วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ค่ายรถเร่งเคลียร์'สต็อกล้น'

ผลพวงรถคันแรกดันยอดผลิตเกินจริงค่ายรถเร่งเคลียร์สต็อกเก่า ด้านคลังทยอยคืนภาษีรถคันแรก 2.2 หมื่นล้าน ชี้ 'โตโยต้า' ร่วมโครงการถึง 3 แสนคัน

ค่ายรถเร่งเคลียร์สต็อกเก่า ดึงลูกค้าใหม่เข้าโชว์รูมหลังหายไปกว่า 30% เชื่อครึ่งปีหลังยอดขายปรับตัวดีขึ้น แต่ยังไม่วางใจปัจจัยลบ "ราคาสินค้าเกษตร-การเมือง-เศรษฐกิจ" ขณะที่รถมือสองแข่งดุ ไม่สนลูกค้าติด "แบล็คลิสต์" ด้านคลังแจงส่งมอบรถคันแรกแล้ว 1 ล้านราย ยอดคืนภาษี 2.2 หมื่นล้าน เผย โตโยต้า ได้สิทธิสูงสุด 3 แสนคัน ขณะที่ 'สรรพสามิต' เร่งเจรจาไฟแนนซ์ผ่อนปรนลูกค้าลดปัญหายึดรถ

โครงการรถคันแรกจบไปแล้วตั้งแต่ปลายปีที่ 2555 แต่ยังคงก่อให้เกิดผลกระทบตามมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการบริหารสต็อกของค่ายรถ เนื่องจากมีการเร่งการผลิตรับยอดจองที่มีกว่า 1.25 ล้านคัน การจัดแคมเปญส่งเสริมการขายที่รุนแรง หลังจากยอดขายรถใหม่ลดลง เนื่องจากกำลังซื้อถูกดึงไปใช้ล่วงหน้า รวมไปถึงโครงสร้างตลาดมือสองที่ราคาลดลงอย่างรุนแรง

สต็อกล้นดันแคมเปญแรง

นายฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถยนต์เริ่มชะลอตัวเมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลัง แต่ไม่รู้สึกกังวลนัก เพราะเห็นว่าตลาดกำลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และหากเทียบกับปี 2553 พบว่าสถานการณ์ปีนี้ดีกว่ามาก ยอดขายครึ่งปีหลังปีนี้เฉลี่ย 90,000 คันต่อเดือน ขณะที่ปี 2553 เฉลี่ย 60,000 คันต่อเดือน ส่วนการไม่เทียบกับปี 2554 เพราะมีปัญหาน้ำท่วม ขณะที่ปี 2555 มีโครงการรถคันแรก

“การชะลอตัวไม่ใช่ว่าไม่มีลูกค้าใหม่ ลูกค้าใหม่ยังมี แต่ว่าใช้เวลาในการตัดสินใจนานขึ้น และเชื่อว่าตลาดจะเป็นไปตามเป้าหมาย 1,100,000-1,200,000 คันในปีนี้"

ส่วนการที่ค่ายรถจัดแคมเปญรุนแรงช่วงที่ผ่านมา เป็นผลพวงมาจากการมีรถในสต็อกสูง จากการเร่งผลิตรับการจองรถคันแรกที่สูงกว่า 1.25 ล้านคน ค่ายรถจึงพยายามปรับให้เข้าสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด ในส่วนของ อีซูซุ ถือว่าปกติแล้ว โดยระยะเวลาส่งมอบอยู่ที่ 1-2 เดือน

ส่วนการที่เศรษฐกิจชะลอตัว มีการปรับลดจีดีพี เห็นว่าไม่มีผลโดยตรงกับตลาดรถ เนื่องจากมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายอย่าง เช่น สินค้าใหม่ ความจำเป็นในการใช้ หรือ การเข้าสู่โลกการทำงานของผู้บริโภค เป็นต้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องจับตาดูปัจจัยลบที่อาจจะส่งผลกระทบต่อตลาด เช่น ราคาพืชผลเกษตรปรับตัวลง

