อดุลย์ โชตินิสากรณ์

ดูบทความทั้งหมด

ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ

18 พฤษภาคม 2559
2,163

ธุรกิจบริการอาหารออนไลน์บนรถไฟอินเดีย...แปลกแหวกแนว

พูดถึงรถไฟในอินเดีย ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายท่าน คงนึกถึงภาพผู้คนจำนวนมากเบียดเสียดยัดเยียดยัดทะนาน

กันยั้วเยี้ย อยู่ทั้งในขบวนรถและบนหลังคารถไฟ ซึ่งขอเรียนตามตรงว่า เท่าที่อยู่อินเดียมานานพอสมควร ผมยังไม่เคยเห็นภาพแบบนั้นเลยครับ อันนี้ผมคิดว่าน่าจะเป็นภาพของประเทศเพื่อนบ้านของอินเดียมากกว่านะครับ เพราะเท่าที่ผมได้เคยสัมผัสและใช้บริการรถไฟของอินเดียมา ต้องขอยืนยันว่าคุณภาพการให้บริการและตัวรถของรถไฟอินเดียนี่ถือว่าดีทีเดียว มิหนำซ้ำยังดีกว่าอีกหลายประเทศที่ดูหมิ่นดูแคลนอินเดียด้วยซ้ำไป

ปัจจุบัน แม้ว่าจะมีสายการบินต้นทุนต่ำเกิดขึ้นมากมายในประเทศอินเดีย แต่รถไฟก็ยังคงเป็นระบบขนส่งมวลชนยอดนิยมในหมู่คนอินเดียอยู่ดี ด้วยราคาค่าโดยสารยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับการเดินทางด้วยวิธีอื่นๆ เนื่องจากรัฐบาลอินเดียลงมาดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนส่วนใหญ่ของประเทศ นอกจากนี้ การเดินทางทางรถไฟก็ยังปลอดภัยและไปได้ทั่วประเทศอินเดียเนื่องจากมีเครือข่ายการเดินรถที่กระจายไปทั่วประเทศ อันเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยอินเดียยังคงเป็นอาณานิคมของอังกฤษอยู่

ทั้งนี้ ในแต่ละปีจะมีผู้โดยสารรถไฟในอินเดียประมาณปีละ 6 พันล้านคน...ใช่แล้วครับ ท่านไม่ได้อ่านผิดครับ ตัวเลข 6 พันล้านคนมาจากการที่ประชากรของอินเดียจำนวนประมาณ 1.3 พันล้านคน รวมกับนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางในประเทศอินเดียตลอดปีรวมๆ กัน นั่นหมายความว่าคนอินเดียแต่ละคนเดินทางโดยรถไฟเฉลี่ยปีละประมาณ 5 ครั้ง

ปัญหาใหญ่ของผู้โดยสารรถไฟในอินเดียก็คือเรื่องอาหารการกินบนรถไฟระหว่างการเดินทางที่มักจะมีคุณภาพไม่ดี มีเมนูอาหารให้เลือกน้อย รสชาติไม่ได้เรื่อง และไม่ค่อยจะถูกสุขลักษณะสักเท่าใดนัก ที่น่าเห็นใจมากก็คือผู้โดยสารที่เดินทางไกล เวลาพูดว่านั่งรถไฟไกลๆ ของอินเดียนี่ มันไกลจริงๆ นะครับ อย่างการเดินทางจากเมืองมุมไบทางด้านตะวันตกไปจนถึงเมืองพาราณสีทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือนี่ต้องนั่งๆ นอนๆ กันไปเกือบ 30 ชั่วโมงกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง และปัญหาใหญ่ของผู้โดยสารก็คือไม่มีทางเลือกเรื่องอาหารเลย บนรถไฟมีอะไรก็ต้องรับประทานไปตามนั้น

แต่ตอนนี้ปัญหาดังกล่าวเริ่มคลี่คลายแล้วครับ เพราะปัจจุบันมีนักธุรกิจรุ่นใหม่หัวใสของอินเดียที่บ้านเราตอนนี้นิยมเรียกกันว่า Tech Startup ได้มองเห็นโอกาสจากจุดอ่อนนี้และเข้าใจถึงความต้องการของผู้โดยสารรถไฟรุ่นใหม่ของอินเดียที่ต้องการรับประทานอาหารอร่อย สะอาด ถูกสุขอนามัย คุณภาพดีและมีให้เลือกหลากหลาย จึงได้เริ่มต้นก่อตั้งบริษัทเพื่อจัดทำแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อรับสั่งและจัดส่งอาหารสำหรับผู้โดยสารรถไฟขึ้นชื่อว่า TravelKhana ซึ่งเป็นชื่อที่สื่อให้เห็นธุรกิจของบริษัทอย่างชัดเจน เพราะคำว่า “Khana” ในภาษาฮินดี ถ้าเป็นคำกริยา แปลว่า “รับประทาน” หรือถ้าเป็นคำนามก็แปลว่า “อาหาร” นั่นเอง เมื่อนำมารวมกับคำว่า “Travel” เป็น “TravelKhana” ก็คือ อาหารระหว่างการเดินทางนั่นเอง

