ปลายปีที่แล้ว ผมเดินทางกับโตโยต้า ไปดูงาน โตเกียว มอเตอร์โชว์ ซึ่งเป็นงานที่ใครที่อยู่ในสายงานเกี่ยวข้องกับยานยนต์ควรจะต้องไปดู
นอกจากจะเป็นงานใหญ่ 1 ใน 5 ของโลกแล้ว งานที่โตเกียวยังจะเป็นการบ่งบอกถึงทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์แดนอาทิตย์อุทัยว่าจะก้าวเดินไปในทิศทางใด
ซึ่งงานครั้งล่าสุดมีรถเปิดตัวมากมาย และมีหลายๆรุ่น หลายๆยี่ห้อ ที่นำเสนอเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตใหม่ๆ ที่น่าสนใจ และเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริงได้ในไม่ช้านาน
ในส่วนของโตโยต้าก็เน้นเรื่องของการดูแล เอาใจใส่ การคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม พลังงาน โดยมีรถตัวเด่นคือ "เอฟซีวี คอนเซ็ปต์ 2014" รถต้นแบบ ที่ อากิโอะ โตโยดะ ประธาน โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประกาศชัดเจนว่าจะขึ้นสายการผลิตเพื่อการพาณิชย์เพื่อทำตลาดภายในปี 2558 ซึ่งถือว่าเร็วมากสำหรับรถเทคโนโลยี เซลล์พลังงาน หรือ FuelCell
เอฟซีวี คอนเซ็ปต์ ติดตั้งถังไฮโดรเจน 2 ถังที่รับแรงดันได้สูงสุด 70 เมกะพาสคาล รองรับการใช้งานได้ไกล 500 กม. ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลด้านเทคนิคที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง เทียบเท่าหรือมากกว่ารถที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้่อเพลิง และที่สำคัญการเติมก๊าซแต่ละครั้งใช้เวลา 3 นาที ใกล้เคียงกับการเติมน้ำมัน เร็วกว่าการเติมแอลพีจี หรือ ซีเอ็นจีมาก
ออกจากโตเกียวผมเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงไปนาโกย่า ซึ่งเป็นเมืองของโตโยต้า เพื่อเยี่ยมชมในหลายๆส่วน รวมถึงการร่วมสัมผัสตัวจริงของรถหลายๆ รุ่น ที่ไม่มีขายในบ้านเรา
ใครที่สนใจรถยนต์ เมื่อเดินทางไปญี่ปุ่น ผมเชื่อได้อย่างหนึ่งว่า คนใกล้ตัวจะต้องได้ยินคำพูดประมาณว่า "รุ่นนี้ ทำไมไม่เอาไปขาย" "รุ่นนี้สวยดีนะ ทำไมบ้านเราไม่มี" เป็นอย่างนั้นจริงๆ ครับ เพราะผมเองก็เป็นเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจได้ว่าเรื่องของการตลาดมันมีหลายเหตุผลที่ผู้บริหารต้องคิดกันรอบด้าน
สำหรับการไปขับครั้งนี้ ผมไม่อยากเรียกว่าเป็นการทดสอบ เพราะขับกันไม่มากนัก แค่ได้สัมผัสกันพอหอมปากหอมคอ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะงานนี้เป็นทริปนานาชาติ มีสื่อจากทั่วโลกบินมาที่ญี่ปุ่น ดังนั้นจึงต้องแบ่งสันปันส่วนกันให้ได้ขับทุกๆ คน
โตโยต้าเลือกสนามแข่งที่ตั้งอยู่ริมทะเล มีลมแรงๆ พัดเพิ่มความหนาวเย็นในช่วงอุณหภูมิอยู่ในช่วงปลายๆเลขตัวเดียวเข้าไปอีก คือ สนาม สปา นิชิอุระ สนามนี้ใครถือเรื่องฮวงจุ้ยน่าจะชอบ เพราะหลังพิงเขา หน้าชนทะเล
