เศรษฐกิจถดถอย การเมืองอึมครึม ยอดยายรถยนต์ลดลงอย่างชัดเจน และการพยายามสนับสนุนอุตสาหกรรมของเพื่อนบ้าน
โดยเฉพาะอินโดนีเซียทำให้เกิดคำถามขึ้นบ่อยครั้งว่า ไทยจะยังคงเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมในภูมิภาคอยู่หรือไม่ และความสนใจของนักลงทุนต่างชาติเป็นอย่างไร
ล่าสุดนักธุรกิจไทย และตัวแทนภาครัฐ ประกอบไปด้วย บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด ผู้จัดงานแสดงเกี่ยวกับอุตสาหกรรม ร่วมกับสมาคมรับช่วงการผลิต และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เดินทางโรดโชว์ที่ญี่ปุ่น พันธมิตรในอุตสาหกรรมยานยนต์รายใหญ่ของไทย โดยประสานงานกับองค์การส่งเสริมการค้าของประเทศญี่ปุ่น หรือ เจโทร
สุทธิศักดิ์ วิลานันท์ ผู้อำนวยการโครงการ รีด เทรดเด็กซ์ บอกว่าการโรดโชว์ครั้งนี้ ทำให้ได้รับรู้ว่า มุมมองของญี่ปุ่นที่มีต่อไทยนั้นยังดีอยู่มาก และที่สำคัญไม่มีใครกังวลกับสถานการณ์การเมือง เพราะเชื่อว่าเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในระยะสั้น แต่อุตสาหกรรมนั้นต้องวางแผนกันในระยะยาว และก็เห็นว่าไม่มีใครแข็งแกร่งเกินไทยในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นความโดดเด่นในเรื่องของตัวอุตสาหกรรม หรือ สิ่งที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบโลจิสติกส์ ภูมิศาสตร์ รวมไปถึงวัฒนธรรมที่คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญมาก
การเดินทางครั้งนี้ ได้เจรจากับผู้ประกอบการในเมืองอุตสาหกรรมใหม่อย่าง นากาโน ละซันโจ ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนขนาดเล็กมีความละเอียดสูง (Hi Precision) โดยคาดว่าจะมีผู้เข้ามาลงทุน 200 ราย เงินลงทุน 4,000 ล้านบาท
"ยืนยันว่าสถานการณ์ของไทยยังดี และยิ่งดูข้อมูลจากกรมศุลกากร ช่วงม.ค.ที่ผ่านมาพบว่าไทยนำเข้าเครื่องจักรเพื่อการผลิตและขึ้นรูปมูลค่า 1,427 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เป็นการยืนยันว่ามีการวางแผนเพิ่มการผลิตในไทย"
นายสุทธิศักดิ์กล่าวว่าดังนั้นคาดว่าการจัดงาน มหกรรมเพื่ออุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ทั้งคัน หรือ แมนูแฟคเจอริง เอ็กซ์โป 19-22 มิ.ย.นี้ ที่จะมีผู้ผลิตจากทั่วโลกโดยเฉพาะญี่ปุ่นเข้าร่วมงานจำนวนมาก เชื่อว่าจะทำให้เกิดการเจรจาร่วมมือในรูปแบบต่างๆ ทั้งการซื้อขาย หรือร่วมทุนจำนวนมาก





