วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'มินิ'รุกอีสาน เชื่อตลาดรุ่งรับเออีซี

มินิ ประเทศไทย ภายใต้การดูแลของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ดำเนินธุรกิจจำหน่ายรถมินิมาตั้งแต่ปี 2545 โดยมีตัวแทนจำหน่ายหลักรายเดียวคือ

กลุ่มมิลเลนเนียม แต่ล่าสุดมินิ แต่งตั้งสกาย ออโต้ เฮาส์ ในขอนแก่นเป็นตัวแทนจำหน่ายเพิ่มอีกแห่ง ซึ่งแมทธิอัส พฟาลซ์ ประธานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เชื่อว่า จะทำให้มินิสามารถขยายตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยสกายออโต้เฮาส์ จะสามารถทำตลาดครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ยกเว้น กรุงเทพ
ด้านนายแพทย์สามารถ ยิ้มศิริ กรรมการผู้จัดการ สกาย ออโต้เฮาส์ กล่าวว่า บริษัทเริ่มธุรกิจกับบีเอ็มดับเบิลยูด้วยการเป็นตัวแทนมาตั้งแต่ปี 2543 และเมื่อได้สิทธิ์จำหน่ายมินิเพิ่มอีกยี่ห้อ เชื่อว่าจะช่วยให้สามารถขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น เนื่องจากกำลังซื้อของลูกค้าในขอนแก่นอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในขณะนี้
ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า ปัจจุบัน รายได้เฉลี่ยประชากรต่อปีหัวต่อปีของคนขอนแก่นนั้นสูงที่สุดในภาคอีสาน ซึ่งส่งผลให้การทำตลาดบีเอ็มดับเบิลยูได้รับการตอบรับที่ดี โดยปี 2555 มียอดขายรวม 250 คัน เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อนหน้า คิดเป็นรายได้ 800 ล้านบาท และหากนับช่วง 2549-2555 พบว่ายอดขายเติบโต 4 เท่าตัว ส่วนปีนี้คาดว่าจะทำได้ 280 คัน
และก็เชื่ออีกว่าในอนาคตกำลังซื้อจเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีเงินทุนไหลเข้ามายังขอนแก่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรองรับการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ซึ่งขอนแก่นจะเป็นจุดเชื่อมที่สำคัญทั้งด้านการค้า หรือ โลจิสติกส์
ซึ่งขณะนี้จะเห็นได้ว่ากลุ่มทุนเริ่มเข้ามาจำนวนมาก โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นแสนสิริ, ศุภาลัย หรือว่า แลนด์แอนด์เฮาส์ เป็นต้น และก็ยังมีอีกหลายกลุ่มทุนที่เข้ามาซุ่มซื้อพื้นที่สำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต หรือเก็งกำไร
"ขอนแก่นเป็นพื้นที่สำคัญของเออีซี อีกทั้งแผนการสร้างรถไฟความเร็วสูงของรัฐ ก็จะผ่านที่นี่ด้วยเช่นกัน เพื่อเชื่อมตัวไปยังลาว เวียดนาม และจีน จะทำให้เกิดการลงทุนตามมาอีกมาก"
ในส่วนของการทำตลาดมินิ ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ และมีบุคลิกที่แตกต่างจากบีเอ็มดับเบิลยู ก็เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี โดยลูกค้าจะมาจาก 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูที่มีสายสัมพันธ์ที่ดี และต้องการซื้อรถเพิ่มเติม โดยเฉพาะรถที่ให้อารมณ์แตกต่างกันออกไป และอีกกลุ่มหนึ่งคือ ผู้ที่หลงใหลในความเป็นมินิ ซึ่งเชื่อว่ามีอยู่จำนวนไม่น้อย
โดยรุ่นที่คาดว่าจะได้รับความนิยมสูงสุด คือ คันทรีแมน เนื่องจากตัวรถตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนต่างจังหวัดที่เดินทางเป็นครอบครัว ทำให้รถแบบ 4 ประตู และมีห้องโดยสารที่กว้างกว่ามินิรุ่นอื่น ตอบสนองได้ดีกว่า

กรอบ
แม่ทัพต้องเป็นผู้นำทัพ
สำหรับสกายออโต้เฮาส์ บีเอ็มดับเบิลยู บอกว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ทำผลงานได้ดีมาตลอด ทำให้ แมทธิอัส ต้องเชิญให้ทำตลาดมินิอีกยี่ห้อหนึ่ง เพื่อให้ตลาดสามารถขยายตัวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ในยุคที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เน้นตลาดมินิมากขึ้นเช่นกัน เห็นได้จากการตัดสินใจเปิดสายการผลิตในไทย
ขณะที่นายแพทย์สามารถบอกว่า หัวใจหลักที่ทำให้บริษัทเติบโตมาตลอดคือ ความสัมพันธ์กับลูกค้า ด้วยแนวทางการทำตลาดคือ "แม่ทัพเป็นผู้นำทัพ" ไม่ใช่แค่สั่งให้ลูกค้านำไปก่อน นั่นคือตนเองและภรรยาจะทำตัวเหมือนกับเป็นพนักงานคนหนึ่ง ไม่ใช่ผู้บริหาร ที่นั่งส่วนใหญ่ก็คือในบริเวณจัดแสดงรถไม่ใช่ในห้องส่วนตัวเพื่อที่จะพบกับลูกค้าโดยตรง นอกจากนั้นก็ยังมีการจัดกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และติดตามดูแลด้านการบริการ ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อรถกับบริษัทเมื่อเปลี่ยนคันใหม่ โดยบางรายซื้อไปแล้ว 5 คัน
"ความสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด สมมติว่าถ้าหากวันหนึ่งไฟไหม้โชว์รูม เราก็ยังสามารถสร้างใหม่ได้ แต่ถ้าความสัมพันธ์หายไป มันจะไม่มีทางกลับมา"
สำหรับโชว์รูม สกายออโต้เฮาส์มีการปรับปรุงใหม่ด้วยเงินลงทุน 15 ล้านบาท และเป็นโชว์รูมเดียวในขณะนี้ที่มีบีเอ็มดับเบิลยู และมินิ อยู่ร่วมกัน มีทีมงานรวม 70 คน และมีช่องซ่อม 10 ช่องซ่อม