วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

น้ำมันเครื่องสำหรับอีโคคาร์

น้ำมันเครื่องสำหรับอีโคคาร์

อุตสาหกรรมยานยนต์ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ช่วงราวปี2538

(ค.ศ.2995)หรือจะกล่าวว่านับตั้งแต่ยุคเปลี่ยนผ่านจากระบบการจ่ายน้ำมันเครื่องด้วยคาร์บูเรเตอร์มาเป็นหัวฉีด หลังจากนั้นไม่นานก็มีการนำเอาระบบอีเลคทรอนิคส์เข้ามาสั่งการควบคุมการจ่ายน้ำมันผ่านหัวฉีด และเริ่มควบคุมระบบต่างๆมากขึ้นตามไปด้วย

โดยมีช่วงที่พัฒนามากขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อชุดระบบไฟแรงสูงสำหรับจุดระเบิดอันประกอบไปด้วย คอยล์, หัวนกกระจอก และทองขาว ถูกเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง ยุคนั้นถือว่าการทำงานของเครื่องยนต์เกือบทุกส่วน ล้วนถูกควบคุมสั่งการด้วยกล่องสมองกลอีเลคทรอนิคส์ทั้งสิ้น วิธีการใช้งาน,การดูแล และการซ่อมบำรุง ก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตามไปอย่างเร่งรีบ และพลิกโฉมหน้าธุรกิจยานยนต์ทั้งระบบอย่างแท้จริง

แน่นอนว่าในขณะที่ยานยนต์มีความก้าวหน้าขึ้นมาทางด้านเทคนิค สิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ก็ต้องปรับตัวไล่ตามไปด้วย ไม่เว้นแม้แต่วิธีการทางการตลาดที่ยิ่งต้องปรับตัวขนานใหญ่ มิฉะนั้นจะไม่สามารถระบายรถยนต์ที่มีกำลังผลิตเพิ่มขึ้นชนิดทวีคูณได้ทัน และในช่วงเวลาที่เทคโนโลยียานยนต์ทุกขั้นตอนก้าวหน้าไปมากนี้เอง

เราจึงเห็นรถยนต์ที่เคยโด่งดังหลายต่อหลายยี่ห้อ เริ่มล้มหายตายจากไปจากโลกนี้ทั้งที่เป็นข่าวโด่งดังและหายไปอย่างเงียบๆ หลายยี่ห้อต้องเปลี่ยนมือเปลี่ยนเจ้าของผู้ครอบครองสิทธิไปครั้งแล้วครั้งเล่า ที่น่าตกใจมากคือแหล่งผลิตรถยนต์ซึ่งถือเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมยานยนต์มาก่อนเช่น อังกฤษ และ สหรัฐอเมริกา ล้วนผ่านสถานการณ์ที่เรียกว่าตกต่ำจนถึงขีดสุดมาแล้วด้วยกันทั้งสิ้น

เหตุผลการล้มหายตายจากของผู้ผลิตรถยนต์และรถยนต์ยี่ห้อต่างๆนั้น ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากวิธีการทางการตลาดที่ล้าสมัย มีส่วนน้อยที่เกิดจากระบบการผลิตที่ไม่สามารถควบคุมต้นทุน และไม่สามารถสนองตอบความต้องการของตลาดสมัยใหม่ได้ ยี่ห้อที่โด่งดังเช่น แคลดิแลค, ไทรอัมพ์, ออสติน, วอกซ์ฮอลล์, ฮิลแมน, วาเลียนท์ ฯลฯ ล้วนหายสาบสูญไปกับกาลเวลา

ในขณะที่วิชาการด้านการตลาดของรถยนต์และสินค้าที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีการปรับตัวขนานใหญ่นั้น หลายอย่างก็สร้างความสับสนให้กับผู้บริโภคหรือแม้กระทั่งสื่อที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ ด้วยว่ามีการใช้ศัพท์ทางการตลาดใหม่ๆเข้ามาเรียกหรือบัญญัติแทนศัพท์ทางเทคนิคที่เป็นมาตรฐาน และใช้การสร้างการรับรู้ในวิชาการโฆษณาประชาสัมพันธ์ จนผู้คนทั่วไปรับรู้และเชื่อมากกว่าเหตุผลทางเทคนิคแท้ๆ

