เยาวชนไทยวันนี้บอกว่าโตขึ้นไม่อยากเป็นนักการเมือง และแม้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ก็ไม่ใช่อาชีพที่พึงประสงค์ของเด็กไทยวันนี้แล้ว
ข้อสรุปนี้ผมได้จากผลการสำรวจของศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพฯหรือ “กรุงเทพโพลล์” เนื่องในโอกาสวันเด็กเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
โพลล์นี้ไปถามความเห็นของเด็ก ๆ วัย 6-14 ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล 1,115 คน พบว่าอาชีพที่เด็กใฝ่ฝันที่สุดเมื่อโตขึ้นคืออาชีพหมอ (16.6%) ตามมาด้วยครู (14.1%) ตำรวจ (11.5%)
แต่มีเพียง 4.2% เท่านั้นที่อยากเป็นนายกรัฐมนตรีและนักการเมือง!
หากผลสำรวจนี้สะท้อนถึงอนาคตของประเทศไทยจริง ๆ ผมก็ห่วงอนาคตประเทศชาติในหลายด้านด้วยกัน
จากคำตอบของโพลล์นี้ เด็กไทยน้อยคนที่ต้องการจะเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือนักคณิตศาสตร์ และดูเหมือนจะไม่มีความกระตือรือร้นที่จะโตมาเป็น “ผู้ประกอบการ” สร้างสรรค์วิชาชีพที่เป็นตัวของตัวเองดั่งเยาวชนของประเทศที่สร้างเนื้อสร้างตัวมาได้อย่างญี่ปุ่น, เกาหลี, และจีน ในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา
ความใฝ่ฝันอยากเป็นหมอ, วิศวกร และครู เป็นเรื่องที่ดี น่าชื่นชม แต่สังคมไทยเราจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างคล่องแคล่วต้องมีคนรุ่นใหม่ที่กล้าคิดกล้าฝันสร้างสิ่งใหม่โดยเฉพาะที่โยงกับเทคโนโลยีที่กำลังจะเป็นคลื่นลูกใหม่ที่เป็นพลังขับเคลื่อนสังคมเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างเป็นรูปธรรม
เราต้องการคนรุ่นใหม่ที่เป็นนักสร้างนวัตกรรม
และเราต้องการคนรุ่นใหม่ที่มีความเป็นผู้นำและพร้อมจะทำงานเพื่อส่วนรวมในเวทีสาธารณะเช่นการเมืองและงานจิตอาสา
แต่เมื่อมีเด็กไทยเพียงร้อยละ 4.2 ที่สนใจจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือนักการเมือง, ก็เป็นสัญญาณน่ากังวลไม่น้อยกว่าการที่เด็กไทยไม่อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือนักค้นคว้าประดิษฐ์หาสิ่งใหม่ ๆ
สมัยหนึ่ง เด็กไทยจะแย่งกันไปนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ในทำเนียบรัฐบาล และถ่ายรูปกับเก้าอี้ตัวนั้นด้วยความหวังว่าวันหนึ่งหากมีความสามารถจริง ๆ , ทุกคนควรจะต้องตั้งเป้าว่าจะต้องเป็นผู้นำประเทศและจะต้องมานั่งบนเก้าอี้ตัวนี้ให้ได้
หรือไม่เด็กไทยก็จะต้องมีความฝันว่าจะต้องทำงานให้กับประชาชนด้วยการเป็นนักการเมืองที่ดี, ซื่อสัตย์, เสียสละ และเป็นตัวอย่างของการทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์
ประเทศไหนที่การเมืองมีคุณภาพหรือที่วัฒนธรรมก้าวไปถึงจุดของการพัฒนาแล้ว คนรุ่นใหม่จะต้องมีความฝันที่จะเป็นผู้นำประเทศเพื่อเปลี่ยนแปลงให้สังคมไปในแนวทางที่ตนอยากจะเห็น
แต่วันนี้เด็กไทยไม่ต้องการเป็นนักการเมือง, และไม่มีความกระตือรือร้นที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี
หากเป็นเช่นนี้จริงแปลว่าบ้านเมืองเรามีปัญหาที่ฝังลึก เพราะเยาวชนไทยวันนี้ไม่มีความทะเยอทะยานที่จะเข้ามาเป็นนักการเมือง ไม่ต้องการไปถึงจุดสูงสุดแห่งการทำหน้าที่ของพลเมือง
เพราะภาพลักษณ์ของการเมืองไทยเสื่อมทรามมาตลอด คนดีคนเก่งไม่ต้องการเข้าไปเกลือกกลั้วกับการเมือง คนตรงคนซื่อ บอกว่า ตนเองไม่เหมาะกับงานการเมืองเพราะโกหกไม่เป็น และคนที่ต้องการจะเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อไปทำงานรับใช้สาธารณะ พอก้าวเข้าไปการเมืองได้ไม่นานก็กระโดดหนีออกมาเกือบไม่ทัน
จึงเป็นพันธกิจของคนไทยในแวดวงการเมืองซึ่งต้องแก้ไขที่พื้นฐานโดยเร่งด่วน นั่นคือ จะต้องทำให้นักการเมืองเป็นอาชีพที่น่าใฝ่ฝันสำหรับเยาวชน เพื่อที่เราจะได้สร้างผู้นำทางการเมืองรุ่นต่อ ๆ ไปที่จะทำงานเพื่อปวงชนอย่างแท้จริง
ประเทศใดเยาวชนมีความรู้สึกว่าตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ไม่ใช่ตำแหน่งที่มีเกียรติ, ศักดิ์ศรี และเป็นเป้าหมายแห่งความใฝ่ฝัน, ประเทศนั้นมีปัญหาการสร้างอนาคตแน่นอน





