ธนรัตน์ ยงวานิชจิต

ดูบทความทั้งหมด
8 สิงหาคม 2559
3,534

นมขมิ้น

ขมิ้น (Turmeric) เป็นสมุนไพรที่ได้รับการศึกษาวิจัยตามกระบวนการวิทยาศาสตร์มาอย่างกว้างขวางยาวนาน

กว่าสมุนไพรอื่นใด มนุษย์ใช้ขมิ้นเป็นอาหารมากว่า 5,000 ปีแล้ว

ปัจจุบัน บรรดานักวิจัยสมุนไพรในสหรัฐและทวีปยุโรป พบว่า อานุภาพเยียวยาที่โดดเด่นของขมิ้นได้แก่สารต่อต้านอาการอักเสบในร่างกาย แม้ว่าจะออกฤทธิ์เพียงระยะสั้น แต่การบริโภคขมิ้นในระยะยาวนานติดต่อกัน จะอำนวยประโยชน์ได้อย่างดียิ่ง

การวิจัยขมิ้นในมนุษย์ ไม่พบภาวะพิษตกค้างใดๆ โดยเฉพาะเมื่อบริโภคขมิ้นในปริมาณที่ใช้ต่อหนึ่งครั้งในอัตรามาตรฐาน คือ 500 ถึง 8,000 มิลิกรัมต่อวัน สำหรับเม็ดที่มีความเข้มข้นทั่วไป หรือ 250 ถึง 2,000 มก. สำหรับเม็ดที่เข้มข้นพิเศษจากการสกัดสารขมิ้นด้วยเทคนิคใหม่ในกระบวนการผลิต

ทุกวันนี้ ผู้คนนิยมใช้ขมิ้นในการปรุงอาหารหรือเยียวยาโรคเรื้อรังต่างๆ เช่นผนังลูกตาชั้นกลางอักเสบ มะเร็งทั่วไป มะเร็งทางโลหิตวิทยา ไขข้ออักเสบ เบาหวาน ระบบย่อยอาหารไม่ปกติ มะเร็งลำไส้ใหญ่มะเร็งตับอ่อนโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นต้น

นอกจากนี้ ขมิ้นยังเป็นมิตรเข้ากับผู้คนทั่วไปได้ดีอีกด้วย แม้ว่าร่างกายของแต่ละบุคคลจะประกอบด้วยสัดส่วนของดินน้ำลมไฟอย่างเป็นเอกลักษณ์ ก็ตาม  

นักวิจัยทั้งหลายสรุปฟันธงไว้ว่า ในบรรดาสมุนไพรทั้งหลาย ขมิ้นคือทหารเอกและทหารแนวรบหน้าของมนุษย์ ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องรักษาสุขภาพในลักษณะที่เข้ากับระบบร่างกายได้อย่างดียิ่ง

ปัจจุบัน ขมิ้นกำลังได้รับความนิยมในสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อุตสาหกรรมยาบางแห่งมีนวัตกรรมในการผลิตขมิ้นเม็ด โดยผสมพริกไทยดำเล็กน้อยกับขมิ้น บรรจุลงในหลอดแคปซูลเล็ก เพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซับสารในขมิ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากพริกไทยดำมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดที่ระบบย่อยอาหารและทั่วร่างกาย ทำให้สามารถดูดซับลำเลียงขมิ้นเข้าสู่ส่วนต่างๆของร่างกายได้อย่างดียิ่ง สูตรนวัตกรรมนี้กลายเป็นเม็ดอาหารเสริมที่ใช้แทนการรับประทานอาหารจำพวกเครื่องเทศได้อย่างสะดวกสบาย อย่างไรก็ตาม ก่อนทานขมิ้นเม็ดธรรมดาไร้พริกไทยดำที่มีคุณภาพสูงแท้จริง ก็ทานอาหารที่มีพริกไทยดำคลุกอยู่หรือปรุงให้มีรสเผ็ดเล็กน้อยแทน ก็น่าจะได้ผลดี

นายไบรอัน วู ผู้สำเร็จหลักสูตรปริญญาโทสาขาวิชา บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ ปริญญาตรีสาขาวิชาจิตวิทยา และชำนาญการด้านวิเคราะห์วิทยา ได้วิจัยรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรคต่างๆที่ขมิ้นช่วยเยียวยาได้ ดังนี้

1) โรคข้ออักเสบรูมาทอยด์ เจ็บปวดตามข้อกระดูก ขมิ้นนมตามสูตรท้ายนี้ จะช่วยให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้คล่องตัวยิ่งขึ้น

