fargo

บล.ฟินันเซียไซรัส ให้ความเห็นว่า ฝ่ายวิจัยประเมินภาพรวมกำไรกลุ่มแบงก์ คาดว่าเฉลี่ยไตรมาส4/2559 จะลดลง 12.5% หากเทียบกับงวดไตรมาส3/2559 หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน หุ้นแบงก์จะเติบโต 4%

โดย บริษัท ทุนธนชาต ( TCAP) น่าจะมีกำไรโดดเด่นสุด เพิ่มขึ้น 15% จากไตรมาสเพิ่มขึ้น 27% จากงวดเดียวกันปีก่อน จากสำรองที่ลดลง ส่วน กำไรทั้งปี 2559 ของกลุ่มน่าจะโตเพียง 1% จากงวดปีก่อนจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ช่วยลดผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ย และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลด และการตั้งสำรองที่เพิ่ม สำหรับปีนี้คาดกำไรเพิ่มขึ้น 3%จากงวดเดียวกันของปีก่อนและดีสุดใน 3 ปีจากสินเชื่อที่กลับมาเติบโต แต่แนวโน้มครึ่งแรกปีนี้ จะยังถูกกดดันจากการตั้งสำรองที่สูงต่อไปก่อน

บล.ทิสโก้ประเมินว่าหุ้นแบงก์จะปรับตัวขึ้นได้ดีในปีนี้ เนื่องจากวัฏจักรธุรกิจกลับมาหาธนาคารขนาดใหญ่ จากปัจจัยภายนอกที่แข็งแกร่ง และ NPL Formation ที่เริ่มชะลอตัวลงในไตรมาส2 ปีนี้ทำให้ปรับประมาณการของกลุ่มขึ้น 2% และธนาคารขนาดเล็กจะกลับมามีการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจและ NIM ที่เพิ่มขึ้น

ฝ่ายวิจัยปรับการเติบโตของสินเชื่อเพิ่มขึ้นจาก 5-6% เป็น 6-7% สำหรับธนาคารขนาดใหญ่ จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น/PCI และการกระตุ้นโครงสร้างพื้นฐาน จะทำให้ความต้องการของสินเชื่อเพื่อการดำเนินงานเพิ่มขึ้นในปีนี้ และการหมดผลกระทบของรถคันแรก, พ้นช่วงไว้ทุกข์ และการเลือกตั้งจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของสินเชื่อรายย่อย ในครึ่งหลังของปีนี้ชดเชยจากสินเชื่อเอสเอ็มอีที่ชะลอตัว

ฝ่ายวิจัย ยังมีความกังวลว่า NPL ที่เริ่มดีขึ้นในไตรมาส ปีกอ่นถึงไตรมาสปีนี้ จะเป็นผลของการเลื่อนเอ็นพีแอล เป็นช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้แทนผ่านการปรับโครงสร้างหนี้มากกว่า การฟื้นตัวที่แท้จริง โดยเราแนะนำให้นักลงทุนติดตามคุณภาพของสินเชื่ออย่างใกล้ชิด

ดัชนีหุ้นแบงก์ จะเริ่มปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรที่เริ่มชะลอตัวลง แนะนำให้เปลี่ยนจากธนาคารขนาดเล็กเป็นขนาดใหญ่ เนื่องจากราคาที่ไม่แพงและแนวโน้มสินเชื่อธุรกิจที่ดีขึ้นใน ปีนี้ และ NIM ที่เพิ่มขึ้นตา