ตลาดรถซึมยาว!ค่ายรถปรับแผนการผลิต

ตลาดรถซึมยาว!ค่ายรถปรับแผนการผลิต

ค่ายรถรับปี 2557 ตลาดรถหดตัวต่อเนื่อง คาดติดลบ 10% ปรับแผนผลิต การขายรองรับ เชื่อแผนกระตุ้นผ่านแคมเปญลดความรุนแรง หวั่นเข้าเนื้อ

งานมหกรรมยานยนต์ งานแสดงรถยนต์ใหญ่ส่งท้ายปลายปี เปิดให้เข้าชมรอบสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการวานนี้ (28 พ.ย.) ท่ามกลางความร้อนแรงทางการเมือง โดยมีผู้ผลิตรถยนต์ 38 รายเข้าร่วมงาน โดยปีนี้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สะท้อนแนวทางการเปลี่ยนแปลงของตลาดอนาคตค่อนข้างชัดเจน

นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน มหกรรมยานยนต์ 2013 เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีผลกับงานอย่างไรบ้าง แต่จะเฝ้าระวังอยู่ว่าจะมีผลกระทบอย่างไร เชื่อว่างานมหกรรมยานยนต์ เป็นงานที่สร้างความสุขให้ผู้คน ซึ่งไม่เกี่ยวกับรัฐบาลจึงไม่น่าจะเป็นเป้าหมายของการเมือง ในส่วนของยอดจองรถใหม่ ในงานยังคงมั่นใจว่าจะมียอดอย่างน้อย 5 หมื่นคันตามเป้าที่วางไว้ เพราะคนไทยแม้บรรยากาศจะเป็นอย่างไร ก็ยังคงซื้อรถ

นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าตลาดรถยนต์ในปีนี้ คาดว่าจะทำได้ในระดับ 1.2-1.25 ล้านคัน ลดลงจากปีที่แล้วที่ทำได้ 1.45 ล้านคัน ส่วนปีหน้า เชื่อว่าสถานการณ์ตลาดจะลดลงต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้าสถานะจะคล้ายกับครึ่งหลังของปีนี้ ก่อนจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า โดยตลาดที่คาดว่าจะยังคงได้รับผลกระทบคือ รถตลาดล่าง หรือ กลุ่มเอนทรี เนื่องจากมีการแข่งขันที่สูง และมีปริมาณรถในตลาดมาก

"ส่วนการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายที่รุนแรงมากในปีนี้ เชื่อว่าครึ่งปีหลัง 2557 จะลดลง เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ต้นทุนสูง ทำให้ไม่สามารถใช้ในระยะยาวได้ เพราะจะส่งผลกระทบกับผลประกอบการของบริษัท ส่วนปีนี้ที่รุนแรงเพราะตลาดหดตัว และมีสต็อกล้น"

รับตลาดรถปี 2557 หดตัวต่อเนื่อง

นางสาวสุรีทิพย์ ยังกล่าวว่า แนวทางการบริหารจัดการของค่ายรถในปีหน้า จะเห็นการสร้างฐานตลาดใหม่ๆ ด้วยสินค้า หรือว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น มาสด้าที่นำเทคโนโลยีสกายแอคทีฟมาใช้ใน ซีเอ็กซ์-5 ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี ถึงขณะนี้มียอดจองแล้วประมาณ 2,000 คัน และที่สำคัญส่วนใหญ่มาจากรุ่นท็อป เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งเป็นการบ่งบอกได้ชัดเจนว่าลูกค้าซื้อเทคโนโลยี ไม่ได้ซื้อที่ราคา และปีหน้าจะเปิดตัวเทคโนโลยี สกาย แอคทีฟ ในรถยนต์อีก 2 รุ่นด้วยกัน

ส่วนสถานการณ์การเมืองขณะนี้ ยังไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ และเชื่อว่าหากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงถึงขั้นเสียเลือดเนื้อ ก็จะไม่ส่งผลกระทบ เนื่องจากประชาชนยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ อาจจะมีปัญหาจราจรติดขัดบ้างในบางพื้นที่เท่านั้น

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัทฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดในปีหน้าจะชะลอตัวลง 10% จากยอดที่คาดว่าจะปิดในปีนี้ 1.3 ล้านคัน ทั้งนี้ตลาดรถยนต์เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจหากว่ามีปัจจัยการเมืองทำให้เศรษฐกิจไม่เติบโต ตลาดรถก็รับปัจจัยลบนั้นไปด้วยเช่นกัน ซึ่งสถานการณ์ในขณะนี้ถือว่ายังไม่มีผลกระทบจากการเมือง อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูดัชนี คนเข้างานและคนซื้อรถในระหว่างงาน ซึ่งพอจะชี้วัดกำลังซื้อได้

"เรายังมองไม่เห็นปัจจัยบวกสำหรับเศรษฐกิจในปีหน้า ทำให้ประมาณการตลาดลดลง ที่สำคัญคือสิ่งที่กังวลในปีหน้าคือเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้หรือไม่แค่ไหน"นายพิทักษ์ กล่าว

สำหรับ ฮอนด้า ตั้งเป้าหมายขายในงานมหกรรมยานยนต์ไว้ 6,000 คัน และเชื่อว่า ภายในสิ้นปีนี้ ฮอนด้า จะสามารถทำยอดขายรวมทั้งปีได้ 2 แสนคันตามเป้าหมาย

นายโนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ มีผลกระทบบ้าง แต่ก็ยังมั่นใจว่าตลาดรถปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมาย 1.3 ล้านคัน อย่างแน่นอน ส่วนปีหน้าตลาดจะลดลง แต่มั่นใจว่าจะยังทำได้สูงกว่า 1 ล้านคัน อย่างแน่นอน ซึ่งถือว่าเป็นระดับยอดขายที่น่าพอใจ

"ปกติของตลาดยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนน่าจะอยู่ระดับ 9 หมื่นคัน ซึ่งจะต้องยอมรับให้ได้ แต่ว่าที่ผ่านตลาดโตผิดปกติ ทำให้คนติดกับตัวเลขเกินกว่า 1 แสนคันต่อเดือน รวมทั้งเราด้วย แต่จากนี้ไปต้องปรับตัวรับกับตลาดที่แท้จริงให้ได้"

ขัดแย้งการเมือง เรื่องปกติของโลก

นายกุสตาโว โคลอซซี รองประธานฝ่ายขาย การตลาด และการบริการหลังการขาย บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย จำกัด และบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์ในปีนี้มั่นใจว่าจะสามารถทำได้ 1.3 ล้านคัน แต่ปีหน้าจะลดลงเล็กน้อย ซึ่งเป็นไปตามทิศทางของตลาดที่เริ่มลดลงตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังปีนี้ที่พบว่าหดตัวลง 30% ดังนั้นการทำธุรกิจก็จำเป็นจะต้องปรับตัวตามเพื่อให้เกิดความเหมาะสมทั้งระบบ ทั้งการผลิต การขาย รวมไปถึงผู้ผลิตชิ้นส่วน

"เราจะต้องมองภาพทั้งปีให้ชัด จากนั้นก็จะสามารถที่บริหารงานได้ว่า จะสั่งชิ้นส่วนเท่าไร ผลิตเท่าไร และขายอย่างไร เป็นการปรับทั้งกระบวนการ"

ส่วนความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เห็นว่าเป็นเรื่องปกติ และจีเอ็มก็ผ่านมาได้ ไม่ว่าจะเป็นในอียิปต์ จีน หรือออสเตรเลีย สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามจะต้องมองไปที่ลูกค้าเป็นหลัก เพราะหากมุ่งเป้าที่ลูกค้าก็จะสามารถเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้ เพราะการเมืองเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ซูซูกิ เลือกไทยเปิดตัวครั้งแรกในโลก

นายโทชิโร ซูซูกิ รองประธานบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ซูซูกิได้เปิดตัวรถยนต์ต้นแบบ เอ-วินด์ (A : WIND) เป็นครั้งแรกในโลกที่งานมหกรรมยานยนต์ โดยรถดังกล่าวเป็นรถขนาด เอ เซ็กเมนท์ หรือ รถขนาดเล็ก ซึ่งถือเป็นรถต้นแบบสำหรับการผลิตรถรุ่นใหม่ของซูซูกิในประเทศไทย โดยจะเริ่มผลิตเดือนเม.ย. ในปีหน้าและพร้อมส่งออกทั่วโลก

สำหรับการเปิดตัว “เอ-วินด์ คอนเซปต์” ครั้งนี้ถือว่า ซูซูกิมอเตอร์ เลือกใช้เวทีในไทยเป็นการ เปิดตัวแทนแผนเดิมที่จะ เผยโฉมในงานโตเกียว มอเตอร์ โชว์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย ซูซูกิ จะนำรถขนาดเล็กรุ่นใหม่นี้ เสนอเข้าโครงการ อีโค คาร์ เฟส 2 ซึ่งรัฐบาลไทยเปิดให้มีการส่งเสริมการลงทุน

นายซูซูกิ กล่าวว่า การเปิดตัวรถคอนเซปต์คาร์ใน เอ เซ็กเมนท์ แบบ 5 ประตูรุ่นใหม่ เป็นครั้งแรกของโลกในไทย ปีหน้า ซูซูกิ จะเริ่มการผลิตทันที สำหรับ เอ-วินด์ พัฒนาภายใต้แนวคิดเป็นรถนำสายลมที่สดชื่นเข้ามาสู่แวดวงของรถขนาดเล็ก โดย ซูซูกิ ได้สร้างสรรค์ เอ-วินด์ ขึ้นมา จากไม่ยึดติดกับมาตรฐานเดิมๆ ของรถในขนาดเล็กและใช้ความเชี่ยวชาญด้านการผลิตรถขนาดเล็ก (compact cars) ของ ซูซูกิ ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในการพัฒนา ทั้งรูปลักษณ์ที่โอ่อ่าทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง การออกแบบเพื่อการใช้งานอย่างได้อย่างง่ายดาย และความประหยัดน้ำมันอันเป็นเลิศ ล้วนเป็นสิ่งที่รถรุ่นใหม่นี้มีอยู่อย่างครบถ้วน

สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ครั้งนี้ มีรถยนต์ในเซ็กเมนท์ใหม่นำมาเสนอขาย หลายรุ่น เช่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลเอ รถยนต์ ครอสโอเวอร์ขนาดเล็ก มาสด้า ซีเอ็กซ์ 5 รถเอสยูวี และ รถเอสยูวี ขนาดเล็ก ของ 2 ค่าย คือ ฟอร์ด แอคโคสปอร์ต และ นิสสัน จู๊ค

ทั้งนี้ ในปีหน้า ฮอนด้า มีแผนจะทำตลาดรถในกลุ่มเดียวกัน ภายใต้ชื่อรุ่น วีเซล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการแสวงหารถรูปแบบใหม่ๆ ของผู้ผลิตเพื่อมากระตุ้นตลาดรถแบบซีดานและแฮทช์แบ็คเดิมๆ ที่ค่อนข้างอิ่มตัว นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มว่าค่ายรถยนต์หันมาเน้นรถขนาดเล็กหรือการดาวน์ไซส์รถลง เพื่อทำตลาดในอนาคต เช่น ซูซูกิ นิสสัน ฮอนด้า