ไพศาล สังโวลี

ดูบทความทั้งหมด

แกะรอยการเมือง

15 พฤศจิกายน 2559
1,356

ผู้ตรวจ 'กกต.' มือไม้จับโกง

ถ้าใครติดตามการร่างรัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ฤชุพันธุ์ มาตั้งแต่ต้น

 จนเวลานี้กำลังจะมีผลบังคับใช้อยู่แล้ว จะเห็นได้ชัดว่า จุดมุ่งเน้นของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คือ เพื่อปราบโกงทุกช่องทางนั่นเอง

ดังนั้น ไม่แปลกที่การร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ (กฎหมายลูก) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จุดโฟกัสจึงอยู่ที่การป้องกันและปราบปรามการทุจริตเลือกตั้งเป็นสำคัญ

ความจริง ก่อนหน้านี้ ก็มีการพูดถึงกันมากเกี่ยวกับการออกแบบการทำงานของ “กกต.” ให้มีประสิทธิภาพ โดยพุ่งเป้าไปที่กกต.จังหวัด ถึงขั้นมีข้อเสนอ “ยุบ” กกต.จังหวัดเลยทีเดียว แต่เนื่องจาก “กกต.” ยืนยันว่า กกต.จังหวัดยังมีความจำเป็น ในการดูแลและจัดการการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม ประเด็นนี้จึงอยู่ที่การตัดสินใจของ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

แม้ว่าสิ่งที่หลายคนสะท้อนเกี่ยวกับ “กกต.จังหวัด” ก็เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้วว่า มีปัญหาลูบหน้าปะจมูกกับนักการเมืองผู้มีอิทธิพลในพื้นที่อย่างมาก โดยเฉพาะเกี่ยวกับการทำสำนวนทุจริตเลือกตั้ง ให้กับ กกต.กลาง ที่มักไม่มีพยานหลักฐานเอาผิดการทุจริตเลือกตั้งได้ หรือที่รับรู้กันดีว่า มีการทำให้สำนวนอ่อนนั่นเอง รวมทั้งการถูกครอบงำจากอิทธิพลทางการเมือง

ล่าสุด ขณะพิจารณากฎหมายลูกว่าด้วย กกต. "มีชัย" ในฐานะประธาน กรธ.เผยว่า กรธ.มีแนวคิดให้ตั้ง "คณะผู้ตรวจการการเลือกตั้ง"ซึ่ง กกต.จะคัดเลือกคนขึ้นบัญชีเอาไว้ แล้วส่งไปเป็นแขนขาแทน กกต.จังหวัด โดยมีทั้งคนจากส่วนกลาง ที่จับสลากไปเฉพาะช่วงมีการเลือกตั้งไม่ให้รู้ล่วงหน้า ลงไปทำงานร่วมกับคนที่ตั้งมาในจังหวัด คอยช่วยสอดส่องการจัดการเลือกตั้งในพื้นที่

แต่ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการเอาผิดการทุจริตหรือการทำสำนวนการเลือกตั้ง แต่จะช่วยรองรับข้อมูลให้กับ กกต.ที่ลงไปตรวจสอบ ช่วยให้สามารถสั่งระงับการเลือกตั้งในพื้นที่ได้ ทั้งนี้ยังจะเปิดให้มีการตั้งสายสืบการเลือกตั้ง โดยอาศัยคนในพื้นที่ นักศึกษา ทั้งหมดนี้เพื่อป้องกันช่องโหว่ของ กกต.จังหวัดที่อาจถูกแทรกแซงโดยนักการเมืองในพื้นที่ได้ง่าย

ถ้าทั้งหมดเป็นไปตามนี้จริง เชื่อแน่ว่า สมรภูมิปราบโกง จะมีจุดโฟกัสอยู่ที่ระดับจังหวัดอย่างไม่ต้องสงสัย และผู้ที่จะมีบทบาทสำคัญเสมือนมือไม้ กกต. ก็คือ “คณะผู้ตรวจการการเลือกตั้ง” นั่นเอง

ส่วนในทางปฏิบัติจะทำได้ดีแค่ไหน อย่างน้อย ก็ถือว่า “ปลอดการเมือง” ในระดับหนึ่ง? และโอกาสที่นักการเมืองจะครอบงำ ก็คงไม่ง่ายเหมือนเดิมแล้ว

 

ดูบทความทั้งหมดของ ไพศาล สังโวลี

แชร์ข่าว :
Tags: