7ค่ายรถบรรทุกบุกไทยรองรับเออีซี

7ค่ายรถบรรทุกบุกไทยรองรับเออีซี

7 กลุ่มทุน เดินหน้ารุกตลาดรถบรรทุกในไทย ปูทางเชื่อมโยงขนส่งอาเซียนหลังจากเปิดเออีซี พร้อมศูนย์บริการครบวงจร มั่นใจตลาดไทยขยายตัว

ตลาดรถบรรทุกเป็นดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่ตลาดรถบรรทุกยังพอประคองตัวได้ แม้ว่าจะมีสัญญาณการเติบโตลดลง แต่ผู้ประกอบการยังเชื่อว่าอนาคตยังมีโอกาสขยายตัวได้อีก ทำให้มีผู้สนใจเข้าสู่ตลาดนี้จำนวนมาก โดยเฉพาะรถบรรทุกจากจีน

ปัจจุบันรถบรรทุกจีนเข้ามาตลาดไทยรวม 7 ยี่ห้อ ประกอบด้วย ไซโน ทรัค ที่คาดว่าจะมียอดขายสูงสุดในปีนี้ 1,000 คัน ตามด้วย ซีเอเอ็มซี คาดจะจำหน่ายได้ถึง 500 คัน โฟตอน มีเป้าหมายการขาย 450 คัน เอฟเอดับบลิว 300 คัน ดายุน เป้าขาย 300 คัน ดีเอฟ มีเป้าหมาย 150 คัน นอกจากนี้ก็ยังมีแชคแมน และ ไบเบน (BEIBEN)

นายชัยวัฒน์ ตั้งสุรกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซีย วีฮิเคล คอร์เปอเรชั่น ผู้จัดจำหน่ายรถบรรทุกจีน แบรนด์เอฟเอดับบลิว กล่าวว่า ตลาดประเทศไทยได้รับความสนใจจากรถบรรทุกจีนอย่างมาก เห็นได้จากปัจจุบันมีผู้ทำตลาดเป็นจำนวนมาก บางค่ายถือว่าเข้ามาทำตลาดเหนือความคาดหมาย คนไทยไม่คุ้นชื่อยังสนใจเข้ามาทำตลาดขณะนี้ เกือบทุกค่ายที่ผลิตรถบรรทุกเข้ามาทำตลาดในไทยหมดแล้ว เหลืออยู่ไม่กี่ค่ายเท่านั้น เช่น ไอวีโก้ มีความเป็นไปได้เช่นกันที่จะเข้ามาทำตลาดในอนาคต

ทั้งนี้การที่รถบรรทุกจากจีนเข้ามาทำตลาดจำนวนมาก เพราะเห็นโอกาสการเติบโตที่ดี ต้องการใช้ไทยเป็นฐานในการขยายตลาดสู่อาเซียน และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมขนส่ง หลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีในปลายปี 2558 จะมีการขนส่งสินค้าข้ามประเทศมากขึ้น โดยมีช่องทางเข้าออกระหว่างไทยกับเพื่อนบ้านมากขึ้น 23 ช่องทาง

"แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัว แต่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรถใหญ่ยังคงเติบโต เช่น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โลจิสติกส์ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง ผลักดันให้สินค้าในกลุ่มรถดัมพ์ขยายตัวได้ดี โดยในส่วนของเอฟเอดับบลิว ก็ทำตลาดได้ดีสำหรับรถกลุ่มนี้ ตลาดรถบรรทุกยังโต แม้จะไม่โดดเด่นนัก”

หวังโครงการลงทุนภาครัฐดันตลาดโต

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่าอีกหนึ่งปัจจัยบวกสำคัญที่จะทำให้ตลาดรถบรรทุกในไทยขยายตัวได้อีก คือ การลงทุนของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการลงทุนสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งหากมีรูปธรรม จะทำให้ภาคเอกชนมั่นใจมากขึ้นว่า ตลาดรถบรรทุกจะเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากเห็นทิศทางที่ชัดเจน ทำให้วางแผนการตลาดได้ง่ายขึ้น

