พอใจ พุกกะคุปต์

ดูบทความทั้งหมด

ถอดรหัสธุรกิจ : วิทยากรและที่ปรึกษาองค์กรชั้นนำจำนวนมาก

25 มีนาคม 2556
4,849

วิธีคบความเครียด

คนทำงานยุคนี้ ล้วนแล้วแต่มีความเครียด นั่งเบียดอยู่ข้างกาย คล้ายเงาตามตัว

เหมือนเรายิ่งวิ่งหนี เขายิ่งไล่ล่า ยังไงก็หาเราพบ

ชีวิตหลายคน ต้องทนตื่นตีห้า เพื่อฝ่าฟันเดินทางท่ามกลางวิกฤติรถติด ที่ทำให้รีบเร่งเพื่อออกไปอยู่นิ่งๆ เทเวลาชีวิตทิ้งในถนน

พอถึงที่ทำงาน อาจรำคาญใจที่ต้องประสานงานกับใครต่อใครที่พูดไม่รู้เรื่อง หรือทำงานกับคนที่เคืองค้างกันมาจนลืมสาเหตุ หรือต้องทำงานหนักหนาทั้งสารพัดประเภท เป็นเหตุให้สมองตีบลีบเฉียบพลัน จะหันไปขอความช่วยเหลือจากหัวหน้า ก็ตระหนักว่า ท่านอาการเดียวกัน

เรามีข้อมูลเรื่องความเครียดมากมาย ที่บอกให้พยายามละความเครียด เพราะมันส่งผลร้ายนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ความสัมพันธ์ และที่สำคัญเรื่อง “สุข”ภาพ ที่ปรับสภาพเป็น “ทุกข์”ภาพ ให้เห็นเป็นอาการปวดหัว ตัวสั่น ความดันพลุ่งพล่าน งุ่นง่านหงุดหงิด จิตตก เป็นต้น

คนทำงานส่วนใหญ่ใช้หลากหลายวิธีในการบริหารความเครียด อาทิ สร้างสมดุลระหว่างชีวิตงานและชีวิตส่วนตัว หรือ work - life balance เปลี่ยนงาน ออกกำลังกาย ใช้งานอดิเรกเป็นตัวเยียวยา หรือ นั่งสมาธิ เป็นต้น

วันนี้ดิฉันมีข่าวดี มาเพิ่มวิธีดูแลความเครียด โดยไม่ต้องทำอะไร แค่มองเขามุมใหม่ ไม่ยาก

Alia Crum, Peter Salovey และ Shawn Achor นักวิจัยจากสองสถาบันดัง คือมหาวิทยาลัย Yale และ Harvard ของประเทศสหรัฐอเมริกา รวมตัวรวมแรงแข็งขัน ใช้ประสบการณ์และผลการศึกษาหลายสิบปี เพื่อวิจัยเรื่องความเครียด หรือ stress ได้ลงตีพิมพ์ผลงานเล่าผ่านหนังสือและบทความในนิตยสารของมหาวิทยาลัยให้เราฟัง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ในประเทศสหรัฐอเมริกา เรื่อง stress มีชื่อเสีย(ง)ว่า เป็นปัจจัยที่สำคัญสุดที่ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพคนอเมริกัน สถาบันวิจัยเรื่องภาวะความเครียดของสหรัฐ ฟันธงว่า 70 ถึง 90% ของการที่คนไปพบแพทย์ มีสาเหตุโยงใยไปถึงความเครียด แถมจัดลำดับ stress ให้ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งใน 6 สาเหตุหลักที่ทำให้คนอเมริกันเสียชีวิตในปัจจุบัน
ก่อนอื่นใด มาทำความเข้าใจว่า ความเครียด คืออะไร

คู่มือส่งเสริมสุขภาพวัยทำงาน ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขของไทยเรา ระบุว่า ความเครียด “เป็นสภาวะจิตใจและร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นผลจากการที่บุคคลต้องปรับตัวต่อสิ่งกระตุ้น หรือสิ่งเร้าต่างๆในสิ่งแวดล้อม ที่กดดันหรือคุกคามให้เกิดความทุกข์ ความไม่สบายใจ”

เอาว่าไม่ว่าชาติไหนๆ ในมุมมองของคนทั่วไป “ความเครียด” มักเป็นตัวร้าย ทำลายสมอง ทำลายสุขภาพ ทำลายงาน ทำลายครอบครัว

