เมื่อพูดถึงตลาดรถซับคอมแพคแบบแฮทช์แบ็คในบ้านเราก็คงต้องให้เครดิต "ฮอนด้า แจ๊ซ"
เนื่องจากเป็นผู้ผลักดันตลาดนี้ให้ขยายตัว ซึ่งช่วงการเปิดตัวในช่วงแรกๆ เกิดขึ้นพร้อมกับคำถามว่า รถท้ายตัดๆ สั้นๆ ไม่มีกระโปรงท้ายจะได้รับการตอบรับแค่ไหน แต่ว่าถึงปัจจุบัน คงไม่ผิดที่จะบอกว่าแจ๊ซนั้นครองตำแหน่งผู้นำตลาดนี้
แจ๊ซ เปิดตัวพร้อมกับจุดขายคือลูกเล่นที่แตกต่างๆ ช่องเก็บของ เบาะพับได้ ยกได้ และก็ไม่เพียงแค่กลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวเท่านั้นที่ชื่นชอบ
แจ๊ซผ่านการทำตลาดมาแล้ว 2 เจนเนอเรชั่น และรุ่นล่าสุดที่เปิดตัวในวันดี 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็มีการพัฒนาขึ้นไปพอสมควร
รูปร่างหน้าตาของแจ๊ซ ใหม่ การออกแบบดูเนียนตาขึ้น นั่นคือตัวรถที่ดูกลมกลืนกันทั้งคัน ไล่ตั้งแต่ด้านหน้า ด้านข้าง และท้าย โดยแนวคิดของฮอนด้าจะเป็นอย่างไรก็ช่วง แต่มุมมองของผมเห็นว่าเป็นการผสมผสานกันทั้งการเพิ่มอารมณ์ความหรูหรา ดูมีราคา โดยเฉพาะด้านหน้า ขณะที่เส้นสายด้านข้างที่คมชัด ไฟท้าย กันชนหน้าหลัง กระจังหน้า รวมถึงกระจกมองข้างแบบทูโทนขอบล่างสีดำ เพื่อให้เชื่อมต่อกับของหน้าต่าง ให้อารมณ์สปอร์ตเพิ่มขึ้น
ในส่วนของมิติตัวถัง มีการยืดความยาวเพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากช่วยให้การออกแบบภายในห้องโดยสารทำได้อิสระมากขึ้นแล้ว ยังเกี่ยวกับมุมมองภายนอกที่ดูสุขุม และหรูขึ้น
การออกแบบภายในเพิ่มความหรูหราชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ หรือวัสดุที่ใช้ดูดีครับ ดูว่ามีราคา และความประณีตในการผลิต การประกอบ และก็มาพร้อมกับอุปกรณ์ต่างๆ อย่างครบครันเลยทีเดียว
แต่ต้องออกตัวหน่อยครับว่ารุ่นที่ผมขับนี้เป็นรุ่นท็อป ซึ่งก็ใส่อุปกรณ์มาเต็มที่ เช่น เครื่องเสียงหนพร้อมหน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ผ่านบลูทูธ ช่องเชื่อมต่อ HDMI และ USB ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ หรือจะปรับเองด้วยปุ่มปรับเรืองแสง ระบบเปิด-ปิด ประตู สตาร์ทและดับเครื่องยนต์โดยไม่ต้องใช้กุญแจ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันควบคุมการทำงานเครื่องเสียง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ รับและวางสายโทรศัพท์ สวิตช์สั่งการด้วยเสียงผ่าน siri ปุ่มเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเองบนพวงมาลัย รวมถึงกล้องมองหลังที่ปรับเปลี่ยนมุมมองได้ 3 แบบ ช่วยให้การถอยรถทำได้ง่ายขึ้น
แต่ว่าที่ดี และคิดว่าสำคัญก็คือ ระบบด้านความปลอดภัยหลายอย่างฮอนด้าให้มาเป็นมาตรฐานทุกรุ่น ตั้งแต่รุ่นถูกสุด เกียร์ธรรมดา 5 สปีด ราคา 5.55 แสนบาท ก็คือถุงลมคู่หน้า เบรกเอบีเอส ระบบกระจายแรงเบรก ระบบควบคุมการทรงตัว หรือ VSA สัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกระทันหัน เป็นการเตือนให้คันหลังรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ และจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก
เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร บล็อกเดิม แต่ปรับเปลี่ยนเล็กน้อยให้เหมาะกับเชื้อเพลิงที่รุ่นนี้สามารถใช้อี 85 ได้ ทำให้กำลังลดลงมาเล็กน้อย อยู่ที่ 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตันเมตรที่ 4,700 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ซีวีที
แรงม้าที่ลดลงเล็กน้อย ไม่มีผลอะไรครับกับการขับขี่ กำลังของเครื่องยนต์สมดุลดีกับตัวรถ และทำงานร่วมกับซีวีทีได้ดี ทำให้รถมีความคล่องตัวในช่วงการออกตัว หรือว่าการเร่งแซง เรียกว่าไว้ใจได้ครับ แม้จะเสียงคำรามของเครื่องยนต์เมื่อกดคันเร่งหนักๆบ้าง
ช่วงล่างหน้าแม็คเฟอร์สันสตรัท อิสระพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชั่นบีม ทำงานได้ดีเช่นกันครับ การขับขี่ที่ระดับความเร็ว 140-150 นิ่งใช้ได้ การขับขี่เส้นทางโค้ง แม้จะมีอาการให้ตัวบ้าง ตัวถังมีอาการโยนบ้างให้รู้สึกได้ แต่ก็ยังคงควบคุมรถให้อยู่ในเส้นทางได้อย่างสบายใจ ซึ่งระบบวีเอสเอ คงมีบทบาทในยามที่เล่นกับโค้งอยู่พอควร
สำหรับยางตัวนี้ใช้ 185/55 R16 ครับ
ฮอนด้าเพิ่มน้ำหนักพวงมาลัยให้กับแจ๊ซ ซึ่งช่วยให้มันควบคุมการขับขี่ที่ความเร็วสูงและทางที่ต้องเลี้ยวไปมาได้ดีขึ้น นิ่งขึ้น แต่ว่าโดยส่วนตัวผมก็ยังอยากได้หนักกว่านี้อีกสักหน่อย แต่ที่ให้มาก็ถือว่าปรับเปลี่ยนไปเยอะ และเชื่อว่าลูกค้าฮอนด้าคงไม่ได้ชอบหนักมากๆ เหมือนผม
โดยรวมๆแล้ว เครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่าง ประสานงานได้ดี ช่วยให้รถขับได้สนุก เชื่อว่าแฟนๆ แจ๊ซ คงจะพอใจในจุดนี้ครับ
สิ่งเดียวที่คงต้องติก็คือ เรื่องของเสียงที่เข้ามาในห้องโดยสาร ทั้งเสียงลม เครื่องยนต์ หรือว่ายาง แต่ว่าเพื่อนๆที่ขับอีกคันหนึ่งบอกไม่รู้เรื่องว่ามีเสียงเพราะว่าหลงเพลินอยู่กับเครื่องเสียงคุณภาพดี ส่วนผมนั้นไม่ได้เปิดเครื่องเสียง
ดังนั้นก็พอสรุปได้ว่ามีเสียงจริง แต่คงไม่มีผลกระทบกับการใช้งานทั่วไป เพราะผู้คนส่วนใหญ่ก็เลือกเปิดเครื่องเสียงกันอยู่แล้วครับ





