คอลัมนิสต์

"ไม่เซอร์ไพรส์"

การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ดูเหมือนจะถูกนำมาเป็นปัจจัยอ้างอิง

ทิศทางดัชนีหุ้นไทยอยู่ถึงเสมอ และผลการประชุมวันที่ 21 ก.ย.นี้เช่นกัน แต่ถ้าหากมาพิจารณาเหตุการณ์ในอดีตจะเห็นว่า ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยกับผลประชุมเฟดแต่ละครั้ง ซึ่งโบรกเกอร์นำข้อมูลมาเปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจ

ดัชนีหุ้นไทยจะเป็นอย่างไรเมื่อเฟดขึ้นดอกเบี้ย ในอดีตมี 3 ครั้งสำคัญที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่คือปี 2537, 2542, 2547 พบว่า 3 เดือนหลังจากที่ดอกเบี้ยปรับขึ้น ดัชนีหุ้นไทยลดลง15%,ลดลง13%,ลดลง3% ตามลำดับ และ 6 เดือนหลังจากดอกเบี้ยปรับขึ้น ดัชนีหุ้นไทย ลดลง 8%,เพิ่มขึ้น 5%, เพิ่มขึ้น 2% สะท้อนว่ายิ่งนานวัน ผลกระทบจากเฟด ยิ่งจางลง ปัจจุบันแม้เฟด จะขึ้นดอกเบี้ย เชื่อว่ากระทบตลาดหุ้นระยะสั้นและความเสี่ยงขาลง ไม่มากเพราะตลาดปรับตัวไปแล้ว ตลาดเงินปรับตัวแล้วเช่นกัน ดอกเบี้ย Libor ขยับขึ้นอย่างเร็วและต่อเนื่องมาก่อนหน้านี้

 ส่วนการประชุมบีโอเจวันที่ 21 ก.ย. เฟด วันที่ 20-21 ก.ย. คาดว่าไม่เปลี่ยนแปลงนโยบาย ยังเชื่อว่าเงินทุนต่างชาติจะไหลกลับภูมิภาค หลังชัดเจนเรื่องดอกเบี้ยและการหาผลตอบแทนที่สูงกว่า

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า หุ้นปันผลสูง เป็นแหล่งพักเงินในระยะนี้ สำหรับนักลงทุนที่ขายแล้วรอซื้อรอบใหม่ หุ้นที่คาด Yield มากกว่า 5%

บล.ทรีนีตี้ ระบุว่าฝ่ายวิจัยคาดว่าเฟดจะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ทำให้แนะนำขายทำกำไรสำหรับหุ้นที่ได้เข้าสะสมไปแล้ว และมองว่าทุกครั้งที่ดัชนีมีการย่อตัวอย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนเช่นเดิม แนะนำโฟกัสหุ้นในกลุ่มที่คาดว่าจะมีผลประกอบการเติบโตโดดเด่นในช่วงครึ่งปีหลัง อาทิ กลุ่มอาหาร อิเล็กทรอนิกส์ สายการบิน และกลุ่มที่มีความผันผวนต่ำ เช่น โรงไฟฟ้าและโรงพยาบาล

 แนวรับ 1,480 แนวต้าน 1,510

บล.ฟินันเซียไซรัสประเมินว่า แม้เฟดขึ้นดอกเบี้ย กระทบดัชนีหุ้นไทยอย่างจำกัด หากดูการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟดในรอบเกือบ 10 ปีเมื่อ 15-16 ธ.ค. 2558 พบว่าดัชนีอยู่ในทิศทางขาลงชัดเจนในช่วง 1 เดือนก่อนการประชุม โดนปรับลง 11% แต่หลังจากทราบผลการประชุมดัชนี กลับผ่อนคลายขึ้น โดยเพิ่มขึ้น 5% ก่อนจะปรับไปตามปัจจัยปัจจัยแวดล้อมขณะนั้น จึงไม่มองเป็นลบต่อดัชนีหากเฟด ขึ้นดอกเบี้ย ผลกระทบที่มีต่อค่าเงินและ กระแสเงินทุนจะเป็นช่วงสั้นเท่านั้น

บล.บัวหลวง คาดว่าผลการประชุมเฟดวันที่ 21 ก.ย. นี้ คาดว่าจะไม่ขึ้นดอกเบี้ย และส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธค. ซึ่งจะไม่สร้างความประหลาดใจเชิงลบต่อตลาดโดยรวม ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่น มีโอกาสสร้างเซอร์ไพร์ส ทั้งลดดอกเบี้ย และเพิ่ม QQE โดยรอบนี้บีโอเจจะออกรายงาน Comprehensive assessment เพื่อออกมาตรการเพิ่ม หลังจากมาตรการที่ผ่านมาไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ตามเป้า

ดังน้้นจากข้อมูลดังกล่าวน่าจะชี้ให้เห็นว่า การประชุมเฟดรอบนี้คงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น และดัชนีตลาดหุ้นไทย่น่าจะยังไปได้ต่อ