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ในการเตรียมพร้อมรับโอกาสจากการลงทุนของภาครัฐที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ทำให้บริษัทมีแผนรุกตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะการขยายเครือข่ายการขายและบริการ จากปัจจุบันมีอยู่ทั้งสิ้น 6 แห่ง ล่าสุดร่วมมือกับ บริษัท เอ็มวัน ออโต้ เน็ตเวิร์ค จำกัด ผู้บริหารศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่น โมบิล จำนวน 19 แห่ง ให้เป็นตัวแทนให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน จากนั้นจะยกระดับขึ้นเป็นศูนย์ซ่อมบำรุง โดยขณะนี้ได้เตรียมแผนด้านการอบรม ซอฟต์แวร์ต่างๆ ไว้แล้ว คาดว่าจะขยายการบริการดังกล่าวได้ภายในปีนี้

นอกเหนือจากการทำตลาดในไทย บริษัทก็จะหาช่องทางทำตลาดเพื่อนบ้าน โดยขณะนี้เปิดตลาดแล้วที่อินโดนีเซีย กับหุ้นส่วนชาวอินโดนีเซีย ส่วนลาวขณะนี้มีลูกค้าไทยที่เข้าไปรับงานในลาว อย่าง ช.การช่าง และเชื่อว่าอนาคตจะขยายตัวมากขึ้น

นายชัยวัฒน์ กล่าวถึงตลาดรถบรรทุกจีนในไทย ว่ายังมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่เชื่อว่าจะเติบโตมากขึ้น หลังจากมีเครือข่ายการขายและบริการครอบคลุม และแข่งขันกับรถบรรทุกญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันมีฮีโน่ เป็นผู้นำตลาด โดยจุดเด่นที่การเป็นรถบรรทุกที่มีสมรรถนะสูง แต่ราคาต่ำกว่ารถบรรทุกญี่ปุ่นโดยเฉลี่ยประมาณ 20%

"นอกจากนี้ในส่วนของเอฟเอดับบลิว มีความโดดเด่นอีกสิ่งหนึ่งคือ เรามีพันธมิตรที่ต่อตัวถังในรูปแบบที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งใช้เวลาไม่นานสามารถส่งมอบได้"

โฟตอน รุกเปิดสายการผลิตปี 2557

นายธนธัช วิจิตลิมาภรณ์ ผู้จัดการอาวุโส บริษัท โฟตอน ทรัค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โฟตอน เริ่มนำรถเข้ามาจำหน่ายเมื่อปีที่แล้ว และเห็นว่าไทยมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกมาก จึงเตรียมผลิตรถในไทยที่โรงงานลาดกระบังต้นปี 2557 ซึ่งจะทำให้มีศักยภาพการแข่งขันเพิ่มขึ้นอีกมาก โดยเฉพาะการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าบริษัทจริงจังกับการทำตลาด รวมถึงการมีชิ้นส่วน อะไหล่ไว้รองรับ

"การลงทุนครั้งนี้จะทำให้โฟตอน เป็นรถบรรทุกจีนค่ายแรกที่ขึ้นสายการผลิตในไทย และจะทำให้สร้างความเชื่อมั่นได้มาก และส่งผลให้อนาคต ตลาดเราจะขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว"

ทั้งนี้ โฟตอน มองว่าตลาดรถบรรทุกในไทย มีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกมาก เนื่องจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องจะขยายตัวทั้งขนส่ง ก่อสร้าง แม้ว่าช่วงไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมาจะชะลอตัวไปบ้าง ซึ่งส่วนหนึ่งคาดว่าเป็นผลจากการที่ผู้ประกอบการดูท่าทีของโครงการลงทุนภาครัฐ ทั้งโครงการบริหารจัดการน้ำ หรือว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่ง ซึ่งหากโครงการเดินหน้าได้ เชื่อว่าจะผลักดันให้ตลาดรถบรรทุกใหญ่ ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมียอดขายประมาณ 40,000 คัน เพิ่มขึ้น 100%

