วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

อุตสาหกรรมยางจี้รัฐสร้างศูนย์ทดสอบ

กลุ่มอุตสาหกรรมยาง เสนอรัฐสร้างศูนย์ทดสอบ สร้างมาตรฐานสินค้า ดันตลาดส่งออก ป้องกันสินค้าคุณภาพต่ำทะลักเข้าประเทศ

หลังจากเกิดเหตุการณ์เกษตรกรชาวสวนยางเรียกร้องให้ภาครัฐแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ก่อนจะลุกลามเป็นการประท้วงเป็นวงกว้าง ทำให้ภาครัฐต้องออกมาตอบสนองในหลายรูปแบบ รวมถึงการกำหนดมาตรการระยะยาว ซึ่งรวมถึงการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่าง กระทรวงอุตสาหกรรม เรียกประชุม ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแปรรูปยาง ทั้ง ยางล้อ ถุงมือยาง และยางวิศวกรรม เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
นายชโย ตรังอดิศัยกุล รองเลขาธิการ กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การหารือกับภาครัฐ เอกชน ก็พร้อมที่จะสนับสนุน แต่ขณะเดียวกัน รัฐก็จะต้องส่งเสริมเอกเชนเช่นกัน เพื่อหาทางแปรรูปยางในประเทศมากขึ้น
สิ่งที่ภาคเอกชน ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุน คือ การสร้างสนามทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยางล้อ ทั้ง รถยนต์ จักรยานยนต์ และ รถบรรทุก ซึ่งปัจจุบันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังไม่มี หากไทยสร้างก่อน จะได้เปรียบชาติอื่น
“คล้ายกับสนามแข่งรถสูตร 1 เมื่อมาเลเซียสร้างแล้ว ชาติอื่นๆ ก็ไม่มีใครทำ เพราะไม่อย่างนั้นแข่งกัน ซึ่งในบ้านเรา หากสร้างก่อน ก็จะกลายเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค”
ทั้งนี้ เอกชนมองว่า หากมีการสร้างสนามทดสอบ จะทำให้ความสามารถในการแข่งขันของไทยเพิ่มขึ้น ส่งออกได้มากขึ้น ทำให้เกิดการแปรรูปยางพาราเพิ่มขึ้น เป็นผลดีต่อเกษตรกร"
สำหรับสนามทดสอบ ประเมินว่า มูลค่าการลงทุนจะอยู่ในระดับ 1,000 ล้านบาท และเห็นว่าภาครัฐควรเป็นผู้ลงทุน เพราะเป็นหน่วยงานกลาง เพราะหากให้เอกชนลงทุน ความน่าเชื่อถือจะน้อยกว่า
ด้าน นายเอกชัย ลิมปิโชติพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยางโอตานิ จำกัด กล่าวว่า หากรัฐสร้างสนามทดสอบ จะเป็นการส่งเสริมเกษตรกร และอุตสาหกรรมยางอย่างยั่งยืน เพราะหากสินค้าสามารถส่งออกได้ ก็จะทำให้ความต้องการใช้ยางดิบเพิ่มมากขึ้น
“การพูดคุยครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องดี และถือว่าเป็นครั้งแรกที่รัฐหันมาสนใจกลุ่มปลายน้ำคือผู้แปรรูปยาง เพราะก่อนหน้านี้จะเน้นที่ต้นน้ำคือสวนยางเป็นหลักเท่านั้น”
นายเอกชัย กล่าวว่า อุตสาหกรรมยางล้อ มีแนวโน้มเติบโตอย่างมากในอนาคต จากการขยายการลงทุน ทั้งจากรายเก่าและผู้ลงทุนรายใหม่ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งไทย และตลาดโลก ซึ่งไทยส่งออกจำนวนมาก
ส่วนสถานการณ์ตลาดในช่วงนี้ แม้ว่าสถานการณ์ตลาดอยู่ในช่วงซบเซา แต่อุตสาหกรรมยางก็ยังมีความต้องการจากตลาดทดแทน (REM) ที่รถทั่วไปยังต้องมีการเปลี่ยนตามอายุใช้งาน
นอกจากนี้ ยังต้องการให้ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. กำหนดมาตรฐานยางล้อ เพื่อป้องกันผู้ประกอบการในประเทศ จากการที่มียางคุณภาพต่ำ แต่ใช้กลยุทธ์ราคา เข้ามาตีตลาดจำนวนมากในปัจจุบัน จากหลายประเทศ ซึ่งหากไทยกำหนดมาตรฐานชัดเจน โดยอิงกับมาตรฐาน อียู ใน 3 ส่วน คือ ประสิทธิภาพการยึดเกาะ ความประหยัด และ เสียง ก็เชื่อว่าจะทำให้ยางที่ต่ำกว่ามาตรฐานเข้ามาน้อยลง ส่งผลให้การผลิตในประเทศเพิ่มขึ้น
ปัจจุบัน มียางนำเข้าจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย แบ่งเป็นยางนอก รถจักรยานยนต์ สัดส่วน 5% ของยอดขายทั้งหมด ยางในรถจักรยานยนต์สัดส่วน 20% ยางรถยนต์ 10-20% และ ยางรถบรรทุก 10% โดยทั้งหมดมีทิศทางที่เพิ่มขึ้นทุกปี
ทั้งนี้ การแปรรูปยางล้อปีนี้ คาดว่า จะมีปริมาณ 527,000 ตัน และปีหน้ามีเป้า 750,000 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 160,000 ตัน แต่หากได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ สัดส่วนการเพิ่มขึ้น อาจจะสูงถึง 200,000 ตัน