วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

พม่าเปิดประตูเสรีภาพอีกก้าว... ปูทาง น.ส.พ. รายวันครั้งแรกใน 50 ปี

พม่าเปิดประตูเสรีภาพอีกก้าว... ปูทาง น.ส.พ. รายวันครั้งแรกใน 50 ปี

ก่อนสิ้นปี 2555 พม่าแง้มประตูการเมืองกว้างออกอีกรอบหนึ่ง

ด้วยการประกาศว่าจะเปิดให้สื่อมวลชนขอใบอนุญาต ออกหนังสือพิมพ์รายวันได้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2556
และสามารถตีพิมพ์ออกจำหน่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 เดือนเมษายนปีนี้เป็นต้นไป

ไม่น่าจะเป็นเรื่องล้อเล่นแบบ April’s Fool เพราะเป็นข่าวคราวที่รอคอยมาหลายเดือน ตั้งแต่มีการร่างกฎหมายว่าด้วยสื่อเพื่อผ่อนคลายเงื่อนไขควบคุมสื่อสารมวลชนเป็นการยืนยันว่าก้าวย่างสู่ประชาธิปไตยของพม่าเป็นเรื่องจริงจังและมีเนื้อหาสาระอย่างแท้จริง

หากพม่ามีหนังสือพิมพ์รายวันได้จริงในเดือนเมษายนปีนี้ ก็จะเป็นครั้งแรกที่มีปรากฏการณ์เช่นนี้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1964 หรือเป็นครั้งแรกในเกือบ 50 ปี

เป็นเรื่องเหลือเชื่อสำหรับสังคมใดที่จะปิดหูปิดปากปิดตาประชาชน ด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของผู้นำกองทัพได้ยาวนานถึงครึ่งศตวรรษ

แต่สำหรับพม่า นี่คือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ และที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้น ก็คือ เมื่อเปิดประตูแห่งเสรีภาพทางการเมืองแล้ว อัตราเร่งของการเปิดกว้างในการให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี ก็ดูเหมือนว่าจะรวดเร็วกว่าที่ใครต่อใครจะคาดคิด

กระทรวงข่าวสารพม่า ประกาศในสัปดาห์สุดท้ายของปีที่เพิ่งผ่านไป ว่า ใครก็ตามที่มีสัญชาติพม่าสามารถจะยื่นขออนุญาตออกหนังสือพิมพ์รายวันในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อตีพิมพ์ออกวางจำหน่าย ณ วันที่ 1 เมษายน และจะเป็นภาษาใดก็ได้

ต้องถือว่าเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง เพราะเท่ากับเป็นก้าวต่อเนื่องจากการประกาศเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ยกเลิกมาตรการเซ็นเซอร์สำหรับทุกสื่อของพม่า

ก่อนหน้านี้แม้แต่ตำราเรียน ก็ยังต้องผ่านเซ็นเซอร์ เพราะผู้ปกครองประเทศต้องการควบคุมทุกข้อความ ทุกความเห็นที่ไปถึงประชาชน อันเป็นวิธีคิดแบบเผด็จการทหารที่มีมายาวนาน แต่ก็ทานกระแสแห่งโลกวันนี้ไม่ได้ จำเป็นต้องเปิดกว้างเพื่อให้พม่าก้าวสู่ความเป็นประเทศที่ทันสมัย

เพราะหากว่าพม่าต้องการจะพัฒนาชาติ ดึงการลงทุนและการท่องเที่ยวเข้าประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียนในยุคที่ข่าวสารกระจายได้กว้างไกลไร้พรมแดน และขีดจำกัด การอนุญาตให้มีหนังสือพิมพ์และสิ่งตีพิมพ์อย่างเสรีเป็นเงื่อนไขสำคัญยิ่ง

สมัยหนึ่ง จีนก็ควบคุมสื่ออย่างเคร่งครัดเช่นนี้ ว่ากันว่า หน้าหนึ่งของกระบอกเสียงทางการของจีน คือ “ประชาชนรายวัน” (人民日报) จะต้องผ่านการตรวจและอนุมัติของนายกรัฐมนตรีโจวเอินไหลในขณะนั้น (ต่อมาคือเติ้งเสี่ยวผิง) ทุกคืนก่อนตีพิมพ์

ผู้คุมกองทัพพม่าก็ใช้วิธีการเช่นนี้มายาวนาน เพราะเชื่อว่าการที่จะควบคุมประชาชนได้ ต้องควบคุมการไหลเทข่าวสารให้เป็นไปตามประสงค์ของตนเสียก่อน แต่วันนี้ ทุกอย่างพลิกไปโดยสิ้นเชิง โลกแห่งเทคโนโลยีไม่อนุญาตให้เผด็จการคนไหนกำกับและควบคุมวิธีคิดของประชาชนได้อีกต่อไป

รัฐบาลพม่ามีสื่อที่เป็นกระบอกเสียงของตัวเองอยู่มากมายแล้ว ที่โดดเด่นมากสำหรับคนอ่านภาษาอังกฤษ คือ The Light Of Myanmar หรือ “แสงแห่งเมียนมาร์” ที่เป็นหนังสือพิมพ์รายวันมาช้านาน มีเนื้อหาเป็นโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลที่นำเสนออย่างไร้มาตรฐาน และน่าขบขันสำหรับผู้พบเห็นยิ่งนัก

วันนี้ หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ประกาศยกเครื่อง ปรับหน้าตา และเนื้อหาแล้ว เพราะรู้ว่ากำลังจะต้องเจอกับการแข่งขันจากสื่อภาคเอกชนอย่างรุนแรง ไม่อาจจะปิดหู ปิดตา ปิดปากประชาชนได้อีกต่อไป

ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ของพม่ามีกว่า 180 ฉบับ แต่ส่วนใหญ่ไม่มีประสบการณ์ในการนำเสนอข่าวและความเห็นที่เป็นอิสระมากนัก และเกินครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้ รายงานเนื้อหาสาระที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นการเมืองหรือเศรษฐกิจ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่แตะไม่ได้

หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ของพม่าที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จึงหันไปรายงานเรื่องกีฬา บันเทิง สุขภาพ และเรื่องตลกโปกฮาเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหากับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง

ปีใหม่นี้เมื่อพม่าเปิดประตูสื่อสารมวลชนกว้างขึ้น จึงมีความจำเป็นที่คนทำอาชีพด้านนี้ต้องฝึกฝนตนเอง เพื่อยกระดับการทำหน้าที่อย่างเสรีและรับผิดชอบ และมีความกล้าหาญในอันที่จะเปิดโปงเรื่องโกงกิน และความไม่ชอบมาพากลในระบบการเมืองและราชการ รวมไปถึงความลี้ลับมหัศจรรย์ในกองทัพ ที่ครั้งหนึ่งเป็นเรื่อง “มิอาจเปิดเผย” ได้มาก่อน

เสรีภาพย่อมมาพร้อมความรับผิดชอบ และความเป็นมืออาชีพย่อมมาพร้อมกับการฝึกปรืออย่างแข็งขัน ประกอบกับการตั้งหลักแห่งจริยธรรมอย่างเป็นระบบ

ทั้งหมดนี้ คือ ก้าวย่างใหญ่ อันสำคัญยิ่งสำหรับเพื่อนบ้านตะวันตก ที่กำลังก้าวกระโดดไปสู่ความเป็นชาติแนวหน้าของภูมิภาค ที่คนไทยควรจะชื่นชมและสนับสนุนอย่างเต็มกำลังในทุกๆ ด้าน