นอกจากนี้การที่ไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ดังนั้นเมื่อเปิดเออีซีจะผลักดันให้เกิดการขนส่งระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น และในส่วนของโฟตอนก็เตรียมการเรื่องนี้รองรับเช่นกัน

ทั้งนี้โฟตอนเป็นบริษัทลูกของกลุ่มตันจง กรุ๊ป ซึ่งมีธุรกิจอยู่ในอาเซียนทุกประเทศ ส่วนธุรกิจรถบรรทุกโฟตอนปัจจุบันมีในอินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม จึงจะได้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงดังกล่าว รวมถึงการบริการหลังการขาย ที่รถจากแต่ละประเทศจะสามารถใช้บริการได้ และในส่วนของไทยซึ่งเป็นศูนย์กลาง คาดว่าจะมีรถเข้ามาจำนวนมาก จึงวางแผนที่จะเพิ่มศูนย์บริการจากปัจจุบัน 17 แห่งให้ครอบคลุมมากขึ้น

'ดายุน' เจาะตลาดอีสาน-เหนือรับเออีซี

ด้าน นายอิฐบูรณ์ จิรวัฒน์วงศ์ ผู้จัดการสาขาบางบัวทอง บริษัท ดายุน ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ดายุน ประเทศจีน เข้ามาทำตลาดในไทยช่วงปลายปี 2555 โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้สามารถทำยอดได้ราว 100 คัน โดย ดายุน นำรถเข้ามาทำตลาดในไทยรวม 6 รุ่น รองรับงานขนส่ง และรถเหมืองแร่ โดยตลาดที่ตอบรับดี คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะบุรีรัมย์และขอนแก่น

ส่วนแผนการทำตลาดปีนี้ จะเน้นการเพิ่มเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวม 10 แห่ง เน้นพื้นที่ภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพิเศษ เพื่อรองรับโอกาสหลังการเปิดเออีซี

นอกจากนี้ ยังเร่งยกระดับเรื่องของการบริการหลังการขาย ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของตลาดรถบรรทุก เนื่องจากใช้งานหนัก และทำงานตลอดเวลา โดยขณะนี้ได้เพิ่มการจัดเก็บสต็อกอะไหล่ในกรุงเทพฯ และสามารถส่งมอบได้ภายใน 24 ชั่วโมง รวมไปถึงการจัดรถบริการเคลื่อนที่สำหรับการซ่อมเบา รองรับลูกค้าทุกจังหวัดด้วย

รวมไปถึงการเตรียมนำเข้ารถใหม่มาเปิดตลาดช่วงเดือนพ.ย. นี้ ในกลุ่มรถหัวลากเครื่องยนต์ดีเซล 375 แรงม้า ถือว่าเป็นรุ่นใหญ่ที่สุดของ ดายุน เพื่อรองรับการบรรทุกหนัก

นายอิฐบูรณ์ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับ ดายุน ได้สิทธิทำตลาดภายในไทย 10 ปี ส่วนแผนการในอนาคต หากสามารถทำตลาดได้ดี ก็จะขึ้นสายการผลิตในไทยและใช้เป็นฐานการทำตลาดอาเซียนต่อไป

ตลาดบรรทุก 8 เดือน โต 33%

สำหรับภาพรวมตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ช่วงเดือนม.ค.-ส.ค. 2556 จากการเผยแพร่ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พบว่ามียอดขายรวมทั้งสิ้น 80,661 คัน เติบโต 33% โดยยอดเฉพาะเดือนส.ค. ทำได้ 8,764 คัน เพิ่มขึ้น 7% โดยยอดขายในกลุ่มนี้รวมถึงรถบรรทุกเล็ก ตั้งแต่ 2 ตันขึ้นไปด้วย แต่ถ้าหากนับตั้งแต่ 3.5 ตันขึ้นไป คาดว่าจะอยู่ในระดับ 40,000 คัน ส่วนเฉพาะรถบรรทุกใหญ่ตั้งแต่ 10 ล้อ 15 ตันขึ้นไป คาดว่าปีนี้จะมียอดขายรวม 30,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 5%