'มาสด้า'ดีเดย์6พ.ย.ผลิตอีโคคาร์เฟส2

'มาสด้า'ดีเดย์6พ.ย.ผลิตอีโคคาร์เฟส2

"มาสด้า" ดีเดย์6พ.ย.ผลิตอีโคคาร์เฟส2 ลุ้นเปิดตลาดเก๋งเล็กดีเซลรายแรก

มาสด้า เดินหน้าอีโค คาร์ เฟส 2 ดีเดย์เปิดสายการผลิต 6 พ.ย.ชูจุดขายเครื่องเบนซิน 1.3 ลิตร สมรรถนะเทียบเท่า บี-เซ็กเมนต์ ลุ้นเปิดตลาดเก๋งเล็กดีเซลคันแรก พร้อมลุยส่งออก ประเดิมอาเซียน

หลังจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ประกาศอนุมัติส่งเสริมการลงทุนการผลิตรถยนต์ในโครงการอีโค คาร์ เฟส 2 ให้กับผู้ผลิตหลายราย รวมถึงมาสด้า ล่าสุดมาสด้าประกาศว่าพร้อมจะเปิดสายการผลิตอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 พ.ย.นี้

นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี รองประธานฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า รถที่มาสด้าจะเข้าร่วมโครงการ จะใช้ตัวถังของมาสด้า 2 โฉมใหม่ แต่มีการปรับสเปคให้เข้ากับกฎเกณฑ์อีโค คาร์ เฟส 2 ที่ภาครัฐกำหนด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไอเสีย ขนาดเครื่องยนต์ หรืออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

ทั้งนี้ปัจุบัน มาสด้า 2 ที่ทำตลาดในปัจจุบัน ใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร และจัดอยู่ในกลุ่มรถซับคอมแพคท์ หรือ บี-เซ็กเมนต์ แต่หลังจากนี้ไป มาสด้า 2 จะเปลี่ยนไปเล่นในตลาดอีโค คาร์ แทน ซึ่งเป็นการดำเนินการเช่นเดียวกับซูซูกิ และโตโยต้า ก่อนหน้าที่ปรับรถจากบี-เซ็กเมนต์ คือ ซูซูกิ สวิฟท์ และโตโยต้า ยาริส มาอยู่ในตลาดอีโค คาร์ แทน

นางสาวสุรีทิพย์ กล่าววา มาสด้า2 โฉมใหม่ เป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กรุ่นล่าสุดที่มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น บริษัทแม่ ประเทศญี่ปุ่น พัฒนาขึ้นเพื่อทำตลาดทั่วโลก รวมถึง ยุโรป ออสเตรเลีย อาเซียน และประเทศไทย

มาสด้า 2 เป็นรถยนต์ของมาสด้ารุ่นแรกที่จะทำการผลิตภายใต้โครงการอีโค คาร์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและความพร้อมในการรองรับความต้องการของทุกตลาด

“หลังจากที่ภาครัฐของไทยได้ประกาศอนุมัติโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล เฟส 2 มาสด้าได้ศึกษาข้อมูลทั้งนโยบายและกฎข้อบังคับต่างๆ อย่างละเอียด ควบคู่กับแนวทางพัฒนารถยนต์ของตนเองอย่างรอบคอบ และนั่นทำให้มาสด้าตัดสินใจเข้าร่วมลงทุนกับโครงการนี้”

ลุ้นเปิดตลาดเก๋งเล็กดีเซลรายแรก

นางสาวสุรีทิพย์กล่าวว่า หลังจากที่ได้ศึกษานโยบาย มาสด้าพบว่าทั้งเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซลของมาสด้า สามารถเข้าข่ายรถในโครงการอีโคคาร์ เฟส 2 เช่นกัน จึงค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลเพิ่มเติมภายใต้เงื่อนไขของรัฐบาล นอกเหนือจากเครื่องยนต์เบนซิน เนื่องจากมาสด้า2 เป็นรถที่ใช้แพลตฟอร์มระดับโลก จึงสามารถรองรับเครื่องยนต์ได้หลากหลายรูปแบบและขนาด

โดยขณะนี้กำลังเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของเครื่องยนต์ดีเซลเพื่อพร้อมเดินหน้าได้ทันทีเมื่อตลาดเมืองไทยเปิดรับเครื่องยนต์ประเภทนี้ในวงกว้าง แต่ในช่วงแรกจะทำตลาดเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.3 ลิตร

ซึ่งการศึกษาความต้องการของตลาด รวมถึงการยอมรับด้านราคา เนื่องจากโดยปกติแล้ว เครื่องยนต์ดีเซล จะมีต้นทุนที่สูงกว่าเบนซินพอสมควร แต่เห็นว่าปัจจุบันลูกค้าบางส่วนยังคิดว่าเครื่องยนต์ดีเซลมีราคาถูก เนื่องจากเห็นว่าปิกอัพใช้เครื่องยนต์ดีเซล มีราคาที่ไม่สูง แต่ลืมไปว่าปิกอัพได้รับการสนับสนุนด้านภาษีที่ค่อนข้างต่ำ ซึ่งช่วยในด้านราคาได้มาก

