อีก2วันงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 36 ก็จะเริ่มต้นขึ้นสำหรับรอบประชาชนทั่วไป
ซึ่งงานปีนี้จะเป็นความท้าทายครั้งสำคัญสำหรับค่ายรถที่จะประเมินกำลังซื้อกันอีกครั้ง หลังจากช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีสถานการณ์ไม่ดีนัก ยอดขายยังคงมีทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้นำตลาดอย่างโตโยต้าถึงกับบอกว่าอาจจะต้องปรับประมาณการยอดขายลง โดยขอเวลาดูทิศทางถึงเดือน เม.ย.นี้
ตลาดที่ยังซึมอยู่ในขณะนี้ ทำให้คาดการณ์ได้ว่าบรรยากาศในงาน คงเต็มไปด้วยการพยายามสร้างแรงจูงใจในการซื้อในรูปแบบต่างๆ รวมถึงแคมเปญที่ส่วนใหญ่ก็เปิดเผยรายละเอียดล่วงหน้ากันก่อนแล้ว ซึ่งอาจจะไม่สร้างความตื่นเต้นมากนัก เพราะยังคงเป็นในรูปแบบที่เคยชิน คือเงื่อนไขทางการเงิน ดาวน์ต่ำ ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนนาน ขับก่อนผ่อนทีหลัง หรือการมีส่วนลดพิเศษสำหรับรถบางรุ่น ซึ่งส่วนใหญ่ก็เริ่มโดยไม่รองาน ช่วงที่ผ่านมาจึงได้ยินได้เห็นคำว่า "ซื้อได้เลย ไม่ต้องรอ เงื่อนไขเดียวกับมอเตอร์โชว์" ผ่านหูผ่านตาบ่อยครั้ง
แต่ทางผู้จัดเอง ก็พยายามสร้างแรงดึงดูดผู้เข้าชมงานด้วยสิ่งอื่นที่ไม่ใช่แค่เฉพาะแคมเปญ ผ่านทางกิจกรรม หรือว่ารูปแบบการจัดบู๊ธที่คาดว่าจะมีมูลค่ามหาศาลถึง 1 หมื่นล้านบาท สำหรับค่ายรถ 37 ยี่ห้อ รวมกับค่ายจักรยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ
ขณะที่ค่ายรถก็ต้องพยายามหาสิ่งแปลกใหม่มาดึงดูดลูกค้าในช่วงเวลาที่การขายอาจจะยากขึ้นในช่วงนี้ แต่อย่างน้อยการสร้างความรู้สึกที่ดี บรรยากาศที่ดี หรืออย่างน้อยก็ต้องสร้างความประทับใจ และใช้โอกาสนี้ในการให้ข้อมูลข่าวสารให้ได้มากที่สุด
เช่น เชฟโรเลต ซึ่งอยู่ในช่วงการปรับองค์กร ทั้งด้านพนักงาน และสินค้า และไม่มีรถรุ่นใหม่ (new model) แต่อย่างใด มีเพียงการเพิ่มทางเลือกผ่านรุ่นย่อยของปิกอัพตระกูล โคโลราโด ก็คือ ไฮ คันทรี ที่วางตำแหน่งไว้สูงกว่าโคโลราโดในปัจจุบัน
ในงานนี้ เชฟโรเลต ก็จะเน้นกับตัวนี้มากเป็นพิเศษ และเตรียมนำเสนอ "ปฏิบัติการลับข้ามโลก” บนเส้นทางออฟโรดในนิวซีแลนด์ มานำเสนอในรูปแบบเสมือนจริง (Virtual Reality) ที่ให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนว่ากำลังร่วมทดสอบไปบนรถด้วยกัน โดยยืนยันว่าภาพต่างๆที่ลูกค้าจะได้เห็นเป็นการถ่ายทำจริง ไม่ใช่คอมพิวเตอร์กราฟฟิก (CG)
