วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2569

Login
Login

“7 ที่สุดกับ We Walk เดินมิตรภาพ กับเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์”

เก็บตกเรื่องราวที่น่าจดจำกับขบวนการ We Walk

กิจกรรม We walk เดินมิตรภาพของกลุ่ม People go network เสร็จสิ้นไปตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ภายหลังจากที่คณะทีมงาน และชาวบ้านจากเครือข่ายต่างๆ ปักหมุดหมายแห่งความสำเร็จลง ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น ก่อนจะมีเวทีปิดท้ายที่วัดป่าอดุลยาราม ริมรั้วมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ตัวผมเองได้ไปร่วมเดินในขบวนกับเขาอยู่หลายรอบ มีหลายแง่มุมที่อยากเขียนเล่าให้ฟังในพื้นที่นี้ แต่ด้วยติดขัดสถานการณ์เฉพาะหน้าหลายอย่างจนแล้วจนรอดจึงต้องรอให้การเดินเสร็จสิ้นไปก่อน ถึงได้มาตั้งหลักเขียนเรื่องเล่าชิ้นนี้ขึ้นมา

หลายท่านที่ติดตามข่าวคราวการเดิน We Walk ไปตามถนนมิตรภาพ ในครั้งนี้จากการสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ คงพอคุ้นชื่อ เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ นักพัฒนาเอกชน (NGO) ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร (โดยเฉพาะประเด็นเหมืองแร่) วันนี้ผมไปดึงตัวพี่เลิศมานั่งคุยกันเกี่ยวเรื่องราว “ที่สุด” ของ การเดิน Wewalk ตลอด 800,000 กว่าก้าวที่ผ่านมาจาก มธ.รังสิต ถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น

เริ่มคำถามแรกนะครับ ก่อนเดินพี่เลิศ “กังวลอะไร” มากที่สุด ?

"ไม่กังวลอะไรเลย เตรียมพร้อมมาเกือบ2ปีแล้ว”

แหม่ คำตอบข้อแรกก็เท่แล้ว ข้อต่อไป แล้วระหว่างเดิน “กลัวหรือกังวลอะไร” มากที่สุด ?

“เหตุการณ์ที่วัดลาดทราย (อำเภอวังน้อย จ.อยุธยา) ทำให้เกิดกังวลขึ้นมาว่าจะถูกสกัด และทำให้ตัวเอง และอีกหลายคนถูกเอาตัวไป จนทำให้ที่เหลืออยู่ไม่สามารถเดินต่อไปได้ไกลมากนัก หมายถึงว่า จะทำให้ขบวนที่เหลืออยู่ระส่ำระส่ายจนตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเดินต่อไป หรือจะเดินไปให้กำลังใจคนที่ถูกเอาตัวไป เป็นเหตุการณ์ช่วงแรกๆ ของการเดิน วันนั้นรถเสบียงเราถูกเจ้าหน้าที่ยึดไว้ด้วย แต่ตอนเที่ยงเขาก็ปล่อย เช้าวันนั้นเป็นวันที่กังวลมาก”

พี่เลิศเป็นคนหนึ่งที่อยู่กับการเดินทุกวัน ในตลอดการเดิน We walk เหตุการณ์อะไรที่พี่ “โกรธที่สุด” ?

“โกรธตัวเองที่ตัดสินใจผิดพลาดในการรับมือกับเจ้าหน้าที่ ทั้งตำรวจ และทหารนอกเครื่องแบบ ที่มากันเยอะมาก กระทำพฤติกรรมกดดัน ขับไล่ ข่มขู่คุกคามให้เห็นเด่นชัดมาก เช่น ขับรถประกบระยะประชิดซ้ายขวาหน้าหลัง ช่วงที่เดินผ่านสระบุรี ช่วง 2-3 วันแรกของการเดิน จนทำให้ขบวนแตกกระสานซ่านเซ็นระส่ำระสาย ทั้งๆ ที่จิตใจของพี่น้องที่ร่วมเดินพร้อมรับมือ ผมคิดว่ามันเป็นการวางแผน/รับมือสถานการณ์ที่ผิดพลาดมาก ทุกวันนี้ยังไม่ให้อภัยตัวเอง 

เอาล่ะมาที่เรื่องเบาๆ กันบ้างนะครับ อำเภอ/จังหวัดไหน ? หรือช่วงไหนที่ตำรวจ/เจ้าหน้าที่. น่าประทับใจที่สุด

“ตั้งแต่เข้าโคราช ส่วนใหญ่จะดี บางช่วงเท่านั้นที่ยังก่อกวน ส่วนตัวผมไม่ค่อยคุยกับเจ้าหน้าที่ จะมีพี่อีกคนกับน้องๆ ที่ทำหน้าที่รับมือ พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ขอชื่อนามสกุล ยศ ตำแหน่ง สังกัด ไม่ว่าจะนอกในเครื่องแบบต้องมาแจ้งเราแต่เช้าก่อนเริ่มเดิน เรามีบันทึกจดไว้หมดทุกๆ วัน เพราะถือว่ามีคำสั่งศาลปกครองให้เจ้าหน้าที่ต้องดูแลเรา การมาดูแลกันก็ควรรู้จักชื่อกันไว้ แต่ที่ได้คุยมากสุดกับผมโดยตรง น่าจะเป็นตำรวจเขต อ.โนนสูง โคราช ตัวสูงๆ พยายามหลีกเลี่ยงที่จะคุยแล้วแต่เขาก็อยากมาคุยกับเรา เขาก็พูดจาดีเป็นมิตร”

ระหว่างเดินมีทีมงานแม่ครัวที่ว่ากันว่ามีอาหารจากทุกภูมิภาค พี่เลิศชอบอาหารภาคไหนมากที่สุด ?

  “นี่ไม่ได้ตอบให้ดูดีนะ แต่ทุกอย่างอร่อยไปหมดเพราะมันทั้งหิวทั้งร้อน แต่ผมกินยากกว่าคนอื่นเพราะกินปลาไม่กินเนื้อสัตว์อื่น แต่ไม่เคร่งเขี่ยๆ เอา ถ้าชอบที่สุดก็ส้มตำ ได้กินทุกมื้อเที่ยง ระหว่างพักเดิน ที่อร่อยเพราะกินส้มตำกับข้าวสวย ไม่กินกับข้าวเหนียวตามที่เคยกินประจำ นึกถึงวัยเด็ก คนสระบุรี ลาวสระบุรีชอบกินส้มตำกับข้าวสวยมากกว่าข้าวเหนียว ที่ชอบอีกอย่างก็น้ำพริกหลากหลายชนิดจากภาคต่างๆ คลุกข้าวกินกับผักสด อร่อยที่สุด ช่วงอาทิตย์สุดท้ายชาวบ้านจากบ้านแหง จากอ.งาว จ.ลำปาง ทำน้ำพริกน้ำปูให้กิน อร่อยสุด”

“อีกอย่างคือ สะเดา สองข้างถนนมิตรภาพก่อนเข้าเขตโคราชแถวๆ มวกเหล็กจนตลอดเขตโคราชอันยาวนานสิบกว่าวัน มีต้นสะเดาขึ้นเยอะมาก ชาวบ้านก็แวะเก็บเอามา หลายมื้อกินแต่สะเดากับน้ำพริกต่างๆ กับข้าวอื่นไม่กินเลย บรรยากาศเดินแบบนั้นใช้ชีวิตรวมหมู่แบบนั้นกินสะเดายังไงก็ไม่รู้สึกขมเลย มันอร่อย มันมีความสุขมาก

GTQKHCL8

แล้วถ้าคราวหน้า ถ้าจะเดินอีก อยากเดินไปถนนอะไรมากที่สุด ? เพราะอะไร ?

“เดินจากถนนจากทุกๆ ภาคมารวมกันที่ราชดำเนินเพื่อเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง”

สุดท้ายแล้ว Wewalk อยากบอกอะไรมากที่สุด กับสังคมไทย

ผมคิดว่ามี 3 ประเด็นสำคัญ ประเด็นแรก ประชาชน = ประชาธิปไตย ไม่มีสิ่งใดมาแทนที่ได้ ประเด็นที่สอง อย่าหวาดกลัวอำนาจเผด็จการ ให้ออกมาเดินกันบนท้องถนนเยอะๆ ในขณะที่ประชาธิปไตย ในรัฐสภาถูกปล้นชิงเสียงของประชาชนไป อย่าทำให้ประชาธิปไตยบนท้องถนนต้องหายไปอีก เพราะมันจะไม่เหลือเสรีภาพอะไรไว้ให้ยึดเหนี่ยวอีกเลย

“ประเด็นสุดท้าย มันคือการหลอมรวมหรือประสาน การพัฒนาชุมชนกับการต่อสู้ทางการเมือง’ เข้าด้วยกัน เราจะเห็นจำนวนชาวบ้านที่ออกมาเดินมากเสียยิ่งกว่าปัญญาชนและนักกิจกรรมทางสังคมเสียอีก เราจะเห็นว่าชาวบ้านตัวเล็กๆ มีความกล้าหาญมากกว่าปัญญาชน และนักกิจกรรมทางสังคมที่หลบอยู่ข้างหลังคอยแต่จะใช้วิธีผสานผลประโยชน์กับเผด็จการเพื่อขับเคลื่อนงานของตัวเอง ผมคิดว่า We Walk คือการเดินเพื่อตกผลึกว่า ทั้งเรื่องชุมชน สิ่งแวดล้อม เหมือง ที่ดิน โรงไฟฟ้า ทุกเรื่องต้องช่วยกัน เพราะมันเป็นการต่อสู้ทางการเมือง