ความงามของสีรถ

ความงามของสีรถ

4 เดือนเต็มๆ แล้วกับการชุมนุมของประชาชนคนไทยในเมืองหลวง เริ่มต้นจากการชุมนุมเพื่อต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรม

ซึ่งกล่าวกันว่ามีการซุกซ่อนเนื้อหาเอาไว้มากมาย และในขณะที่การชุมนุมต่อต้าน พรบ.นิรโทษกรรมยังไม่ทันจบสิ้น รัฐบาลก็ทำการในแบบ “ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก”

กล่าวคือขณะที่การประท้วงกำลังขยายวงกวางออกไปทั่วประเทศ รัฐบาลหรือสภาโดยสมาชิกสภาฝ่ายพรรครัฐบาล ก็ได้ทำการในลักษณะมิบเม้มผ่านกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติของสมาชิกวุฒิสภาในช่วงเวลาตอนตี 3 ซึ่งไม่เคยมีการกระทำเช่นนี้มาก่อนนับตั้งแต่ประเทศไทยมีสภามา การชุมนุมประท้วงจึงขยายวงและมีประเด็นเพิ่มขึ้นมาอีก

จนแม้เมื่อรัฐบาลประกาศยอมถอน พรบ.นิรโทษกรรมออกไปแล้ว ผู้ชุมนุมก็ยกเอาประเด็นกฎหมายวุฒิสมาชิกมาชุมนุมต่อ และขยายเวลาการชุมนุมมาจนถึงวันนี้ ด้วยข้อเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการลาออกไป เพื่อให้มีการแก้ไขข้อกฎหมายบางประการ หรือที่เรียกกันว่าปฏิรูปกฎหมายนั่นเอง

การชุมนุมประท้วงในครั้งนี้ถือว่าเป็นการชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อมากที่สุดของประเทศไทย เป็นการชุมนุมในกรุงเทพที่มีประชาชนเข้าร่วมมากที่สุดในประเทศไทย เป็นการชุมนุมที่มีเวทีบันเทิงรื่นเริงมากที่สุดในประเทศไทย เป็นการชุมนุมที่มีการสะพัดของเม็ดเงินจากการซื้อขายสินค้าที่ระลึกมากที่สุดในประเทศไทย เป็นการชุมนุมที่มีสินค้าที่ระลึกให้จับจ่ายซื้อหามากแบบมากชนิดที่สุดในประเทศไทย ฯลฯ และถึงวันที่ผมเขียนต้นฉบับอยู่นี้ก็ไม่สามารถบอกได้ว่า การชุมนุมจะยุติลงไปหรือยังหรือจะจบลงไปเมื่อใด

วันนี้ผมจึงขอเอาปัญหาที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ของผมเองมาสู่กันฟังดังต่อไปนี้ สถานที่จอดรถยนต์ในบ้านของผมนั้น มีกิ่งมะม่วงจากข้างบ้านยื่นเข้ามาตรงหลังคารถคันหนึ่งพอดี ปรกติเมื่อเห็นว่ากิ่งมะม่วงล้ำเข้ามามากเกินไป ผมก็จะแจ้งให้เจ้าของบ้านทราบเพื่อให้เขาตัดออกไปเสียบ้าง ซึ่งก็จะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีประสาเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน

แต่ครั้งนี้ทั้งผมและเพื่อนบ้านต่างก็ลืมนึกถึงกิ่งมะม่วงดังกล่าวไป จนกระทั่งย่างเข้าสู่ฤดูอากาศร้อนจึงพบว่า มียางมะม่วงหยดลงมาเกาะอยู่กับหลังคารถของผมหลายสิบจุด แต่ยังโชคดีที่พบเห็นทันท่วงทีและทำการล้างยางมะม่วงออกจนเกลี้ยงเกลา สีรถของผมจึงรอดจากความเสียหายที่เกิดจากการด่างเพราะกรดของยางมะม่วงไปได้

