วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ซีเอ็กซ์-5'เอสยูวี หัวใจสปอร์ต

ผมมักจะยุ่งยากใจพอสมควร เมื่อมีใครมาถามถึงการเลือกซื้อรถเอสยูวี ระดับราคาล้านต้นๆ ถึงล้านปลายๆ แม้จะมีตัวเลือกไม่กี่ยี่ห้อก็ตาม

ตลาดนี้ แม้จะไม่ใหญ่นัก แต่ดูทิศทางแล้วก็เห็นได้ว่าแนวโน้มความนิยมเพิ่มมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะความสามารถในการใช้งานที่หลากหลาย หรือไม่ก็เป็นเพราะคุณสมบัติที่สามารถรองรับสภาพแวดล้อมได้ดี เช่น ฝนพรำน้ำท่วม หรือถนนหนทางที่หาความเรียบไม่เจอ แม้แต่ถนนเส้นหลักในกรุงเทพ

ลองดูเถอะครับ หลายๆ เส้นทาง มักมีอุปสรรคเอาไว้ให้ท้าทายอยู่เสมอ เช่น ทางเป็นหลุมเป็นบ่อ ฝาท่อระบายน้ำที่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องอยู่ต่ำกว่าระดับผิวถนน ตัวอย่างหาดูได้ถนนราชดำริข้างๆ สวนลุมฯ หรือ จะเอาถนนที่ไม่มีความเรียบเลยตลอดทั้งสาย ไม่เว้นแม้แต่บนสะพานข้ามแยก ซึ่งตรงนี้ผมยังงงไม่หาย ว่าเขาสร้างเพื่อให้กลมกลืนกับพื้นผิวถนนหรืออย่างไร นั่นก็คือเส้นพระราม 3 ลองไปดูเถอะครับ

สำหรับรถที่ขายหลักๆ ก็มีฮอนด้า ซีอาร์-วี, เชฟโรเลต แคปติวา ส่วนตัวสอดแทรกล่าสุดคือ ซูบารุ เอ็กซ์วี ที่เปิดตัวตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว ถึงปัจจุบันยอดขายน่าจะใกล้หลัก 2,000 คัน เข้าไปแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่เยอะมาก สำหรับซูบารุ

และเดือน ต.ค.ตลาดจะต้องต้อนรับผู้เล่นหน้าใหม่เพิ่มขึ้น ก็คือ “มาสด้า ซีเอ็กซ์-5” ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมเล่าถึงที่มาที่ไปของรถ รวมไปถึงเทคโนโลยี "สกายแอคทีฟ" ที่ใส่เข้าไปแล้ว วันนี้จะเป็นเรื่องราวของการทดลองขับ ซึ่งมาสด้าจัดขึ้นที่นิว ซีแลนด์

ทำไมต้องเป็น นิว ซีแลนด์ คงมีหลายๆเหตุผลประกอบกัน หนึ่งก็คือ ที่นั่นเปิดตัวไปแล้ว จึงง่ายต่อการเตรียมรถ นอกจากนี้เรื่องของสภาพเส้นทางต่างๆ ก็น่าจะเหมาะกับแนวคิดของมาสด้า หรือถ้าจะว่ากันลึกกว่านั้นในเชิงอารมณ์แล้ว นิว ซีแลนด์ ประเทศที่มีประชากรแค่ประมาณ 4 ล้านคน และวิถีชีวิตที่ค่อนข้างเรียบง่าย ทำให้ต้องคิดค้นอะไรที่มันท้าทายมากไปกว่าการเลี้ยงวัว กับแกะ ที่มีอยู่อย่างละหลายสิบล้านตัว ที่นี่จึงเป็นต้นกำเนิดของกีฬาท้าทายหลายอย่าง เช่น บันจี้ จัมพ์ หรือ เจ็ทโบ้ท ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก

ขณะที่มาสด้าเองก็ใช้อารมณ์แนวนี้มาจับสินค้ามาตลอดเช่นกัน ดังนั้นการเลือกสถานที่เช่นนี้ จึงน่าจะเข้ากันได้ดี