ก่อนจะลงไปในรายละเอียดของ TravelKhana ผมขอนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจก่อนว่าธุรกิจรับสั่งอาหารออนไลน์ไม่ใช่สิ่งใหม่ในอินเดีย โดยในปี 2015 ที่ผ่านมา มีเว็บไซต์ที่รับสั่งอาหารออนไลน์เกิดขึ้น 54 เว็บ ด้วยเงินลงทุนรวมกัน 236 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,260 ล้านบาท ที่มีชื่อเสียงก็เช่น FoodPanda แต่ได้ข่าวว่าตอนนี้ก็ประสบปัญหาและบางรายก็ปิดตัวไปแล้ว บางรายก็ถูกควบรวมกิจการไป แต่ที่แปลกใหม่และไม่เหมือนใครก็คือ TravelKhana ที่รับสั่งอาหารออนไลน์และจัดส่งให้ผู้โดยสารที่กำลังเดินทางทางรถไฟอยู่ โดยผู้โดยสารสามารถสั่งอาหารได้จากเว็บไซต์ของการรถไฟอินเดียที่ www.irctc.com ซึ่ง IRCTC ย่อมาจากคำว่า India Railway Catering and Tourism หรือจะเลือกสั่งจากเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.TravelKhana.com หรือจะให้สะดวกกว่านั้นก็สามารถสั่งได้จาก Application บนโทรศัพท์มือถือเลย

แต่ถ้าไม่ถนัดแนวไฮเทคก็สามารถสั่งผ่านโทรศัพท์ซึ่งเป็นบริการโทรฟรีได้เหมือนกัน โดยในคำสั่งซื้อจะต้องระบุชื่อ วัน/เวลาเดินทาง ขบวนรถไฟ หมายเลขการจอง สถานีที่จะรับอาหาร เมื่อ TravelKhana ได้รับคำสั่งซื้อแล้วก็จะส่งต่อคำสั่งซื้อไปยังร้านอาหาร/ภัตตาคารในเครือข่ายของบริษัทฯ เพื่อดำเนินการจัดส่งอาหารให้ผู้โดยสารต่อไป โดยรายได้หลักของ TravelKhana มาจากค่าคอมมิชชั่นของยอดขายอาหาร

ปัจจุบัน TravelKhana มีเครือข่ายร้านอาหาร/ภัตตาคารอยู่ 1,200 แห่งตามเมืองต่างๆ จากที่เคยมีเพียง 110 แห่งเมื่อปี 2013 โดยเป็นบริษัทออนไลน์เพียงบริษัทเดียวที่ได้รับสัมปทานในการจัดส่งอาหารให้ผู้โดยสารรถไฟของการรถไฟอินเดียซึ่งปัจจุบันเพิ่งเปิดให้บริการจัดส่งอาหารได้ 28 สถานี แต่ขณะนี้กำลังขยายเพิ่มขึ้นอีก 409 สถานีตามความต้องการของการรถไฟอินเดีย โดยในเร็ววันนี้จะเพิ่มขึ้นก่อน 150 สถานี ส่วนที่เหลือก็จะเร่งขยายต่อไป โดยปัจจุบันยังให้บริการอยู่ในกรุงนิวเดลี มุมไบ บังคาลอร์ ปูเน่ และโกลกัตตา

TravelKhana เพิ่งเปิดให้บริการได้ประมาณ 3 ปี แต่ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการขยายตัวของธุรกิจเพิ่มขึ้นถึง 12 เท่าตัว คิดดูแล้วกันนะครับว่ากี่เปอร์เซ็นต์ โดยปัจจุบันในแต่ละวัน TravelKhana ต้องจัดส่งอาหารให้ผู้โดยสารบนรถไฟประมาณ 1,500-2,000 ชุด ด้วยอัตราการขยายตัวประมาณ 20-25% ต่อเดือน และในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2015 TravelKhana ได้จัดส่งอาหารให้ผู้โดยสารรถไฟแล้วจำนวน 512,108 ชุด ที่น่าสนใจคือ ยังเป็นการสั่งผ่านระบบโทรศัพท์ (โทรฟรี) จำนวน 229,779 ชุด สั่งผ่าน Application จำนวน 138,227 ชุด สั่งผ่าน Mobile Website (โทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์เคลื่อนที่) จำนวน 80,928 ชุด และสั่งผ่านเว็บไซต์ในคอมพิวเตอร์ จำนวน 63,174 ชุด ซึ่งจะเห็นได้ชัดนะครับว่าการสั่งอาหารทางโทรศัพท์ยังคงได้รับความนิยมสูงสุด

แต่ที่มีแนวโน้มดีมากก็คือ การสั่งผ่าน Application และ Mobile Web เนื่องจากปัจจุบันคนอินเดียมีการครอบครองโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เคลื่อนที่มากขึ้น ทำให้การเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตทำได้ง่ายขึ้นและสะดวกขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่ายอดขาย (GMV: Gross Merchandise Volume) ในปี 2016 นี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้น 4 เท่าตัวเป็น 350 ล้านรูปีหรือประมาณ 175 ล้านบาท

สำหรับผู้โดยสารรถไฟที่สั่งอาหารออนไลน์ผ่าน TravelKhana ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 18-34 ปีซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 80.89% รองลงมาคือ ช่วงอายุ 35-44 ปี (7.03%) ช่วงอายุ 55-64 ปี (4.40%) ช่วงอายุ 45-54 ปี (4.56%) และช่วงอายุ 65 ปีขึ้นไป (3.33%)

ดูแล้วอนาคตของ TravelKhana ค่อนข้างจะสดใสมาก เพราะแค่เริ่มต้นก็เติบโตอย่างพรวดพราดเหลือเชื่อ ที่สำคัญคือ โอกาสในตลาดมีอยู่สูงมากเพราะผู้โดยสารรถไฟในอินเดียมีจำนวนมากถึงปีละ 6 พันล้านคน นี่เพิ่งจะเริ่มๆ ก็ไปโลดแล้ว ผมคิดว่าแนวความคิดนี้เด็ดสะระตี่มากๆ ครับ เขียนมาให้อ่านเผื่อว่าจะเป็นไอเดียสำหรับ Tech Startup บ้านเรานะครับ

ดูบทความทั้งหมดของ อดุลย์ โชตินิสากรณ์

  • 1/2
  • 2/2
แชร์ข่าว :
Tags: