วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เริงร่าท้าลมร้อน

คนโบราณมีวิธีการทำนายทายทักลักษณะอากาศจากการสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว บางอย่างก็ดูเอาจากต้นไม้ใบหญ้า

และท้องฟ้า บางครั้งก็สังเกตเอาจากสัตว์และต้นไม้ที่อยู่รอบตัว เช่น เมื่อเห็นมดคาบไข่เดินเรียงแถว ก็จะรู้กันทั่วไปว่าอีกไม่นานจะมีฝนตกหนักจนน้ำขังท่วมพื้น หรือหากเห็นว่าปีไหนมะขามมีฝักที่โค้งงอมาก ก็จะมีคำทำนายทายทักว่าอากาศจะหนาวจัด ปีไหนช่อมะม่วงติดดอกมากแต่ดอกเป็นตุ่มดำและมียางออกมาก ปีนั้นอากาศจะร้อนจัดและมีโอกาสที่จะเกิดลมบ้าหมูพัดแรงจนหลังคาบ้านพังได้ด้วย

แต่ปัจจุบันนี้ธรรมชาติที่เป็นเครื่องมือบอกเหตุการณ์ต่างๆ ก็เปลี่ยนแปลงไป ตัวอย่างเช่นความโค้งงอของฝักมะขามคงบอกอะไรไม่ได้อีกต่อไป ด้วยว่าวิชาการเกษตรสมัยใหม่สามารถบังคับให้ฝักมะขามตรงหรืองอได้ตามใจชอบ มนุษย์เราจึงหันไปพึ่งพาเครื่องมือพยากรณ์อากาศที่ประดิษฐ์กันขึ้นมามากมายแทน

ปลายปี พ.ศ. 2556 ต่อต้นปี พ.ศ.2557 นี้ หรือจะพูดว่าฤดูหนาวของประเทศไทยที่ผ่านมา ประเทศไทยทุกภาคล้วนประสบกับอากาศที่หนาวเย็นมาก และหนาวเย็นนานกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา ถึงขนาดที่คนไทยซึ่งมีอายุประมาณ 25 ปีบอกว่าไม่เคยเจออากาศอย่างนี้มาก่อนเลยตลอดชีวิต คนที่มีเงินทองเพียงพอสำหรับซื้อเครื่องนุ่งห่มกันหนาวก็ดีอกดีใจกับอากาศหนาวเย็นมากและนาน แต่คนที่มีเงินไม่พอสำหรับเครื่องป้องกันหนาวก็ต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส

คนโบราณเคยบอกเอาไว้ว่าปีไหนที่อากาศหนาวมาก เมื่อถึงฤดูร้อนให้ระวังอากาศก็จะร้อนมาก ผกผันกับความหนาวเย็นในฤดูหนาวด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่แต่โบราณเป็นความจริงไม่ผิดเพี้ยน ฤดูร้อนปีนี้อากาศก็ควรจะร้อนจัดอย่างเต็มที่ ซึ่งทีท่าก็น่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ ด้วยว่าเพียงแค่ปลายเดือนกุมภาพันธ์เท่านั้น อากาศร้อนก็เริ่มแสดงให้เห็นว่าร้อนจนแสบผิวหนังและมีทีท่าว่าจะร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ

อากาศที่ร้อนจัดเช่นนี้นอกจากจะทำร้ายผู้คนแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อสิ่งต่างๆ ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ซึ่งปัจจุบันนี้แทบจะกลายเป็นสิ่งจำเป็นต่อการยังชีพของคนไทยไปเสียแล้ว อากาศร้อนจัดๆ ถือเป็นศัตรูที่ทำลายอุปกรณ์ต่างๆ ในรถอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนที่เป็นยางหรือเครื่องยนต์ ที่แม้จะถูกสร้างมาให้รับภาระความร้อนสูงๆได้บ้างแล้วก็ตาม

ก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูร้อนจัดเต็มตัวซึ่งกำลังจะมาถึงในเร็ววันนี้ หากเจ้าของรถได้เตรียมการรับมือกับอากาศร้อนเอาไว้อย่างถูกต้องตามกรรมวิธี ก็จะสามารถป้องกันไม่ให้ความร้อนมาทำความเสียหายได้ หรือหากเกิดสุดวิสัยมีความเสียหายเกิดขึ้นมาจริงๆ มูลค่าของความเสียหายนั้นๆก็พอที่จะลดน้อยลงไปได้บ้าง

