เจาะเวทีมหกรรมยานยนต์สำรวจบทบาทเก๋งเล็ก

เจาะเวทีมหกรรมยานยนต์สำรวจบทบาทเก๋งเล็ก

ตลาดรถยนต์นั่งในปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ42%ของตลาดรวมเท่าๆกับรถปิกอัพ

ซึ่งเคยเป็นตลาดใหญ่ที่สุดมาก่อน

สัดส่วนตลาดรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้นในอย่างชัดเจนในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาของกลุ่มรถเล็กที่ตอบสนองการใช้งานได้มากขึ้น และการเกิดขึ้นของอีโค คาร์ ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่เข้าถึงรถได้ง่ายขึ้น ไม่เฉพาะกลุ่มคนที่เริ่มต้นทำงานใหม่ รายได้ยังไม่สูงนัก แต่ยังรวมถึงผู้บริโภคในตลาดต่างจังหวัด หรือกลุ่มเกษตรกรที่ต้องการรถใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือ สำหรับบุตรหลานเดินทางไปเรียน

ปัจจุบัน อีโค คาร์ มีสัดส่วนการขายประมาณ 14% ของตลาดรวม แม้ว่าจะลดลงจากช่วงก่อนหน้านี้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโครงการรถคันแรกที่ดึงกำลังซื้อไปล่วงหน้าจำนวนมาก และการเกิดหนี้เสียในระบบ ทำให้สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น จนยอดผู้ไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ก็ถือว่าสัดส่วนอีโค คาร์ ยังอยู่ในระดับที่สูง

ขณะที่รถยนต์นั่งขนาดเล็ก ยังเป็นตลาดใหญ่ มีสัดส่วนประมาณ 22% ดังนั้นหากรวม 2 ตลาด ซึ่งมีความใกล้เคียงกันเข้าด้วยกัน ทำให้เป็นกลุ่มที่มีบทบาทในตลาดค่อนข้างสูงคือ 36%

ทั้งนี้รถทั้ง 2 กลุ่มมีความคาบเกี่ยวกัน และในอนาคต จะคาบเกี่ยวกันมากขึ้น จากการที่หลายค่าย นำตัวถังของรถเล็ก หรือ บี-เซ็กเมนต์ มาเป็นอีโค คาร์ เริ่มจากซูซูกิ สวิฟท์ ตามด้วย โตโยต้า ยาริส และล่าสุดคือ มาสด้า 2

ซึ่งจะเห็นได้ว่าทั้งหมดได้รับการตอบรับจากลูกค้าจำนวนมาก ดังนั้นคาดว่าในอนาคต ก็จะมีผู้ที่ใช้แนวทางดังกล่าวในการพัฒนารถรุ่นใหม่ๆออกมา

สำหรับตลาดรถเล็กภายในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 31 ซึ่งเปิดฉากไปแล้วตั้งแต่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา และจะมีไปจนถึง 10 ธ.ค. ก็พบว่ามีสีสันที่น่าสนใจ โดยรถที่ได้รับความสนใจที่สุดคือ มาสด้า 2 ซึ่งนอกจากจะเป็นรถรุ่นใหม่ล่าสุดแล้ว ยังเป็นการเปิดตลาดเครื่องยนต์ดีเซลเป็นค่ายแรกในตลาดนี้ อีกทั้งในงานนี้ยังเป็นการเผยโฉมครั้งแรกในโลก (world premier) ทำให้ช่วงการเปิดตัว บู๊ธ มาสด้า ได้รับความสนใจจำนวนมาก

ส่วนรถเล็กค่ายอื่นๆ ก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเช่นกัน เช่น ซูซูกิ นอกจากจะมีการเปิดตัว สวิฟท์ อาร์เอ็กซ์ ที่เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานเข้ามา 2 รายการ เป็นครั้งแรกในตลาดอีโคคาร์ คือ ครูส คอนโทรล และแพดเดิล ชิฟต์ แล้ว ซูซูกิ ยังนำรถเล็กจากญี่ปุ่นทั้ง ลาปิน ขนาด 660 ซีซี และเอสยูวีเล็ก คือ ฮัสเตอร์ มาแสดงด้วย

ทั้ง 2 รุ่น ไม่มีแผนเปิดตลาดในไทย แต่ซูซูกิ บอกว่าต้องการสื่อให้ลูกค้าเห็นว่า ซูซูกิ มีอะไรอยู่ในมือบ้าง และเป็นผู้เชี่ยวชาญในตลาดรถเล็กเพียงใด

ด้านค่ายรถเพื่อนบ้าน โปรตอน ซึ่งส่งรถเล็กเข้ามาเจาะตลาดบ้านเราแล้วหลายรุ่น ได้ส่งรถเข้ามาทดสอบตลาดรถเล็กอีกรุ่น ก็คือ ไอริซ (IRIZ) และแม้ว่าโปรตอนไม่ได้เปิดเผยว่าจะทำตลาดเมื่อไร แต่คาดการณ์ว่า รถเล็กตัวใหม่ จะเข้ามาแข่งขันในตลาดรถเล็กบ้านเราช่วงปีหน้า

ทางด้าน เอ็มจี จากจีน หลังจากส่งเอ็มจี 6 มาทำตลาดก่อนหน้านี้ แต่เป้าหมายที่แท้จริง คือ การเน้นตลาดรถเล็กอย่างเอ็มจี 3 และในงานนี้ ก็ส่งรถรุ่นดังกล่าวมาร่วมแสดงเพื่อทดสอบตลาดเช่นกัน โดยทางผู้บริหารยืนยันว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในไตรมาสแรกปีหน้า หลังจากช่วงนี้ได้ปูพรมเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ โดยเฉพาะโชว์รูมและศูนย์บริการที่ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วรวม 12 แห่ง