อีกทั้งเส้นทางจากโอ๊คแลนด์ เมืองที่ใหญ่ที่สุด แวะพักโรโตรัว ดินแดนน้ำพุร้อนชื่อก้อง 1 คืน ไปจนถึงเวลลิงตัน เมืองหลวงซึ่งอยู่ใต้สุดของเกาะเหนือ เส้นทางเอื้อให้ได้ลองสมรรถนะของรถได้ดี ตลอดเส้นทางกว่า 800 กม.มีโค้งมีเนินให้ได้ทดสอบมากมาย ทั้งเรื่องของการยึดเกาะถนน ความแม่นยำพวงมาลัย การควบคุมรถ สมรรถนะเครื่องยนต์ การเร่งแซง เป็นต้น และอีกอย่างก็คือ สภาพของผู้ขับและผู้นั่งกับเส้นทางแบบนี้ระยะยาวๆ จะอ่อนเปลี้ยเพลียแรงหรือไม่

ซีเอ็กซ์-5 เปิดตัวในตลาดโลกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และสามารถกวาดรางวัลทั่วโลกไปได้มากมายทีเดียว เป็นรถที่ดูด้วยสายตาก็มีขนาดไล่เลี่ยกับว่าที่คู่แข่งอย่างซีอาร์-วี และแคปติวา แต่ถ้าเปิดสเปคดูพบว่ามันใหญ่กว่า ซีอาร์วี เล็กน้อย เรียกว่าเท่าๆกันก็ได้ และก็เล็กกว่าแคปติวาไม่มากนัก ตัวเลขที่ดูมากหน่อยคือความยาวของแคปติวาที่มากกว่าประมาณ 13 ซม.

ควบเสือฝ่าดงแกะ

หลังจากพิธีต้อนรับโดยชาวเคียวร่า ซึ่งคนทั่วไปเรียกว่าเมารี แต่คนพื้นเมืองจริงๆ อยากให้เรียกว่าเคียวร่ามากกว่า และการให้ข้อมูลเบื้องต้นแล้ว การเดินทางก็เริ่มขึ้น ผมเดินไปหารถเบอร์ 4 เครื่องยนต์ดีเซล ซึ่งจะเป็นรถคู่ใจในช่วงแรกก็รู้สึกสะดุดตากับลวดลาย จนต้องย่องไปถามผู้บริหารมาสด้า นิวซีแลนด์ว่าขายจริงหรือว่าอย่างไร ก็ได้คำตอบว่าใช่ครับ ขายจริงๆ เป็น ลิมิเต็ด อีดิชั่น

พอหวนนึกถึงสัปดาห์ที่แล้วที่ผมบอกไปว่า แนวคิดการออกแบบ ซีเอ็กซ์-5 ได้มาจากการถอดอารมณ์ของเสือชีตาห์ ก็หายสงสัย

ครับ วิศวกรเขาถอดรหัสเสือมาเป็นรถ แต่ที่นิวซีแลนด์ คืนรถให้กับเจ้าเสือจ้าวแห่งความเร็ว และวันนี้ผมจะได้ลองขี่มันฝ่าฝูงแกะฝูงวัวที่มีอยู่เกลื่อนกลาดทั่วประเทศ

ตัวจริงสวยนะครับ พรรคพวกที่ไปด้วยกันก็มีความเห็นไปในแนวทางเดียวกัน และเมื่ออยู่บนท้องถนน มันก็ได้รับความสนใจจากเพื่อร่วมถนนไปตลอดทาง

เมื่อเข้าประจำที่หลังพวงมาลัย ปรับตำแหน่งที่นั่ง พวงมาลัยให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะต่อการควบคุม เบาะนั่งไม่ใหญ่นัก แต่ออกแบบมานั่งได้สบาย และตลอดระยะทางกว่า 800 กม. ก็ได้คำตอบว่าเบาะทำได้ดี ไม่รู้สึกเมื่อยล้าแต่อย่างใด และช่วยยึดลำตัวได้ดี เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทางโค้ง ทำให้ลำตัวไม่ลื่นไถลจากตำแหน่ง ช่วยให้การควบคุมรถทำได้ดียิ่งขึ้น