ถ้ารถของคุณเป็นรถใหม่ใช้งานมาไม่เกิน 3 ปี หรือใช้งานมายังไม่เกิน 8 หมื่น กม.ก็ช่างเถอะไม่ต้องกังวลอะไรมาก แต่หากรถของคุณไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว หรือเป็นรถที่ต้องใช้งานหนักใช้งานในรอบเครื่องสูงๆ เป็นประจำ หรือแม้แต่รถยนต์ที่ต้องจอดตากแดดกลางแจ้งอยู่เป็นประจำทุกวัน นกรณีอย่างนี้รถของคุณกำลังต้องการวิธีการรับมือ เพื่อป้องกันความร้อนจัดเข้ามาทำลายให้เกิดความเสียหาย

ประการแรกสำหรับการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับชิ้นส่วนที่เป็นยาง ในรถที่ต้องจอดตากแดดร้อนๆเป็นประจำคือ ต้องหมั่นเปิดกระจกหน้าต่าง, ประตูทุกบาน, ฝากระโปรงหน้าและหลัง หรือในกรณีที่รถมีบานเปิดที่หลังคาหรือซันรูฟ ก็ต้องหมั่นเปิดใช้งานบ่อยๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ป้องกันไม่ให้ความร้อนทำให้ยางขอบกระจกและขอบประตูเหนียวละลายติดกันจนฉีกขาด และพยายามหาครีมหรือน้ำยามาทาตามบริเวณแผงคอนโซลหน้าและที่เบาะนั่ง หรือทาไปให้ทั่วชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติกและหนังเทียมในห้องโดยสารทั้งหมด ป้องกันการกรอบแตกร้าวและบิดงอเพราะความร้อน

ส่วนทางด้านเครื่องยนต์นั้นต้องทำการเปลี่ยนถ่ายของเหลวทั้งหมด หรืออย่างน้อยก็เปลี่ยนถ่ายน้ำในระบบหล่อเย็น เปลี่ยนแล้วจะผสมน้ำยาหล่อเย็นหรือไม่ก็ได้ และต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเมื่อถึงกำหนดโดยไม่ผัดผ่อน อีกทั้งยังต้องตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งระบบด้วย

เริ่มต้นที่ทำความสะอาดครีบรังผึ้งหม้อน้ำด้วยการตรวจดูความเรียบร้อยของครีบ หากพบว่ามีการล้มของครีบรังผึ้ง จนเป็นอุปสรรคต่อการไหลผ่านของกระแสลม ก็ต้องค่อยๆ ปรับครีบรังผึ้งเสียใหม่ให้เรียบร้อยพอที่ลมจะไหลผ่านได้ง่ายขึ้น จากนั้นเอาน้ำมาราดลงไปตรงบริเวณครีบรังผึ้งให้โชก แล้วจึงเอาน้ำยาล้างจานหรือน้ำยาซักผ้าราดซ้ำลงไปให้ทั่ว แล้วใช้น้ำฉีดเข้าไปเบาๆ เพื่อล้างคราบสกปรกและซากแมลงที่อุดตันออกไป ข้อสำคัญคือแรงดันน้ำที่ฉีดเข้าไป ต้องไม่แรงเกินไปจนทำให้ครีบรังผึ้งหม้อน้ำซึ่งปัจจุบันนี้ทำจาก อะลูมิเนียมพับย่นไป

การตรวจตราและทำการป้องกันเอาไว้ตามที่บอกมา เป็นสิ่งที่จะช่วยป้องกันและยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากอากาศร้อนจัดได้มาก ดีกว่าปล่อยให้เกิดขึ้นก่อนแล้วจึงค่อยตามแก้ไขภายหลัง เพราะความร้อนที่เกิดขึ้นกับรถและเครื่องยนต์นั้น จะทำให้เกิดความเสียหายมากจนยากที่จะแก้ไขให้คืนสภาพได้ดังเดิมครับ