พื้นที่ไม่ใหญ่นัก ความยาวรอบแค่ 1.56 กม. แต่ก็ต้องชมคนออกแบบครับว่าออกแบบให้ขับได้สนุก มีครบทั้งทางตรง ทางโค้ง ที่สำคัญเป็นโค้งลึกๆเสียเยอะ โดยนักออกแบบแก้ข้อจำกัดของพื้นที่ด้วยการสร้างสะดานคร่อมทางอยู่ 1 จุด ซึ่งช่วยเพิ่มความยาว และรูปแบบที่หลากหลายของโค้งต่างๆได้เพิ่มขึ้น
โตโยต้าเตรียมรถไว้ให้ลอง 4 รุ่น คือ อควา รถแฮทช์แบค 5 ประตู ไฮบริด เครื่องยนต์ 1.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 135 แรงม้า, ซีดานหรู คราวน์ ไฮบริด เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร วี 6 ให้กำลังสูงสุด 220 แรงม้า, โรดสเตอร์ตัวดัง จีที 86 ที่คนไทยคุ้นเคย ให้กำลัง 200 แรงม้า และไซ ไฮบริด รถซีดาน 4 ประตู เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร 190 แรงม้า
ได้ขับคันละ 2 รอบ แต่การขับในสนามก็ช่วยให้พอได้รับรู้ถึงอารมณ์พื้นฐานของมันบ้าง
86 คงไม่ต้องพูดอะไรมาก ไปได้ดีกับสภาพเส้นทางแบบนี้ ขับสนุก ท้ายรถพร้อมที่จะกวาดออกเล็กน้อย เพื่อให้หน้ารถตั้งลำได้เร็วขึ้นหากใช้พวงมาลัยได้อย่างแม่นยำ ในการบังคับล้อหน้าไปตรงส่วนไหนของโค้ง เสียอยู่อย่างเดียว คือ ข้อบังคับของสนามห้ามแซง เซฟตี้ คาร์
รถหรู คราวน์ ที่มาพร้อมกระจังหน้าใหญ่โต เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน นุ่ม เงียบ นั่งสบาย หนักแน่น แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะมีความคล่องตัวในสนามแห่งนี้ อาการไถล หรือดื้อโค้งมีให้เห็นน้อย รถนิ่ง แต่หากจะพูดถึงความเหมาะสมกับสนามแบบนี้คงไม่เหมาะนัก เพราะมันนิ่งเกินไป
ไซ หากเทียบก็คงอยู่ในกลุ่มคัมรี่ อารมณ์ผสมผสานกันไป ระหว่างความเป็นผู้ใหญ่ นิ่งๆ สุขุม กับวัยรุ่น ใจเร็ว เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดี การขับในสนามแข่งทำได้น่าพอใจ มีอาการฝืนๆโค้งอยู่บ้าง ไถลออกไปบ้าง เมื่อเติมคันเร่งเข้าไปในโค้ง แต่เป็นการไถลทั้งคัน คนขับจับอาการได้ไม่ยาก และแก้อาการได้ง่าย ไม่ใช่อาการแบบท้ายปัด หน้าไว
อควา น้องเล็ก แรงน้อยกว่าเขา แต่จะว่าไปแล้วการขับที่นี่ก็สนุกไปอย่าง เพราะได้เติมคันเร่งบ่อยๆ ไล่เซฟตี้คาร์ อารมณ์วัยรุ่นชัดเจน หากไม่ถอนเท้าเมื่อเข้าโค้ง โอกาสที่จะต้องใช้ 2 มือ แก้อาการที่พวงมาลัยเกิดขึ้นแน่ แต่ก็ต้องบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่ผ่านโค้งโดยท้ายรถกวาดออกด้านนอก ก่อนที่จะหักพวงมาลัยคืนเล็กน้อย แค่นั้นมันก็พร้อมแล้วที่พุ่งทะยานไปข้างหน้า
ถือว่าเป็นรถเล็ก 5 ประตูที่ขับสนุกอีกคันหนึ่ง และคนไทยก็คงต้องลุ้นกันเองครับว่า เมื่อยาริส ตัดสินใจลดน้ำหนักไปชกในรุ่น สตรอว์เวท แล้ว จะมีโอกาสเห็น อควา มาแทนที่ในตลาดบี-เซ็กเมนต์หรือไม่





