ปีใหม่นี้ ถ้าจะภาวนาเรื่องต่างประเทศหนึ่งเรื่อง ต้องให้ผู้นำใหม่ของจีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ (เปลี่ยนตัวพร้อมกันก่อนสิ้น 2555)
นั่งลงเจรจาหาทางออกจากความขัดแย้ง ที่ทำท่าว่าจะบานปลายถ้าไม่หาทางออกร่วมกันอย่างมี “วุฒิภาวะ” จริง ๆ
ผู้นำเบอร์หนึ่งของจีนคนใหม่คือ “สีจิ้นผิง”
ญี่ปุ่นเลือกตั้งใหม่ ได้พรรค LDP กลับมาผงาดอีกครั้ง นายกฯคือ ชินโซะ อาเบะ
เกาหลีใต้พลิกประวัติศาสตร์ด้วยการเลือกสุภาพสตรีเป็นประธานาธิบดีคนแรก เธอคือปาร์กกึนเฮ, ลูกสาวอดีตผู้นำเผด็จการปาร์กจุงฮี
ทั้งสามเป็นประเทศที่มีความสำคัญยิ่งต่ออนาคต ไม่เพียงแต่เอเชียเท่านั้น แต่ยังมีผลพวงส่งไปทั้งโลก เพราะมะกัน (ซึ่งก็เพิ่งเลือกตั้งใหม่ ได้บารัก โอบามา กลับมาเป็นสมัยที่สอง) หนุนเนื่องทั้งญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ และพยายามจะสร้างดุลอำนาจโลกใหม่กับจีน
สีจิ้นผิง ขึ้นมาเป็นผู้นำรุ่นที่ 5 ของจีนด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวว่าจะไม่ยอมให้ใครมาล่วงล้ำอธิปไตยทางน้ำ
ชินโซะ อาเบะ เป็นนักการเมือง “ขวาตกขอบ” หาเสียงด้วยการบอกประชาชนว่า จะไม่ยอมให้ใครเหยียบจมูกญี่ปุ่น เรื่องสิทธิเหนือน่านน้ำในทะเลจีนตะวันออกที่มีเรื่องบาดหมางกับจีนอยู่
จีน พยายามแสดงแสนยานุภาพทั้งทางทะเล และอากาศให้ญี่ปุ่น เห็นว่าอย่างไรเสียมังกรยักษ์ก็จะไม่ยอมให้ซามูไร มาเหยียบตาปลาแน่นอน
ญี่ปุ่น ส่งเรือลาดตระเวนไปบริเวณพิพาท และล่าสุด วันสิ้นปี 2555 ก็จับเรือประมงจีนหนึ่งลำที่โตเกียว อ้างว่า ล้ำ “เขตเศรษฐกิจจำเพาะ” ทางน้ำของเขา
จีนเรียก “เตี้ยวหยู” ญี่ปุ่น ขานชื่อว่า “เซนซากุ”...ก็แค่เป็นก้อนหินไม่กี่ก้อนที่สงสัยว่าจะมีน้ำมันและแก๊สธรรมชาติที่ยังไม่มีใครขุดพบขึ้นมาใช้ได้
ต่างคนต่างตั้งท่าจะขีดวงทับกันอย่างนี้ สถานการณ์ก็จะคุกรุ่นต่อเนื่อง และแน่นอนว่าจะไม่เกิดผลดีกับใครเลย
การค้าและการลงทุนของจีนกับญี่ปุ่นได้รับผลกระทบเพราะความขัดแย้งทั้งคู่ ผลเสียหายประเมินค่าไม่ได้เพราะยังดำเนินอยู่ และยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงในเร็ววัน
ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ก็มีเรื่องระหองระแหงกันว่าด้วยเกาะที่ต่างฝ่ายต่างอ้างเป็นของตัวเอง (Dokdo/Takeshima)
ขณะที่จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ เผชิญหน้ากันอยู่ในทะเล เกาหลีเหนือ ก็ยิงจรวดพิสัยไกลขึ้นท้องฟ้า อ้างว่าส่งดาวเทียมไปทำการวิจัยในอวกาศ ขณะที่หลายฝ่ายบอกว่าเป็นการทดลองอาวุธระยะยาวที่มีรัศมีไกลถึงตะวันตกของสหรัฐฯได้
แทนที่ทั้งสามชาติจะนั่งลงพูดจาต้าอวยว่าจะไปกดดันเปียงยาง อย่าได้สร้างความตึงเครียดเพิ่มเติมในกับภูมิภาคนี้, สามชาติยักษ์แห่งเอเชียกลับมาหาทางสร้างอำนาจต่อรองเพื่อเอาชนะคะคานกันเรื่องหมู่เกาะในทะเล
ถือได้ว่าเป็นการเสียโอกาสที่จะสร้างสันติภาพให้กับย่านนี้อย่างน่าเสียดายยิ่ง
ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ คนใหม่บอกว่าจะใช้ “การทูตบนพื้นฐานความไว้วางใจ” กับเกาหลีเหนือ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้รับความสนใจจากผู้นำเปียงยาง หนุ่มใหญ่ที่มีนามว่า “คิมจองอึน” เท่าไหร่นัก
ผมจึงหวังว่าผู้นำปักกิ่ง, โตเกียว และโซล จะตระหนักในความเป็น “ผู้ใหญ่” ของตัวเองในอันที่จะหาทางยุติปัญหาระหว่างกันเองอย่างเป็นรูปธรรมเสียภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า เพราะหาไม่แล้ว, ผลเสียหายทั้งด้านความไร้เสถียรภาพทางความมั่นคง, เศรษฐกิจ, การเมืองและการทูตจะกลับมาทิ่มแทงแต่ละประเทศเอง
ถ้าจีนไม่หาทางเจรจากับญี่ปุ่น และญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ไม่เร่งหาทางออกทางการทูต เกาหลีเหนือก็จะอาละวาดหนักหน่วงขึ้น และสหรัฐฯ ก็จะมีข้ออ้างที่จะเข้ามาแทรกแซงกิจการในเอเชียหนักขึ้น...
น้อง ๆ อาเซียนอย่างไทยก็จะพลอยสับสนอลหม่านไปด้วย, พี่เบิ้มทั้งหลายเอ๋ย