คำแนะนำของผมที่มีต่อเจ้าของรถยนต์ทั้งหลายเมื่อพบว่ามียางไม้ติดอยู่กับสีรถก็คือ ให้รีบล้างออกไปทันทีอย่าทิ้งไว้หรือผัดวันประกันพรุ่ง เพราะหากยางไม้แข็งตัวติดกับสีรถแล้วจะล้างออกได้ยาก และในกรณีที่ล้างยางไม้ออกด้วยตนเองไม่ว่าจะใช้น้ำยาพิเศษหรือใช้น้ำปรกติก็ตาม อย่าออกแรงกดลงไปหนักๆ เพื่อล้างออกอย่างรวดเร็ว เพราะจะทำให้สีรถตรงบริเวณที่รับแรงกดถูเป็นรอยแบบที่เรียกว่าขนแมวขึ้นมา

ให้ฉีดน้ำไปจนโชก รอให้ยางไม้อ่อนตัวจากน้ำที่ฉีดสักพักหนึ่ง แล้วจึงใช้ผ้าชุบน้ำลูบเบาๆ เช็ดทิ้งออกไป หรือจะใช้ผ้าชุบน้ำยาหรือชุบน้ำมันก๊าดผสมน้ำเช็ดเบาๆ ก็ได้ แล้วจึงล้างซ้ำด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่งแล้วเช็ดให้แห้ง เพียงแค่นี้รถของท่านก็จะสวยสะอาดต่อไป วิธีเดียวกันนี้สามารถนำไปใช้กับการล้างรถด้วยตนเองตามปรกติได้

ส่วนข้อข้องใจของคนมีรถที่ต้องการล้างรถด้วยตนเองเกี่ยวกับน้ำยาล้างรถนั้น ผมแนะนำให้อ่านฉลากข้างบรรจุภัณฑ์ให้ละเอียดก่อนซื้อ หากไม่เข้าใจต้องถามผู้ขายจนแน่ใจในวิธีการใช้ และสัดส่วนที่ต้องผสมกับน้ำหรือที่เหมาะสมต่อการใช้งาน แต่การล้างด้วยน้ำประปาก็เพียงพอสำหรับการทำความสะอาดรถแล้วครับ

สำหรับเคมีหรือที่เรียกกันว่ายาขัดสีเคลือบรถยนต์ก็เช่นกัน ต้องศึกษาวิธีการใช้ให้ละเอียดว่ามีข้อบ่งใช้และข้อห้ามอย่างไรบ้าง อีกทั้งต้องเข้าใจก่อนว่าขั้นตอนในการล้างรถด้วยน้ำนั้นไม่ยุ่งยาก และเหนื่อยน้อยกว่าขั้นตอนการขัดและเคลือบสีด้วยตัวเองมาก เจ้าของรถส่วนใหญ่เมื่อขัดเคลือบสีรถด้วยตนเองเพียงไม่กี่ครั้ง ก็มักจะรู้สึกเหนื่อยจนท้อและนำรถไปรับบริการตามสถานบริการในที่สุด

การเคลือบสีรถใหม่ในปัจจุบันนี้มีหลากหลายกรรมวิธี ใครที่ต้องการนำรถไปใช้บริการต้องตรวจสอบให้ดีว่า จะต้องมีค่าบริการต่อเนื่องอีกหรือไม่และเป็นเงินจำนวนเท่าใดต่อครั้ง และหากต้องนำรถยนต์ไปซ่อมสีตัวถังบางส่วน จะมีผลกระทบต่อการเคลือบสีเอาไว้หรือไม่ หรือจะต้องมาทำการเคลือบสีใหม่ทั้งคันอีกครั้งหรือไม่

รายละเอียดดังกล่าวนี้เป็นสิ่งจำเป็นที่เจ้าของรถต้องรู้ เพราะราคาเคลือบสีและค่าบริการต่อครั้ง ถือว่าเป็นเงินจำนวนมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพในปัจจุบันนี้ครับ