น้ำมันเครื่องถือว่าเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์อย่างใกล้ชิด และมีการพัฒนาไล่ตามกันมาติดๆ ตามการพัฒนาของรถยนต์ จากเดิมสมัยที่ผมยังเป็นเด็กยังไม่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์กลไกแม้แต่น้อย น้ำมันเครื่องที่ใช้กับรถยนต์ยังเป็นชนิดค่าความหนืดเบอร์เดียว และเป็นน้ำมันเครื่องที่ทำมาจากน้ำมันดิบพื้นฐานเท่านั้น

จนต่อมาจึงได้มีการโฆษณาน้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดแปรผัน ซึ่งหากจำไม่ผิด เชลล์ คือเจ้าแรกที่มีการโฆษณาถึงน้ำมันในรุ่น เชลล์ เอ็กซ์ 100 มัลติเกรด จากนั้นน้ำมันเครื่องพื้นฐานแบบมัลติเกรดจากผู้ผลิตยี่ห้อต่างๆ ก็ฝังตัวอยู่กับตลาดรถยนต์อย่างยาวนาน ก่อนจะมีการแยกกันระหว่างน้ำมันเครื่องที่ใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซิน ตามการเติบโตของตลาดเครื่องยนต์ดีเซลในเวลาต่อมา

มาถึงช่วงระยะเวลา 10 ปีเศษๆ ที่ผ่านมานี้เอง เมื่อรถยนต์ที่จำหน่ายกันในประเทศไทยมีความหลากหลายทั้งประเภทของเครื่องยนต์, ชนิดของรถยนต์ และชนิดของเชื้อเพลิงมากขึ้น ผู้จำหน่ายน้ำมันเครื่องจึงใช้วิชาการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคเฉพาะทางมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคเริ่มสับสนว่าการเลือกใช้น้ำมันเครื่องตามความเข้าใจของตนเอง จะทำให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องยนต์ในรถยนต์ของตัวเองได้หรือไม่

ดังเช่นคำถามต่างๆที่ผมคัดเอามาดังต่อไปนี้

ถาม. ผมเห็นมีโฆษณาน้ำมันเครื่องระบุว่าใช้สำหรับรถยนต์แบบอีโคคาร์ จึงอยากทราบว่าจะสามารถนำไปใช้กับรถยนต์แบบอื่นๆได้หรือไม่ และรถยนต์แบบอีโคคาร์ของลูกสาวผมจะใช้น้ำมันเครื่องแบบอื่นได้หรือไม่

ตอบ. เครื่องยนต์ของรถยนต์ประเภทอีโคคาร์ ไม่ได้มีความแตกต่างไปจากเครื่องยนต์ในรถแบบอื่นๆแม้แต่น้อย ดังนั้นน้ำมันเครื่องที่ใช้กับเครื่องยนต์เบนซินในรถเก๋งอื่นๆ ก็สามารถนำมาใช้กับเครื่องยนต์ของรถอีโคคาร์ได้แน่นอน หรือหากจะว่าไปแล้วเครื่องยนต์ขนาดเล็กของอีโคคาร์มักจะไม่ได้ถูกนำไปใช้งานหนักเช่นรถยนต์ขนาดใหญ่อื่นๆด้วยซ้ำไป ดังนั้นอีโคคาร์จึงสามารถใช้น้ำมันที่มีประสิทธิภาพที่ต่ำกว่ารถซึ่งใช้งานหนักได้เช่นกัน การโฆษณาเช่นนั้นจึงเป็นการโฆษณาในเชิงที่ต้องการลูกค้าในกลุ่มรถอีโคคาร์ ซึ่งเห็นว่าเป็นประชากรกลุ่มใหม่ที่มีขนาดใหญ่เท่านั้นเอง

ถาม. ผมมีน้ำมันเครื่องเหลือจากการถ่ายในรถยนต์ แต่ผมมีรถมอเตอร์ไซค์ใช้งานด้วย อยากทราบว่าถ้าผมจะเอาน้ำมันเครื่องเหลือจากรถยนต์ ไปใช้กับเครื่องมอเตอร์ไซค์ได้หรือไม่

ตอบ. สามารถนำไปใช้งานได้โดยไม่มีผลเสียหายแต่อย่างใด ขอเพียงให้มีค่ามาตรฐานการหล่อลื่นที่ระบุ API ในระดับที่เครื่องยนต์นั้นใช้ได้ และมีค่าความหนืด SAE ไม่ต่ำกว่าที่เครื่องยนต์นั้นต้องการก็สามารถใช้แทนกันได้ครับ