ชูสมรรถนะเทียบเท่าซับคอมแพคท์

อย่างไรก็ตามสำหรับการทำตลาดเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.3 ลิตร ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ ก็เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้า เนื่องจากมีจุดเด่นคือสมรรถนะที่ใกล้เคียงกับเครื่องยนต์ตัวเดิม 1.5 ลิตร แต่ให้ความประหยัดมากกว่า โดยสามารถผ่านกฎเกณฑ์ของภาครัฐ คือ 4.3 ลิตร /100 กม. และเมื่อรวมกับการได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษี ทำให้สามารถทำราคาจำหน่ายได้ต่ำกว่า โดยคาดว่าจะเริ่มต้นในระดับ 5.5 แสนบาท ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะเป็นจุดขายสำคัญในการทำตลาด และช่วยให้มาสด้า 2 ใหม่ได้รับความนิยม และการเปิดตลาดครั้งนี้ นอกจากจะจำหน่ายในไทยแล้ว ยังมีแผนส่งออกไปต่างประเทศอีกด้วย โดยจะเริ่มต้นกับตลาดในภูมิภาคอาเซียนก่อน

สำหรับในไทยจะผลิตที่โรงงาน ออโต้อัลลายแอนซ์ จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์นั่งของมาสด้า เพื่อส่งออกจำหน่ายในตลาดทั่วโลก โดยจะมีทั้งรุ่น 4 ประตู และ 5 ประตู

ก่อนหน้านี้ นายฮิโรชิ อิโออุเอะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ได้เข้าพบนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม โดย นายจักรมณฑ์ ได้เปิดเผยว่า ผู้บริหารมาสด้า เข้าพบเพื่อหารือเกี่ยวกับนโยบายด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ และรายงานความคืบหน้าโครงการอีโค คาร์ เฟส 2 โดยระบุว่า มาสด้าได้ลงทุนในโครงการนี้ 1.2 หมื่นล้านบาท และมีเป้าหมายการผลิต 1.5 แสนคัน/ปี เพื่อทำตลาดทั้งในประเทศ และส่งออก

หวังอีโค คาร์ กระตุ้นการผลิต-ตลาด

ทั้งนี้มาสด้าหวังว่าการผลิตอีโค คาร์ เฟส 2 จะช่วยกระตุ้นการผลิตรถยนต์ไทยที่กำลังถดถอยได้มากขึ้น และเมื่อผู้ผลิตที่ได้รับอนุมัติรายอื่นๆ เริ่มต้นกิจกรรมการผลิต ก็เชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการก้าวไปสู่เป้าหมายของภาครัฐที่ต้องการให้ไทยผลิตรถให้ได้ 3 ล้านคันในอนาคต

ขณะเดียวกัน ก็คาดหวังมาสด้า 2 ช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ที่ถดถอยมายาวนานเช่นกัน

สำหรับมาสด้า 2 ใหม่ เปิดตลาดที่ญี่ปุ่นไปแล้ว ในชื่อ เดมิโอ และสามารถคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2014-2015 โดยคณะกรรมการรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีของประเทศญี่ปุ่น

มาสด้า 2 ใหม่ จะเป็นรถยนต์รุ่นที่ 4 ที่ผลิตขึ้นภายใต้เทคโนโลยี สกายแอคทีฟ ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก รวมถึงไทย ซึ่งปัจจุบันเปิดตลาดเทคโนโลยีนี้ไปแล้ว 2 รุ่นคือ ซีเอ็กซ์-5 และมาสด้า 3 และมาสด้า 2 จะเข้ามาเป็นสกายแอคทีฟรุ่นที่ 3

จุดเด่นของสกายแอคทีฟ คือการฉีกกฎเกณฑ์ด้านเทคโนโลยีในหลายๆด้าน เช่น เครื่องยนต์เบนซิน ที่สามารถเพิ่มกำลังอัดในกระบอกสูบได้สูงที่สุดในโลกขณะนี้ และดีเซล ที่ลดกำลังอัดได้ต่ำที่สุดในโลกเช่นกัน ซึ่งทำให้มีการเผาไหม้ที่ดีขึ้น ลดการปล่อยไอเสีย

สำหรับโครงการอีโค คาร์ เฟส 2 มีผู้ยื่นขอเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 10 ราย แบ่งเป็นรายเดิมที่เข้าร่วมในโครงการอีโค คาร์ เฟส 1 อยู่แล้วคือ นิสสัน มิตซูบิชิ ฮอนด้า ซูซูกิ และโตโยต้า และ 5 รายใหม่ คือ มาสด้า ฟอร์ด เจนเนอรัล มอเตอร์ส หรือจีเอ็ม ทาทา และโฟล์คสวาเก้น