วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

เปิดหุ้นใหญ่กองทุนไทยนิยมถือครอง

เปิดหุ้นใหญ่กองทุนไทยนิยมถือครอง

ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ช่วงเริ่มต้นไตรมาสสุดท้ายของปี 2557 ดัชนีผันผวนสลับขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง

และดูเหมือนว่า ดัชนีกำลังพยายามยืนให้เหนือระดับ 1,600 จุด ไว้ให้ได้ ซึ่งบรรดาโบรกเกอร์ประเมินสถานการณ์ว่า ตอนนี้เป็นช่วงของการปรับฐานของดัชนีหุ้นไทย หลังจากที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรง

หากพิจารณาโครงสร้างการลงทุนของนักลงทุนในตลาดหุ้นไทย พบว่า นักลงทุนรายย่อย มีสัดส่วนการลงทุน 58% นักลงทุนต่างชาติ 23% นักลงทุนสถาบัน 10% และพอร์ตลงทุนโบรกเกอร์ 9% ดังนั้น ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยผันผวนแรง นักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบัน ก็น่าจะมีบทบาทต่อการกำหนดทิศทางตลาดหุ้นอยู่บ้าง

บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเซียพลัส มีข้อมูลที่น่าสนใจ ระบุถึงกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ มีสถานะเป็นผู้ซื้อสุทธิต่อเนื่องนับตั้งแต่งวดไตรมาส 4/2555 หากรวมมูลตลาดของยอดซื้อสะสมจนถึงตอนนี้อยู่ที่ 1.5 แสนล้านบาท โดยฝ่ายวิจัยได้รวบรวมข้อมูลของกองทุนหุ้น ณ สิ้นไตรมาส 2/57 มีจำนวน 220 กอง จากจำนวนทั้งหมด 400 กอง พบว่ามีการถือครองหุ้นสัดส่วนสูงถึง 90.50% ของเงินที่ระดมทุนทั้งหมด ที่เหลือเป็นเงินสด 3.75% พันธบัตร 3.5% และอื่นๆ 2.24% เป็นที่สังเกตว่า การที่กองทุนถือเงินสดในระดับถือต่ำกว่าเกณฑ์ปกติทำให้เชื่อว่านักลงทุนสถาบันในประเทศอยู่ในภาวะที่ถือหุ้นสูงกว่าปกติ

ทั้งนี้ เป็นปัจจัยบ่งชี้ว่า โอกาสที่จะเกิดแรงซื้อจากกองหุ้นเข้ามาผลักดันดัชนีจะมีอีกไม่มาก หากสมมติว่าจะเข้าซื้อหุ้นเพิ่มจนเหลือเงินสดที่ 2% ก็จะมีเม็ดเงินซื้อได้อีก 1.5 หมื่นล้านบาท แต่อาจมีเม็ดเงินเพิ่มเข้ามาจากกองทุนระยะยาว (LTF) ซึ่งช่วง 3 ปีที่ผ่านมามียอดซื้อสุทธิ 4 หมื่นล้านบาท ขณะที่ช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้พบว่ามียอดซื้อเพียง 8.78 พันล้านบาท ซึ่งช่วงเวลาที่เหลือน่าจะมีแรงซื้อเข้ามาอีก

จากข้อมูลพบว่าหุ้นที่กองทุนนิยมถือครองมากที่สุดมี 7 บริษัทใหญ่ คือ หุ้นแบงก์กสิกรไทย (KBANK) มีจำนวนกองทุนหุ้นที่ถือครอง 148 กอง โดยมีการถือครองด้วยสัดส่วนเฉลี่ย 6%ของพอร์ตลงทุน รองลงมา หุ้นซีพีออลล์ (CPALL) 142 กอง สัดส่วนเฉลี่ย 6.4% หุ้นปูนซิเมนไทย (SCC) 131 กอง สัดส่วนเฉลี่ย 6.5% หุ้นแอดวานซ์ (ADVANC) 121 กอง สัดส่วนเฉลี่ย 5.6% หุ้นแบงก์ไทยพาณิชย์ (SCB) 118 กอง สัดส่วน 6.1% หุ้นแบงก์กรุงเทพ (BBL) 117 กอง สัดส่วน 5.9% หุ้นปตท. (PTT) 104 กอง สัดส่วน 7% และหุ้นปตท.สผ. (PTTEP) 103 กอง สัดส่วน 6.1%

ส่วนหุ้นที่กองทุนถือน้อยกว่า 100 กองทุนและมีสัดส่วนต่ำกว่า 6% เช่น หุ้นทอท. (AOT) หุ้นอินทัช (INTUCH) หุ้นแบงก์กรุงไทย (KTB) หุ้นบีจีเอช (BGH) หุ้นบีทีเอส (BTS) หุ้นพีทีทีจีซี (PTTGC) หุ้นจัสมิน (JAS) หุ้นซีพีเอฟ (CPF) หุ้นบางจาก (BCP) หุ้นซิโนไทย (STEC) หุ้นซีพีเอ็น (CPN) เป็นต้น

เมื่อหุ้นขนาดใหญ่ที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีอยู่ในพอร์ตของกองทุน เมื่อใดที่หุ้นกลุ่มดังกล่าวถูกเทขายทำกำไรไม่ว่าจะเป็นกรณีซื้อ หรือขายเพื่อปรับพอร์ตลงทุน ก็จะมีผลกระทบทิศทางการลงทุน

ดังนั้น นักลงทุนที่ถือลงทุนในหุ้นกลุ่มที่สถาบันทั้งในและต่างประเทศนิยม ก็ต้องพร้อมที่จะทำความเข้าใจยอมรับความเสี่ยง แต่อย่างน้อยก็ปลอดภัยกว่าการลงทุนหุ้นเล็กที่มีแรงเก็งกำไร หรือมีเจ้ามือคอยปั่นราคา