กระนั้นก็ดี ทีมงานวิจัยที่พูดถึง ดึงผลการศึกษาที่มีมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งด้านจิตวิทยา อารมณ์ และสุขภาพ มาเสริมว่า ความเครียดมีสิทธิ์ส่งผลในเชิงบวกบ้าง มิใช่สร้างปัญหาขาเดียว

อาทิ ความเครียดส่งผลให้เกิดการตื่นตัว ระแวดระวัง ทั้งยังส่งสัญญาณให้สมองของเรายอมใช้และปลดปล่อยพลังมหาศาลที่เก็บซ่อนไว้ อันล้วนก่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพ ความสามารถ ความฉลาด และประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานแบบสบายใจเฉิบ เสร็จก็ดี ไม่เสร็จก็ได้ ไม่เป็นไร เช้าได้ชาม เย็นได้ครึ่งชาม ตามสบาย

นอกจากนั้น ความเครียดก่อให้เกิดความแกร่งด้านอารมณ์ เพิ่มการรับรู้ การดูได้รอบข้าง จนเห็นมุมมองใหม่ ซึ่งมีส่วนให้ทำงานได้สำเร็จ ส่งผลให้เกิดมั่นใจ ไม่กลัว

ทีมวิจัยนี้ เลือกเจาะศึกษาพฤติกรรมคนทำงานในองค์กรด้านการเงินการธนาคาร ซึ่งเป็นธุรกิจประเภทที่ถือว่าน่าจะมีความเครียดสูงระดับหนึ่งในปัจจุบัน โดยวัดมุมมองของกลุ่มคนที่ศึกษา และพบว่า สามารถแบ่งคนออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่เห็นว่าความเครียดส่งผลลบ และ กลุ่มที่เห็นว่าความเครียดส่งผลบวก

จากการศึกษาต่อเนื่องพบว่า ทั้งประสิทธิภาพและความพึงพอใจในการทำงาน ของคนกลุ่มที่มองความเครียดเป็นเรื่อง “ชิวๆ” สูงกว่ากลุ่มคนที่มองความเครียดเป็นปัญหา อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ มิได้หมายความว่าคนที่คบหาความเครียดเป็น "มิตร" มีเรื่องที่ต้องคิดต้องเครียดน้อยกว่าคนที่มีความคิดว่าความเครียดเป็น "มาร"

ทีมงานฟันธงว่า ประเด็นที่ต่าง มิใช่ “ระดับ” ของความเครียด

แต่เป็น “มุมมอง” ต่อความเครียดต่างหาก

มองดี เขาก็มีประโยชน์

มองความเครียดเป็นโทษ เขาก็พิโรธโกรธกลับให้เห็น

นั่นคือ ความเครียดจะเบียดบังบั่นทอนความสุข สร้างทุกข์ สร้างปัญหา เมื่อเราเห็นว่า ความเครียดเบียดบังบั่นทอนความสุข สร้างทุกข์ สร้างปัญหา

ในเชิงจิตวิทยา ฝรั่งเรียกอาการนี้ว่า self - fulfilling prophecy หรือ คาดหวังอย่างไร มักได้อย่างนั้น

อาทิ หากนักกีฬาเชื่อและมั่นใจว่าจะชนะ ย่อมมีสิทธิชนะมากกว่าเมื่อเชื่อและมั่นใจว่าจะแพ้ การท่องว่าแพ้แน่ๆ ย่อมเพิ่มความสามารถในการ "แพ้" ตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่ง

สรุปว่า ความเครียด แรงกดดัน ปัญหา ย่อมมีมาเนืองๆ เป็นเรื่องธรรมดา

มองให้เป็นปัญหาสาหัส เขาก็พร้อมจัดเต็ม ส่งผลให้ดังใจคิด ไม่ว่าจะปวดหัว จิตตก โรคกระเพาะ ทะเลาะกับลูกน้อง
มองให้เห็นว่าเขามีสิทธิ์เป็นประโยชน์ ไม่โกรธ ไม่กลัว มีมาก็แก้ไข ย่อมไม่แพ้ภัยตัวเอง

จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว อย่างแท้จริงค่ะ

ดูบทความทั้งหมดของ พอใจ พุกกะคุปต์

แชร์ข่าว :
Tags: