CEO Blog

ประกันภัยเรื่องใกล้ตัว

ทำอย่างไร ซื้อรถแล้วแต่ไม่มี พรบ. มาด้วย

สวัสดีครับพบกับ “ประกันภัยเรื่องใกล้ตัว” กับ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด สำหรับการไขข้อข้องใจในเรื่องของการประกันภัยเพื่อให้ทุกท่านได้รอบรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการประกันภัยกันมากขึ้น

สำหรับฉบับนี้เป็นกรณีที่มีการซื้อรถยนต์จากเต้นท์รถโดยทางเต้นท์บอกว่ารถมี พ.ร.บ.อยู่แล้ว ต่อมาได้ขับรถไปเกิดอุบัติเหตุ มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่ไม่มีเอกสาร พ.ร.บ.จึงได้ไปทำการติดต่อทางเต้นท์รถซึ่งได้รับคำตอบว่าเจ้าของรถเดิมทำหายและไม่รู้ว่ามีประกันที่ไหนจะทำอย่างไรได้บ้าง?

การประกันภัยรถตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถนั้น เป็นการประกันภัยประเภทที่กฎหมายกำหนดหรือบังคับให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถทุกคันต้องทำประกันภัยนี้เพื่อให้การคุ้มครองต่อความเสียหายของชีวิต-ร่างกายหรืออนามัย โดยการเอาประกันภัยนั้นจะติดกับตัวรถไปจนกว่าจะหมดอายุความคุ้มครองซึ่งส่วนใหญ่เป็นการคุ้มครองปีต่อปี

ดังนั้นเมื่อมีการโอนรถไปให้บุคคลอื่นหากรถคันนั้นยังมีความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.อยู่หากผู้ซื้อรถต่อนั้นนำรถคันดังกล่าวไปใช้แล้วเกิดความเสียหายทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตกรมธรรม์นั้นก็จะยังคงให้ความคุ้มครองอยู่ ดังนั้นกรณีนี้ จะยังมีความคุ้มครองหรือไม่นั้นก็จะต้องมีหลักฐานหรือข้อมูลการเอาประกันภัย แต่ปัญหาคือเจ้าของรถเดิมหรือเต้นท์รถไม่สามารถส่งมอบหลักฐานการเอาประกันภัยให้ได้

ในเบื้องต้นเราสามารถตรวจสอบ จากป้ายรายการชำระภาษีประจำปีของรถว่าอยู่ในระยะเวลาที่มีการชำระภาษีอยู่หรือไม่? หากเป็นป้ายชำระภาษีที่ยังอยู่ในระยะเวลาก็แสดงในเบื้องต้นได้ว่ารถคันนั้นน่าจะมีการเอาประกันภัยตามพ.ร.บ. เนื่องจาก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถในมาตรา 19 กำหนดให้กรมการขนส่งทางบกต้องตรวจสอบการเอาประกันภัยรถตาม พ.ร.บ.ก่อนรับจดทะเบียนหรือรับชำระภาษี หากรถยนต์คันนั้นมีป้ายชำระภาษีอย่างถูกต้อง และตรวจสอบข้อมูลการชำระภาษีในสมุดจดทะเบียนรถว่ามีการชำระภาษีถูกต้องตรงกับป้ายที่ออกให้แล้วก็แสดงว่ารถคันนั้นต้องมีการเอาประกันภัยแน่นอน

เพราะว่าหากไม่มีการเอาประกันภัยตาม พ.ร.บ.แล้วกรมการขนส่งไม่สามารถรับชำระภาษีเพื่อต่อทะเบียนรถให้ได้ จึงแนะนำให้ ติดต่อสอบถามการเอาประกันภัยรถไปยังหมายเลข 1186 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ สำนักงาน คปภ. หรือ หมายเลข 1791 บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด โดยแจ้งหมายเลขทะเบียนรถทั้งหมวดอักษร-ตัวเลข-จังหวัดที่จดทะเบียน หรือ หมายเลขตัวถังรถเพื่อขอให้ตรวจสอบข้อมูลการเอาประกันภัยตาม พ.ร.บ.

ทางหน่วยงานดังกล่าวก็จะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลจากฐานข้อมูลการเอาประกันภัย และแจ้งหมายเลขกรมธรรม์ประกันภัยให้ทางผู้ซื้อทราบจากนั้นก็อาจต้องทำการติดต่อทางเจ้าของรถเดิมให้ดำเนินแจ้งความเป็นหลักฐานกับทางตำรวจเพื่อนำใบแจ้งความนั้นไปแสดงกับบริษัทประกันภัยเพื่อขอให้ออกเอกสารฉบับทดแทนต่อไป

ส่วนการใช้สิทธิเพื่อขอรับการชดใช้ค่าเสียหายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผุ้ประสบภัยจากรถจากบริษัทประกันภัยนั้นถึงแม้ไม่มีเอกสารกรมธรรม์ประกันภัยแต่หากมีบันทึกประจำวันการเกิดเหตุจากตำรวจที่แสดงว่ารถคันดังกล่าวได้เกิดอุบัติเหตุไปแสดงพร้อมสำเนาบัตรประชาชนและใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลของผู้ประสบภัยจากรถ ก็สามารถทำการยื่นขอรับค่าเสียหายตาม พ.ร.บ.ได้แล้ว

จากกรณีดังกล่าวข้างต้นก็หวังว่าจะเป็นข้อคิดที่ดีและเป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องความสำคัญของการประกันภัยกันมากขึ้น.....อย่าลืมติดตามประกันภัยเรื่องใกล้ตัวกับบริษัทกลางฯ กันนะครับ ...แล้วพบกัน...สวัสดีครับ