เบาะหลัง ผมไม่ได้นั่งครับ แต่พี่ที่ร่วมรถด้วยบอกว่า เหมือนแคบกว่าคู่แข่งอย่างซีอาร์-วี ผมก็เดาเอาจากสายตานะครับว่าพื้นที่เบาะ พื้นที่ช่วงขาคงไม่แตกต่าง แต่ความโล่งของด้านบนอาจจะน้อยกว่า เพราะการออกแบบรูปทรงที่เน้นสปอร์ตของมาสด้า จะเห็นได้ว่าตัวถังด้านบนถูกบีบให้แคบกว่าด้านล่างเล็กน้อย เพื่อให้รถดูมีความเคลื่อนไหว ไม่ได้เน้นความกว้างเป็นหลัก

ส่วนพื้นที่เก็บของด้านหลัง มาสด้ามีลูกเล่นที่ดีครับ คือแผ่นปิดสัมภาระสามารถเลือกเกี่ยวกับตัวฝาท้ายได้เลย เมื่อเปิดฝาประตูด้านหลังออก แผ่นปิดก็เปิดไปพร้อมกันในจังหวะเดียว

แผ่นปิดที่ว่านี้ ยังมีช่องที่ออกแบบให้โปร่ง มองทะลุได้ หัวหน้าทีมออกแบบ คุณทานากะ บอกว่าสำหรับกรณีที่มีเด็กเล็กมาด้วย จังหวะที่พ่อแม่มาลงมาเปิดปิดของด้านหลัง ก็ยังสามารถมองเห็นลูกหลานในรถได้ เพื่อความปลอดภัยครับ

การออกแบบภายในดูดีครับ แต่ก็แล้วแต่นะครับ แต่ละคนอาจชอบต่างกันไป แต่ผมจะชอบที่ดูแบบเรียบๆหน่อย จะเพิ่มอารมณ์สปอร์ตก็เอาแต่พอประมาณ อย่าถึงขึ้นหลุดโลก เพราะจะทำให้ดูได้นาน ซึ่งภายในของ ซีเอ็กซ์-5 ก็ให้อารมณ์ร่วมกับรถในตระกูลรุ่นอื่นๆ เอกลักษณ์อย่างหนึ่งคือมาตรวัดทรงกลม เพิ่มความหรูด้วยกรอบโครเมียม ส่วนสีไฟเปลี่ยนจากส้มที่ใช้มาก่อนหน้านี้ ลดความร้อนแรงลงเป็นสีขาวแทน

ข้อมูลที่สามารถอ่านได้จากด้านหน้า ประกอบด้วยทริป เอ ทริป บี ความเร็วเฉลี่ย อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย ระยะทางที่ยังวิ่งได้กับน้ำมันที่เหลือในถัง และอุณหภูมิ เป็นต้น และก็ระบบนำทาง พร้อมจอขนาดกลางๆ

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 3 ก้าน แบบสปอร์ต ขนาดวงกำลังดี จับได้กระชับมือ

ส่วนอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ ทั้งความปลอดภัย บันเทิง ความสะดวกสบาย ใส่มาเต็มที่ครับ แต่ผมคงไม่พูดถึงมากนัก เอาเป็นว่ารอดูรุ่นที่จะเปิดตัวในบ้านเราว่าจะมีรายละเอียดอะไรบ้าง แต่ก็เดาว่า คงไม่แตกต่างกันเท่าไรครับ

แรงบิดเด่น ช่วงล่างแน่น

ซีเอ็กซ์-5 มีเครื่องยนต์ให้เลือก 3 รุ่น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสกายแอคทีฟทั้งหมด ประกอบไปด้วย

เบนซิน 2.0 เบนซิน สกายแอคทีฟ-จี 4สูบ DOHC 16 วาล์ว ให้กำลังแรงม้าสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที

สกายแอคทีฟ-จี 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 188 แรงม้า ที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิดสูง 250 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที

สกายแอคทีฟ-ดี 2.2 ลิตร 175 แรงม้าที่ 4,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที

ส่วนเกียร์เป็นเกียร์อัตโนมัติ สกายแอคทีฟ ไดร์ฟ 6 สปีด

แต่ผมขับอยู่ 2 รุ่นครับคือ เบนซิน 2.5 กับ ดีเซล 2.2 ส่วน 2.0 เบนซิน คงผิดคิวอะไรสักอย่าง แต่ไม่เป็นไรครับ รอเปิดตัวในบ้านเรา ค่อยไปไล่เก็บทีหลัง