2) โรคหวัดธรรมดาและหวัดไวรัสที่ทำให้ไอจามบ่อย เกิดจากภูมิต้านทานที่อาจไม่แข็งแรงเท่าที่ควร นมขมิ้นมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่ก่อให้เกิดการอักเสบได้

3) โรคจากการบริโภคอาหารสำเร็จรูปมากเกินไป มีอาการอึดอัด ปวดท้อง มีผลให้โครงสร้างย่อยอาหารผิดปกติถาวร ขมิ้นมีสารต่อต้านการอักเสบที่สามารถช่วยบรรเทาและขจัดอาการธาตุผิดปกติได้อย่างธรรมชาติ

4) โรคความดันโลหิตสูง ไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดสูง และความเค้นตึงเครียดสูง ขมิ้นมีสารละลายไขมันและสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยลดอาการหัวใจวายได้

5) โรคเจ็บปวดตามเนื้อตามตัวเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ (ไฟโบรมายาลเจีย) ซึ่งบั่นทอนคุณภาพชีวิตได้อย่างรุนแรง ขมิ้นมีสารต่อต้านการอักเสบและบรรเทาความเจ็บปวดเชิงธรรมชาติ ซึ่งเป็นมิตรกว่ายาตามใบสั่งแพทย์ที่มักมีผลข้างเคียงมากมาย

6) โรคมะเร็งที่เกิดตามพันธุกรรม สูบบุหรี่จัด โภชนาการที่ขาดแคลน และการออกกำลังกายไม่พอเพียง ล้วนถดถอยได้ด้วยการใช้วิถีชีวิตที่มีการรักษาน้ำหนักให้พอดีและงดบุหรี่ เมื่อดื่มนมขมิ้นเป็นประจำ สารต่อต้านอนุมูลอิสระเข้มข้นในขมิ้น จะช่วยปกป้องเซล์ลมิให้ดีเอ็นเอแปรรูปเป็นเซล์ลมะเร็งไป

7) โรคตับแข็งจากพิษสุรามีผลกระทบไปทั่วร่างกาย เพราะตับทำหน้าที่ขจัดพิษและรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ทรงตัว ขมิ้นเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีว่า เป็นสมุนไพรดีเยี่ยมสำหรับช่วยให้ตับทำงานตามปกติ

8)  โรคกระดูกพรุน โดยเฉพาะในกลุ่มสตรีเพศ ซึ่งมักมีกระดูกที่อยู่ในสภาพแตกร้าวเมื่อสูงวัย นมขมิ้นมีธาตุแคลเซี่ยมสูงที่ช่วยเสริมให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันโรคนี้ได้

วิธีปรุงนมขมิ้น

นมขมิ้น (นมสีทอง) ดั้งเดิมอยู่ที่ประเทศอินเดีย แพร่หลายมานับพันๆปีทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทุกวันนี้ ชาวตะวันตกเริ่มนิยมดื่นนมขมิ้นมากขึ้น เพราะมีรสชาติอร่อย ช่วยบรรเทาโรคต่างๆได้ และปรุงได้ง่ายจากส่วนผสมที่มักมีอยู่ในบ้านแล้ว

ส่วนผสมที่ใช้มีดังนี้ คือ

-     ขมิ้นผงและกระวานอย่างละ ¼ ช้อนชา

-     พริกไทยดำ ⅛ ช้อนชา

-     ขิงบด กานพลู และเครื่องเทศรวม (allspice) อย่างละ 1 หยิกมือ  

-     นมสดธรรมดาหรือไขมันต่ำ 1 ถ้วย

-     น้ำยาวานิลลา ⅛ ช้อนชา

-     น้ำผึ้งแท้ ¾ ช้อนชา

ตีหรือปั่นเครื่องปรุงต่างๆดังกล่าว ยกเว้นน้ำผึ้ง ให้เข้ากับนมสดเย็นจนกลมกลืนเข้าด้วยกันหมด รินส่วนผสมลงในกระทะ อุ่นด้วยขีดความร้อนปานกลาง จนกระทั่งได้อุณหภูมิที่ต้องการ รินส่วนผสมผ่านตะแกรงกรอง เติมน้ำผึ้งแท้ แล้วเชิญเพลิดเพลินกับนมขมิ้นอันวิเศษนี้ได้ทันที!

----------------------

ธนรัตน์ ยงวานิชจิต

[email protected]

ดูบทความทั้งหมดของ ธนรัตน์ ยงวานิชจิต

แชร์ข่าว :
Tags: