"แกร็บวัยเก๋า"เมื่อชีวิตต้องไปต่อ อย่าหยุดเรียนรู้ 

 "แกร็บวัยเก๋า"เมื่อชีวิตต้องไปต่อ อย่าหยุดเรียนรู้ 

อย่าหยุดเรียนรู้ และมีความสุขในทุกๆ วัน อย่างเช่นเรื่องราวของคนที่เคยทำงานประจำแล้วผันตัวมาขับแกร็บ ก็ต้องเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ

เมื่อไม่นานมานี้ แกร็บ ประเทศไทย ได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีป้า (depa) เปิดตัวโครงการ “แกร็บวัยเก๋า” เพื่อสนับสนุนและพัฒนาทักษะทางดิจิทัลให้กับคนไทยวัยเกษียณเพื่อเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เสริม

โดยสองคนขับแกร็บวัยเก๋าที่ไม่ปล่อยให้อายุมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตอย่าง ณิชาดา รัชตะกวัฒน์ สาวเท่วัย 67 ปี ผู้ไม่เคยหยุดเดินตามความฝันในวัยเกษียณ และ สุเมธ โตเพราะญาติ หนุ่มใหญ่วัย 62 ปี ผู้ไม่ย่อท้อและคอยมองหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อสร้างคุณค่าให้ตัวเองอยู่เสมอ ได้มาร่วมเปิดมุมมอง

 

คนเรามีความสุขได้ทุกช่วงวัย

ณิชาดา รัชตะกวัฒน์ ตัดสินใจเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดจากงานข้าราชการ  แม้จะประสบความสำเร็จในอาชีพและมีหน้าที่การงานที่มั่นคง แต่นั่นกลับไม่ใช่ตัวตนของเธอเลย เธอเลือกออกมาทำงานอิสระที่ช่วยตอบโจทย์ชีวิตได้มากกว่า

"หลังจากลาออกจากงานราชการ งานแรกที่ทำคือ เป็นแม่ค้า ช่วยน้องสาวขายกระเป๋าหนังจระเข้ที่ตลาดนัดจตุจักรทำอยู่ 3 ปี รายได้ดีมาก แต่ชอบเดินทางท่องเที่ยว ก็เลยตัดสินใจไปเป็นไกด์พาคนไปเที่ยวต่างประเทศและขับรถพาชาวต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวในไทย 

 "แกร็บวัยเก๋า"เมื่อชีวิตต้องไปต่อ อย่าหยุดเรียนรู้ 

จนมาถึงจุดเปลี่ยนในวันที่คุณแม่ป่วย จึงต้องแบ่งเวลาเพื่อดูแลคุณแม่มากขึ้น แต่ก็อยากหารายได้ไปด้วย 

"เมื่อเรามีรถยนต์คู่ใจที่เคยพาเราไปทุกที่ ก็เลยตัดสินใจลองมาขับแกร็บคาร์ แบ่งเวลาดูแลคุณแม่ไปพร้อมๆ กับการหารายได้ควบคู่ไปด้วย” ณิชาดา กล่าว

เมื่อค้นพบงานที่ตอบโจทย์ ทั้งเรื่องเวลาที่อิสระและสร้างรายได้ จึงยึดการขับแกร็บคาร์เป็นอาชีพหลักเรื่อยมา 

 “ทุกวันนี้พี่ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ใส่ผ้าไหมไปทำงานเป็นข้าราชการอีกต่อไป  ตอนนี้พี่คือผู้หญิงที่เลือกทำตามหัวใจตัวเอง ได้ทำงานที่อิสระ และแกร็บคือสิ่งที่ช่วยเติมเต็มในวันนี้”

งานที่ใช่ วัยไม่เกี่ยว

ส่วนอีกคน แม้จะเข้าสู่วัยเกษียณ แต่ไม่อยากหยุดแค่เลี้ยงหลานที่บ้าน สุเมธ โตเพราะญาติ เคยเป็นพนักงานบริษัทมานานกว่า 40 ปีถูกบีบให้ลาออกด้วยอายุที่มากขึ้น เขาจึงพยายามหางานอิสระขับรถเพื่อส่งอาหารกับแกร็บฟู้ด โดยช่วงแรกเทำเป็นงานเสริม จนเริ่มมั่นใจว่าเป็นอาชีพที่เหมาะกับตัวเอง

“ช่วงที่เราเริ่มอายุเยอะขึ้น บวกกับที่ทำงานเก่าเริ่มมีการปลดพนักงานสูงวัยออก ตอนนั้นผมเริ่มจากการขับแบบพาร์ทไทม์ก่อน คือยังทำงานบริษัทไปด้วยและขับแกร็บไปด้วย ซึ่งเมื่อคำนวณรายได้ต่อเดือนถือว่าใกล้เคียงกับตอนที่ทำงานประจำเลย ”

 "แกร็บวัยเก๋า"เมื่อชีวิตต้องไปต่อ อย่าหยุดเรียนรู้  การเรียนรู้ไม่มีสิ้นสุด

การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สามารถเกิดขึ้นได้เสมอเพียงแค่เราเปิดใจ ณิชาดา บอกว่า แกร็บทำให้ได้เจอคนหลากหลายรูปแบบ และสอนให้พัฒนาทักษะดิจิทัลในด้านต่างๆ 

" อย่างการใช้ GPS ตอนนี้ใช้คล่องมาก จากที่เคยเป็นคนใจร้อนไม่ยอมใคร แต่พอมาขับแกร็บ ซึ่งเป็นงานบริการ และต้องมีสติอยู่เสมอ เพราะพี่ไม่ได้ขับรถแค่เพื่อตัวเองอีกต่อไป แต่ต้องบริการผู้โดยสาร และพาเขาไปส่งถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ”

สุเมธ  เสริมว่า การออกมาขับแกร็บทุกวันเหมือนได้ออกกำลังกายไปในตัว การได้พูดคุยกับผู้คน ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในทุกวัน และยังเป็นการฝึกสมองไม่ให้เสื่อมเร็วอีกด้วย