อดุลย์ โชตินิสากรณ์

ดูบทความทั้งหมด

ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ

7 กันยายน 2559
2,697

‘บาบา รามเทพ’ ผู้เขย่าวงการค้าปลีกอินเดีย

บาบา รามเทพ หรือ Baba Ramdev ที่ผมกำลังจะพูดถึงต่อไปนี้ ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับ “จตุคาม รามเทพ”

ซึ่งเคยเป็นเครื่องรางของขลังยอดนิยมของคนไทยอยู่สมัยหนึ่งแต่ประการใด แต่บาบา รามเทพ เป็นกูรูโยคะชาวอินเดียที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก มีศิษยานุศิษย์ติดตามจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือดาราดังยอดนิยมตลอดกาลของอินเดียอย่าง Amitabh Bachchan ก็เป็นลูกศิษย์ด้วยเหมือนกัน

บาบา รามเทพ เป็นนักบวชฮินดู นุ่งห่มด้วยผ้าสีส้มอมแดง มีชื่อเสียงมาจากการสอนโยคะ โดยได้จัดตั้งสถาบันที่เรียกว่า Patanjali Yogapeeth ขึ้นหลายแห่งทั้งในประเทศอินเดียและในต่างประเทศเพื่อใช้เป็นสถานที่ในการสอนโยคะและวิชาด้านอายุรเวท ปัจจุบันมีสถาบันนี้อยู่ในประเทศอินเดียสองแห่งคือ Patanjali Yogapeeth-I และ Patanjali Yogapeeth-II และยังมีอยู่ในประเทศสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เนปาล แคนาดา และเมอริเชียส อีกด้วย

ลำพังแค่จัดตั้งสถาบันเพื่อสอนโยคะตั้งหลายแห่ง นี่ก็ทำให้ บาบา รามเทพ รวยเละแล้ว แต่การจัดตั้งสถาบันโยคะดังกล่าวก็ไม่ได้ไปสั่นสะเทือนวงการค้าปลีกของอินเดียแต่ประการใด สิ่งที่ไปสั่นสะเทือนวงการค้าปลีกของอินเดียจริงๆ ก็คือ การจัดตั้งบริษัท ปตัญชลี อายุรเวท (Patanjali Ayurved) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่เราเรียกกันว่า Fast Moving Consumer Goods (FMCG) ขึ้นมาเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วและเติบโตอย่างรวดเร็วขึ้นมาตามลำดับ จนปัจจุบันสินค้าของบริษัท ปตัญชลี อายุรเวท มียอดขายทะลุ 5 หมื่นล้านรูปีหรือประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาทไปแล้ว โดยใช้เวลาเพียงแค่ 10 ปีเท่านั้น

แต่สิ่งที่เหลือเชื่อก็คือ บริษัทวิจัยตลาด Infoline ได้ออกมาเปิดเผยว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัท ปตัญชลี อายุรเวท ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งที่เป็นบริษัทข้ามชาติและบริษัทอินเดียท้องถิ่นยักษ์ใหญ่ที่เป็นบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์อย่างน้อย 13 บริษัท โดยบริษัทที่ได้รับผลกระทบอย่างมากที่สุดคือ บริษัท คอลเกต ปาล์มโอลีฟ กับบริษัท Daburส่วนบริษัทที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดคือ บริษัท ITC กับบริษัท Godrej

ที่ผ่านมา ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่เราเรียกกันว่า FMCG ในอินเดียจะตกอยู่ในมือของบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่มาตลอด โดยตลาดหลักจะเป็นตลาดในเมือง ซึ่งจากสถิติพบว่าประชากรอินเดียเกือบ 1,300 ล้านคน จะอยู่อาศัยในเขตเมืองเพียง 30% ในขณะที่อีก 70% จะอยู่ในเขตชนบท ซึ่งถ้าบริษัทใดสามารถเข้าถึงตลาดในเขตชนบทได้จะทำให้สามารถกุมตลาดส่วนใหญ่ไว้ได้ และเนื่องจากบาบา รามเทพ เป็นนักบวชที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญานด้วย คนอินเดียทั่วประเทศจึงพร้อมที่จะตามด้วยความศรัทธาอยู่แล้ว ด้วยสถานการณ์แบบนี้ก็เลยยิ่งทำให้สินค้าของบริษัท ปตัญชลี อายุรเวท ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า โตวันโตคืนอย่างไม่หยุดยั้ง ส่งผลให้วงการค้าปลีกของอินเดียสั่นสะเทือนไปทั่ว