ดังนั้นการทดสอบรอบนี้ ผมจึงมีแต่ตัวแรงทั้งนั้น ชนิดที่เรียกว่ากดคันเร่งไม่เท่าไร ก็หลังติดเบาะได้ไม่ยาก และช่วงการเร่งแซง ซึ่งต้องใช้อยู่บ่อยครั้ง เพราะเส้นทางส่วนใหญ่เป็นแบบ 2 เลนสวนทาง จึงไม่มีอะไรต้องกังวล

ทั่วประเทศ นิวซีแลนด์ จำกัดความเร็วไม่เกิน 100 กม./ชม. แต่ผมก็พยายามหาพื้นที่ที่สามารถทดสอบกำลังเครื่องยนต์ได้บ้าง และก็พบว่าการไล่ความเร็วขึ้นไประดับ 180 ไม่ใช่เรื่องยาก และไม่ใช้เวลานาน การตอบสนองดีมากทั้ง 2 เครื่องยนต์

แต่ถ้าให้เลือก ก็ต้องบอกว่า ดีเซล ทำได้ดีกว่า การเรียกอัตราเร่ง ทำได้โดดเด่นมาก ช่วยให้การขับสนุก โดยเฉพาะในเส้นทางที่ผ่านป่าเขา เต็มไปด้วยเนินด้วยโค้ง การมีแรงบิดที่โดดเด่น ทำให้มันเผ่นออกจากโค้งได้เร็ว ดังนั้นการเดินทางระยะไกลของเรา จึงไปถึงที่หมายได้ตรงเวลา หรืออาจจะเร็วกว่าด้วยซ้ำ ถ้าไม่แวะหาน้ำชาร้อนๆ ดื่มดับหนาวกลางทาง

การจำกัดความเร็ว 100 ไม่ใช่แค่ทางราบนะครับ บนป่าเขา ก็ใช้อัตราเดียวกัน ทีนี้ก็อยู่ที่ดุลพินิจของแต่ละคน อยู่ที่สมรรถนะรถแต่ละคัน ว่าจะวิ่งเต็มร้อย หรือขอแค่ 50

แต่ซีเอ็กซ์-5 ไม่ถึงก็ใกล้เคียงครับ แต่นอนว่าถึงช่วงโค้ง ยิ่งถ้าโค้งลึกก็ต้องผ่อนลง แต่โดยเฉลี่ยตลอดเส้นทางก็น่าจะอยู่ในระดับนั้น

ต้องยกเครดิตให้กับเครื่องยนต์ และช่วงล่าง ที่ภาษาคนขับรถเรียกมันว่า “คม” ล้อหน้าจิกเข้าไปในโค้งได้ดี ขณะที่ล้อหลังก็ไม่แตกคอกับล้อหน้า มันไม่มีอาการว่าจะกวาดออกนอกเส้นทางบ่อยนัก อาจจะมีบ้างบางครั้ง แต่ก็แค่ชั่วครู่ และเมื่อขยับพวงมาลัยคืนเล็กน้อยมันก็กลับมาอยู่ในเส้นทางอย่างว่าง่าย

จุดเด่นอีกสิ่งหนึ่งคือ การโยนของตัวถังมีน้อยมาก ช่วยให้ผู้ขับมีความมั่นใจขึ้นเยอะ และสามารถรับรู้อาการของล้อกับถนนได้ดีกว่า รถที่มีอาการโยนของตัวถังมากๆ

จุดด้อยเท่าที่สัมผัสได้ ก็คือ บางช่วงเสียงยางเข้ามาในห้องโดยสารพอสมควร และเสียงลมปะทะที่มีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นยกเป็นปัญหา

ผมคงต้องสรุปแล้วละครับ เอาเป็นว่าเท่าที่จับความรู้สึกจากรถที่ขับๆมาในตลาดเดียวกัน ซีอาร์-วี จะให้ความนุ่มนวลมากกว่า ส่วนแคปติวา ดุดัน เล่นกับโค้งได้ดี และซีเอ็กซ์-5 ให้อารมณ์การขับขี่ใกล้เคียงกับรถยนต์นั่ง และเป็นเอสยูวีที่มีความคล่องตัวสูงครับ