รับโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนขยายตัวในอนาคต ส่งผลพฤติกรรมผู้บริโภคใช้รถระยะทางสั้นลง จากบ้าน ไปสถานีรถไฟฟ้า
นายอภิเชต สีตกะลิน กรรมการบริหาร ซิลิคอน มอเตอร์ กล่าวว่า การที่บริษัทนถรถพลังงานไฟฟ้าแรตเทิ่ล ำเข้ารถมาแสดงในงานมหกรรรมยานยนต์ขณะนี้ เป็นการขานรับแนวคิด “ประเทศไทย 4.0” และแม้จะยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการเก็บข้อมูลความต้องการของลูกค้าเพื่อพัฒนาไปสู่การทำตลาดอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้นี้
"รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะเกิดได้ ต้องวางโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุม ราคาต้องเหมาะสม แบตเตอรี่ไม่แพง วิ่งได้ระยะทางที่เหมาะสมกับการใช้งาน ลูกค้ากลุ่มแรกๆ ในอนาคตคือกลุ่มมิลเลนเนียลส์ เป็นเด็กที่เกิดในช่วงปี 2000เป็นคนรุ่นใหม่ ไม่ยึดติดแบรนด์เก่าๆ เทคโนโลยีเก่าๆ รวมไปถึงกลุ่มคนทำงานในเมืองใหญ่ กลุ่มคนวัยเกษียณ ที่ใช้รถในระยะทางสั้นๆ"
นายอภิเชตกล่าวว่าเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมาก ในหลายๆ ประเทศทั้งในยุโรป สหรัฐา และจีนมีการทำตลาดจำหน่ายจำนวนมาก โดยเฉพาะจีนที่คาดว่าสิ้นปีนี้น่าจะมียอดขายรถพลังงานไฟฟ้า 4 แสนคัน จะทำให้มีรถประเภทนี้วิ่งอยู่บนถนนของจีนประมาณ 7 แสนคัน ทำให้การพัฒนาคุณภาพสินค้ารวดเร็ว โดยเฉพาะแบตเตอรี่ ทั้งราคาที่ต่ำลง น้ำหนักลดลง และมีความจุที่เพิ่มมากขึ้น สามารถวิ่งได้ระยะทางที่ไกลเพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก จนสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
สำหรับแรตเทิ่ล มีให้เลือกใช้งานหลายระดับ ตั้งแต่ 4 -7.5 กิโลวัตต์ ความเร็วสูงสุด 45-80 กม./ชม. ระยะทางใช้งาน 120-150 กม.
อย่างไรก็ตามการเปิดตลาดรถไฟฟ้า จะต้องรอความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และเห็นว่าสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือการเพิ่มจำนวน ปลั๊ก-อิน ไฮบริดให้แพร่หลาย และมีจุดชาร์จแบตเตอรี่ตามแหล่งชุมชน ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน ให้ครอบคลุม
ปัจจัยหนึ่งที่จะส่งเสริมรถพลังงานไฟฟ้าคือ โครงข่ายระบบขนส่งมวลชน รถไฟใต้ดินสายต่างๆ จะเปิดดำเนินการเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนเสร็จครบสมบูรณ์ในปี 2565 ไลฟ์สไตล์ของผู้คนจะเปลี่ยนไป คนที่อยู่นอกเมืองต้องขับรถไกลๆ ฝ่าการจราจร ขึ้นทางด่วนมาทำงานในเมือง ก็จะเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ในระยะทางที่สั้นลงคือจากบ้านไปยังสถานีเท่านั้น
แหล่งข่าวกล่าวว่า แผนการเปิดตลาดของซิลิคอน คาดว่าจะเริ่มในปีหน้าเป็นต้นไป