นอกจากปัจจัยเรื่องการเป็นผู้นำทางจิตวิญญานของบาบา รามเทพ ที่ส่งผลให้แบรนด์สินค้าของปตัญชลี อายุรเวท ได้รับการยอมรับและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายอย่างรวดเร็วแล้ว รูปแบบธุรกิจของปตัญชลี อายุรเวท ที่เน้นการผลิตในประเทศอินเดียยังเป็นการสนองตอบต่อนโยบาย Make in India ของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ที่บาบา รามเทพ สนิทสนมอีกต่างหาก นอกจากนั้น สินค้าของปตัญชลี อายุรเวท ยังผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ 100% ซึ่งแตกต่างจากสินค้าของคู่แข่งขันที่เป็นบริษัทข้ามชาติที่ผลิตจากสารเคมีเป็นส่วนใหญ่

ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้บริษัท ปตัญชลี อายุรเวท ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วก็คือ ระบบช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งนอกจากจะประกอบไปด้วยผู้จัดจำหน่ายสินค้า (Distributors) ที่เข้มแข็งประมาณ 5,000 สาขา ร้านค้าอีก 10,000 แห่ง และร้าน Patanjali Mega Marts อีก 100 แห่งทั่วอินเดียแล้ว สินค้าของปตัญชลี อายุรเวท ยังวางจำหน่ายอยู่ในช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่อย่างกว้างขวางด้วย เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ตของกลุ่มบริษัท Reliance, ไฮเปอร์มาร์เก็ต Hypercity, ไฮเปอร์มาร์เก็ต Star Bazaar และไฮเปอร์มาร์เก็ต Big Bazaar ของกลุ่ม Future Group ที่จัดสรรพื้นที่วางจำหน่ายสินค้าให้กับสินค้าของบริษัท ปตัญชลี อายุรเวท อย่างเต็มที่

รวมทั้งมีการใช้ Omni Channel หรือช่องทางการจัดจำหน่ายแบบผสมผสานด้วยการจำหน่ายในระบบออนไลน์เพิ่มเข้ามาอีก และยังได้วางแผนจะเพิ่มจำนวนร้านค้าขนาดใหญ่เพื่อรองรับสินค้าจำนวน 562 สินค้าของบริษัท ปตัญชลี อายุรเวท อีกด้วย ทั้งนี้ บริษัท CLSA ได้ประเมินว่าบริษัท ปตัญชลี อายุรเวท เป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้า FMCG ที่เติบโตเร็วที่สุดในอินเดีย

โดยเฉพาะที่ร้านค้าปลีกของกลุ่มบริษัท Future Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทค้าปลีกสมัยใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดีย จากข้อมูลล่าสุดพบว่าสินค้า FMCG ของบริษัท ปตัญชลี อายุรเวท มียอดขายสูงเป็นอันดับที่ 3 จากยอดขายรวมของร้านค้าปลีกทั้งหมดของกลุ่มบริษัท Future Group รองจากสินค้าของบริษัทฮินดูสถาน ยูนิลิเวอร์ และบริษัท P&G ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติทั้งคู่

โดยในปีงบประมาณ 2015-16 (เมษายน 2015-มีนาคม 2016) บริษัทมีมูลค่าตลาดสูงถึง 1.3 แสนล้านรูปีหรือประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาท ด้วยยอดขาย 5 หมื่นล้านรูปีหรือประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาทในปัจจุบัน เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณก่อนหน้า หรือปีงบประมาณ 2014-15 ซึ่งมียอดขาย 25,000 ล้านรูปีหรือประมาณ 12,500 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 100% เลยทีเดียว ยิ่งถ้าเทียบกับปีงบประมาณก่อนหน้านั้นไปอีกในปีงบประมาณ 2013-14 ซึ่งมียอดขาย 12,000 ล้านรูปีหรือประมาณ 6,000 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2012-13 ซึ่งมียอดขาย 8,500 ล้านรูปี หรือประมาณ 4,250 ล้านบาท และปีงบประมาณ 2011-12 ซึ่งมียอดขาย 4,500 ล้านรูปี หรือประมาณ 2,250 ล้านบาท จะเห็นว่าการเจริญเติบโตของบริษัท ปตัญชลี อายุรเวทนี้ก้าวกระโดดอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่เราเรียกว่า FMCG ในอินเดียเป็นภาคส่วนที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 4 ของระบบเศรษฐกิจอินเดียด้วยขนาดตลาด 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.5 แสนล้านบาทในปีงบประมาณ 2016-17 (เมษายน 2016-มีนาคม 2017) และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 7.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.7 ล้านล้านบาทภายในปี 2018 เลยทีเดียว

ด้วยมูลค่าตลาดที่ใหญ่ขนาดนี้ โอกาสของบริษัท ปตัญชลี อายุรเวท ที่จะรุกคืบเข้ามาจึงเป็นไปได้สูงมากและบาบา รามเทพ นี่แหละที่เป็นตัวจริงในการเขย่าตลาด FMCG ของอินเดียที่บริษัทข้ามชาติต้องหันกลับมามองแบบไม่เชื่อสายตาตัวเองศึกครั้งนี้น่าติดตามเป็นอย่างยิ่งครับ

ดูบทความทั้งหมดของ อดุลย์ โชตินิสากรณ์

แชร์ข่าว :
Tags: