"เบนซ์"โหมตลาดรถใหม่ ปรับฐานตลาด ขยายกลุ่มลูกค้า
แม้ปี 2557 ที่ผ่านมา จะเป็นปีที่ตลาดรถยนต์โดยรวมถดถอยค่อนข้างรุนแรง ด้วยตัวเลขที่ติดลบ 33.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ว่าท่ามกลางกระแสดังกล่าว พบว่า 2 ผู้นำรถหรูทั้งเมอร์เซเดส-เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู กลับมียอดขายที่เพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่สามารถสร้างสถิติการขายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เข้ามาทำตลาดในไทย ด้วยยอด 1.13 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
มาร์ทิน ชูลซ์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จำกัด บอกว่าการประสบความสำเร็จมาจากหลายส่วน และส่วนหนึ่งก็คือ การมีสินค้าที่หลากหลายให้ลูกค้าได้เลือก โดยช่วงปีที่ผ่านมารถตราดาวสามแฉกมีรุ่นย่อยให้เลือกถึง 30 รุ่น และหลากหลายรูปแบบ ทั้งซีดาน คูเป้ คอนเวอร์ติเบิล เอสยูวี หรือว่ารถตู้
เมอร์เซเดส-เบนซ์ นั้นแบ่งสินค้าออกเป็น 3 กลุ่ม คือ คอมแพคท์ คาร์, ดรีม คาร์ และ ลักซ์ชัวรี คาร์
ลักซ์ชัวรี คาร์ นั้น ถือว่าเป็นตลาดหลักมายาวนาน และในอดีตเมอร์เซอร์เดส-เบนซ์ ก็ทำตลาดนี้เป็นหลัก แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ทั้งการแข่งขันที่รุนแรงเพิ่มขึ้น จากทั้งคู่แข่งต่างยี่ห้อ และคู่แข่งยี่ห้อเดียวกัน แต่เป็นผู้นำเข้ารายย่อย รวมถึงต้องการขยายฐานตลาดให้ใหญ่ขึ้น จึงหันมาเน้นตลาดอื่นๆ เพิ่มเติม โดยคอมแพคท์คาร์ มีเป้าหมายเพื่อขยายกลุ่มลูกค้าที่บางส่วนไม่เคยเป็นลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ มาก่อน มีสินค้าหลักคือ กลุ่มเอ แพลทฟอร์ม และซี-คลาส
ขณะที่ดรีม คาร์ ก็เป็นรถกลุ่มที่มาเติมเต็มความต้องการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคูเป้ เปิดประทุน หรือสปอร์ต
การเพิ่มจำนวนรุ่นเข้ามาจำนวนมาก ทางผู้บริหารก็ยอมรับว่า ทำให้มีภาระที่เพิ่มขึ้น ทั้งต้นทุน หรือการบริหารจัดการ สต็อก แต่ก็คุ้มกับการที่จะได้ตลาดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ก็ได้พยายามวางรูปแบบที่ดี ทั้งในส่วนของบริษัทเอง และตัวแทนจำหน่าย
ชูลซ์ บอกว่า การเพิ่มความหลากหลายให้กับสินค้าถือว่าได้ผลที่ดี และแผนการตลาดปีนี้ก็จะยังคงเดินหน้านโยบายนี้ต่อไป ควบคู่กับกลยุทธ์การตลาดอื่นๆ
โดยปีนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ วางแผนที่จะเปิดตัวรถรวม 15 รุ่น ด้วยกัน โดยจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ.เป็นต้นไป และในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่จะเปิดฉากในช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่จะถึงนี้
ตัวแรกที่จะเข้ามาก็คือซีแแอลเอ ชูทติ้งเบรก ในรูปแบบ 4 ประตู คูเป้ ซึ่งเป็นรุ่นย่อยของ ซีแอลเอ และรถในกลุ่ม เอ แพลตฟอร์ม ซึ่งปัจจุบัน แพลตฟอร์มนี้เข้ามาทำตลาดแล้วหลายรุ่น ทั้ง เอ-คลาส ซีแอลเอ จีแอลเอ รวมถึงจีแอลเอ รุ่นปรับช่วงล่างแบบเอสยูวี
ทั้งนี้เอ แพลตฟอร์มนั้น บริษัทแม่ที่เยอรมนี กำหนดพัฒนาขึ้นมา 5 รูปแบบ เพื่อทำตลาดทั่วโลก หลังจากที่ได้ประเมินว่าในอนาคต ความนิยมในรถหรูแต่มีขนาดเล็กจะเพิ่มขึ้นในทุกๆตลาด
รุ่นต่อมา คือจีแอลอี คูเป้ รถที่จะเข้ามาแทนที่ เอ็มแอล ซึ่งเป็นรหัส เอสยูวี
เป็นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก สำหรับคลาสนี้ จากเอ็มแอลที่มีบุคลิกความเป็นเอสยูวีชัดเจนกว่า มาเป็นจีแอลอี คูเป้ ที่เน้นรูปทรงให้อารมณ์สปอร์ตมากขึ้น ด้วยโครงสร้างตัวถัง หลังคาที่ลาดลง ซึ่งทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ บอกว่า มันเป็นรถที่รวมกันระหว่างสปอร์ต ไดนามิค กระฉับกระเฉง และยังคงไว้ซึ่งความบึกบึนแข็งแรงของรถเอสยูวี
โดยรุ่นที่จะนำเข้ามาทำตลาดคือจีแอลอี 450 เอเอ็มจี คูเป้ ที่ให้พละกำลัง 300 แรงม้า
บทบาทของ จีแอลอี 450 เอเอ็มจี คูเป้ มีมากกว่าการมาเจาะตลาดเอสยูวี อารมณ์สปอร์ตหรู แต่ถูกวางให้เป็นหมือนกับยี่ห้อย่อย และบทบาทในการเป็นตัวเชื่อมต่อ หรือว่าลดช่องว่างระหว่าง เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ เอเอ็มจี
ส่วนใครที่ชอบความแรง อารมณ์สปอร์ตแท้จริง ก็จะมีตัวเลือกเข้ามาให้ได้เลือกกัน เป็นรถที่ได้รับเสียงฮือฮาอย่างมากเมื่อมีการเปิดตัวในต่างประเทศ นั่นคือ เอเอ็มจี จีทีเอส กับเครื่องยนต์ 4 ลิตร วี 8 ไบเทอร์โบ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ ให้กำลังสูงสุด 510 แรงม้า และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 310 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาแค่ 3.8 วินาที
เรียกว่ามันเป็นรถที่มีสมรรถนะพร้อมจะลงสนามแข่งได้เลย หรือเรียกว่าเป็นเรซ แทรค เพอร์ฟอร์แมนซ์
ปัจจุบัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทำตลาดรถตู้หลักๆ 2 รุ่น คือ วีโต้ และเวียโน่ โดยเวียโน่ จัดให้เป็นรถตู้หรูหรา แต่ว่าจากนี้ไป มันจะถูกแทนที่ด้วยรหัสใหม่ที่เรียกว่า วี-คลาส
รูปทรงของวี-คลาส ก็ยังคงเป็นรถตู้ แต่เมอร์เซเดส-เบนซ์ บอกว่า มันถูกปรับเปลี่ยนแนวคิดผ่านการออกแบบด้านต่างๆ รวมถึงภายในห้องโดยสารที่จะเน้นทั้งความหรูหรา สะดวกสบาย การขับขี่ที่นุ่มนวล เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่มันจะถูกดึงเข้ามาอยู่ในกลุ่มรถยนต์นั่ง ไม่ใช่รถตู้อีกต่อไป หรือจะสรุปอีกอย่างก็คือ มันจะเป็นรถอารมณ์เก๋ง ที่ใช้งานได้มากกว่าเก๋ง
รุ่นสุดท้ายในล็อตแรกที่เข้ามาทำตลาดปีนี้ ก็คือเอส-คลาส คูเป้ เพื่อเพิ่มทางเลือก ให้กับกลุ่มเอส-คลาส โดยเฉพาะที่ผู้ชอบอารมณ์สปอร์ตมากขึ้น โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ บอกว่า มันไม่ใช่แค่เอส-คลาส 2 ประตู แต่มันคือ คูเป้
สำหรับทั้ง 5 รุ่น ใหม่ที่เตรียมเปิดตัวช่วงต้นปี จะเห็นได้ว่า แม้จะเป็นรถที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่มีส่วนร่วมเกือบทุกคัน ก็คือ อารมณ์สปอร์ต ซึ่งค่ายดาวสามแฉกก็ยอมรับว่าตั้งใจที่จะเดินมาทางนี้ เนื่องจากกระแสของผู้บริโภคเองก็ให้ความสนใจในส่วนนี้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ
และรถใหม่ทั้งหมด 15 รุ่น ที่จะทยอยเปิดตัวจนครบในปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ มั่นใจว่าจะช่วยผลักดันให้ยอดขายปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้นต่อไป ในระดับตัวเลข 2 หลัก เช่นเดิม