เป็นผลงานการสร้างของบริษัท โอคูลัส ริฟต์ ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเสมือนจริงชื่อดังของโลก ส่วนจะเหมือนจริงหรือน่าตื่นเต้นแค่ไหน ต้องลองด้วยตัวเองจะดีที่สุด
ทางด้านนิสสัน ก็มีลูกเล่นเช่นกัน โดยบอกว่าบู๊ธจะออกแบบโดยทีมผู้เชี่ยวชาญการสร้างสรรค์เทคโนโลยีพร้อมกับอุปกรณ์สื่อสารรูปแบบต่างๆ ภายใต้วงแหวนแห่งประสบการณ์ โดยจะเน้นการถ่ายทอดสัมผัสแห่งความปีติยินดีที่นำเสนอจากความสำเร็จในอดีตของนิสสัน และที่สำคัญจะมี นวัตกรรมการใช้พลังกลิ่นหอมของอโรมาฟุ้งกระจายโดยรอบ เพื่อให้ผู้เข้าชมงานเกิดความรู้สึกสงบและผ่อนคลายภายใต้บรรยากาศความพลุกพล่านและคึกคักของงาน
นั่นเป็นตัวอย่างของสิ่งที่จะเกิดขึ้นในงาน ขณะที่อีกหลายบูธ ก็เตรียมรูปแบบใหม่ๆการนำเสนอ ซึ่งจะเฉลยกันจริงๆในงาน
ในส่วนของรถยนต์ ซึ่งปีนี้ก็จะมีรถใหม่ทั้งที่เป็นรุ่นใหม่ และ ไมเนอร์เชนจ์ มาร่วมงานกันพอสมควร แม้ว่าจะมีข่าวคราวออกไปบ้างแล้ว หรือบางรุ่นก็เปิดตัวไปแล้วก่อนงาน แต่ว่าผู้บริโภคจำนวนมาก ก็ยังไม่ได้เห็นตัวจริง ดังนั้นจึงถือว่าตัวรถก็ยังคงมีแรงดึงดูดอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
นอกจาก โคโลราโด ไฮคันที่ หรือว่านิสสัน จู๊ค ไมเนอร์เชนจ์ รถใหม่ที่จะเข้าร่วมงาน ก็เช่น โตโยต้า คัมรี่ ไมเนอร์เชนจ์ ที่เป็นการขยับตัวครั้งสำคัญของโตโยต้า ในการที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำรถยนต์นั่งขนาดกลางเอาไว้ หลังจากตลาดแผ่วไประยะหนึ่ง
โตโยต้า ยังมีโคโรลลา อัลติส นูเบิร์กริง ซึ่งเป็นรถพิเศษ บวกกับอัลฟาร์ด และเวลไฟร์ ใหม่มาร่วมงาน ซึ่งคงสร้างบรรยากาศที่คึกคักได้ไม่น้อย
มาสด้า เติมตลาดอีโค คาร์ เฟส 2 กับ มาสด้า 2 เครื่องยนต์เบนซิน ซึ่งนอกจากจะเพิ่มทางเลือกด้านเครื่องยนต์ ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกด้านราคาให้กับลูกค้า เพราะค่าตัวของเบนซินต่ำกว่ารุ่นดีเซลอยู่ไม่น้อย และก็น่าจะเป็นตัวดันยอดมาสด้า 2 ให้เพิ่มขึ้น
แต่มาสด้า รวมไปถึงค่ายรถอื่นๆที่ทำตลาดรถเล็ก ก็กำลังถูกท้าทายจากเอ็มจี ที่เปิดตลาด เอ็มจี 3 รถ ซับคอมแพคท์ ในราคาที่แม้แต่รถอีโค คาร์ อาจจะต้องได้รับผลกระทบ เพราะเริ่มต้นที่ 4.7 แสนบาท และสูงสุดที่ 5.9 แสนบาท โดยมีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย
เอ็มจี อาจเป็นน้องใหม่ ประสบการณ์น้อย อาวุธก็ยังน้อย ไม่ว่าจะเป็นอาวุธด้านประสบการณ์ การยอมรับ หรือว่าจำนวนโชว์รูมและศูนย์บริการ แต่อาวุธที่มีอย่างตัวรถก็เป็นอาวุธหนัก เพราะนอกจากทำราคาได้ดี ยังอัดออพชั่นเข้ามาจนเกือบล้นออกมานอกรถ
มิตซูบิชิ หวนกลับมาทำตลาดเอ็มพีวีอีกครั้ง กับ เดลิกา ดี5 แต่ดูเหมือนตัวรถจะมีแนวคิดที่ไม่ได้ต่อมาจากสเปซแวกอน ที่ประสบความสำเร็จในตลาดอย่างดี ดังนั้น เดลิกา จึงคงต้องเริ่มต้นสร้างตลาดกันใหม่ มิตซูบิชิยังมี แอททราจ ไมเนอร์เชนจ์มากระตุ้นตลาดอีโค คาร์ อีกรุ่น
ด้านฟอร์ด หลังจากเผยข้อมูลล่วงหน้ามาหลายเดือนว่าจะมีเรนเจอร์ รุ่นปรับโฉมขนานใหญ่ ก็พร้อมแล้วที่จะเปิดตัว และรถอีกคันที่หลายคนรอคอยก็จะมาด้วยกันก็คือ เอเวอร์เรสต์
ฟอร์ด รวมไปถึงค่ายอื่นที่ทำตลาดปิกอัพ และพีพีวี อาจจะต้องเร่งเครื่องเป็นพิเศษ ก่อนที่คู่แข่งรายใหญ่อย่างโตโยต้า จะเปิดตัวรถทั้งปิกอัพ และพีพีวี รุ่นใหม่ แม้จะยังไม่ระบุเวลาที่แน่ชัด แต่การมีรถที่พรางตัวมาโฉบเฉี่ยวบนท้องถนนให้เห็นกันง่ายๆ ก็เป็นสัญญาณเตือนที่ดี
แม็คซัส รถจากจีน พร้อมจะลุยตลาดใหม่คือ รถตู้ทึบ และรถตู้โดยสาร วีไอพี หลังจากที่กฎหมายด้านขนส่งเปลี่ยนแปลง ทั้งในเรื่องของน้ำหนักตัวรถ และข้อกำหนดในเรื่องสเปค อุปกรณ์มาตรฐาน ที่คาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงเดือน เม.ย.ที่จะถึงนี้
ส่วนตลาดบน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ประกาศกร้าวว่าปีนี้จะเปิดตัวรถ 15 รุ่น จะประเดิมกับ ซี 300 บลูเทค ไฮบริด ซีเคดี รวมไปถึงเอสยูวี จีแอลอี ที่จะมาแทนที่ เอ็มคลาส ด้วยรูปแบบแนวคิดที่เปลี่ยนไป เป็นเอสยูวีที่มีภาพสังคมเมือง และหรูหรามากขึ้น และยังมีเอเอ็มจี จีที เอส เข้ามาเขย่าตลาด ซูเปอร์คาร์
ด้านบีเอ็มดับเบิลยู ก็พร้อมแล้ว สำหรับการทำตลาดรถพลังงานไฟฟ้า (EV) รุ่น ไอ3
แม้เศรษฐกิจจะไม่ดีนัก ตลาดรถยนต์ยังซบเซา หนี้ครัวเรือนยังสูง แต่ความเคลื่อนไหวของค่ายรถในงานมอเตอร์โชว์ ก็อาจทำให้หลายคนลืมเรื่องวุ่นๆ แล้วพาตัวเองไปโผล่ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ โดยไม่รู้ตัวก็เป็นไปได้เช่นกัน