มาสด้าชี้สัดส่วนยึดปกติ ซูซูกิหวั่นการเมือง

นายโชอิชิ ยูกิ ประธานกรรมการบริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันลูกค้าเข้าโชว์รูมลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 20-30% ทำให้ค่ายรถต้องจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อดึงลูกค้าเข้าโชว์รูม แต่เมื่อต้นเหตุที่ทำให้ตลาดไม่ปกติ คือรถคันแรกสามารถส่งมอบแล้วเสร็จ ตลาดจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 3 และดียิ่งขึ้นในไตรมาส 4 หลังจากพ้นฤดูฝน และการมีรถรุ่นใหม่เข้าตลาดมากขึ้น

“ตลาดชะลอลงแต่ไม่ควรมองว่าผิดปกติ ควรมองว่าปี 2555 ต่างหากที่ตลาดผิดปกติ ส่วนการยึดรถคันแรกจากข้อมูลที่ได้ เห็นว่าเป็นสัดส่วนปกติ”

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แม้ปัจจุบันจะมีการยึดคืนรถคันแรก แต่ไม่มีผลกระทบต่อตลาด รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้ที่ยังไม่ได้รับรถที่ยังคงยืนยันการใช้สิทธิต่อไป ส่วนตลาดที่ชะลอตัวช่วงนี้ เพราะความไม่มั่นใจในสถานการณ์อื่นๆ เช่น สภาพอากาศ หวั่นเกรงน้ำท่วม การเมือง และทิศทางเศรษฐกิจ

กลุ่มอุตฯ ยันยึดรถไม่กระทบรถใหม่

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การยึดรถจากลูกค้ารถคันแรก ไม่ส่งผลต่อบริษัทรถยนต์ เนื่องจากรถอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทเช่าซื้อ อย่างไรก็ตามกลุ่มได้ประเมินสถานการณ์กับธุรกิจเช่าซื้อพบว่าไม่น่ากังวล เพราะสัดส่วนการยึดคืนยังต่ำ

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การยึดคืนรถเป็นภาระของสถาบันการเงิน ที่จะต้องหามาตรการคลี่คลาย ในส่วนของ ฮอนด้า ก็พยายามหาทางช่วย โดยหารือกับผู้เช่าซื้อต่างๆ เพื่อร่วมทำแคมเปญพิเศษ ด้วยการให้ผ่อนรายเดือนต่ำเพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่ายรายเดือน แต่ถึงช่วงหนึ่งให้นำเงินก้อนมาโปะ

"บางคนสถานะทางการเงินอาจยังไม่พร้อม แต่จำเป็นต้องใช้รถ และรู้แน่นอนว่าในอนาคตจะมีเงินเข้ามาเมื่อไร เช่น เงินคืนภาษี จึงหารือกับไฟแนนซ์ โดยตอนนี้มีฮอนด้า ลีสซิ่ง เข้ามาร่วมจัดแคมเปญ ผ่อนเบาๆ แล้วค่อยโปะ 15 เดือนข้างหน้า"

อัดแคมเปญเน้นซื้อง่าย ผ่อนต่ำ

ในส่วนของการจัดแคมเปญรถยนต์ขณะนี้ จากการสำรวจพบว่ามีทั้งรถใหม่และรถมือสอง โดยมีแนวทางหลักคือ ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เช่น ดาวน์ต่ำ ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนน้อย รวมถึงมีแคมเปญเฉพาะกลุ่ม เช่น นิสสัน มีแคมเปญสำหรับข้าราชการ พนักงานของรัฐ และ รัฐวิสาหกิจ ดาวน์ 0% ดอกเบี้ย 2.35%

มิตซูบิชิ มีข้อเสนอให้เลือกทั้งดอกเบี้ย 0% หรือเลือกคูปองน้ำมัน 65,000 บาท หรือ ดาวน์ 5% หรือผ่อนชำระ 84 เดือน รวมถึงมีของแถม เช่น ประกันภัย และการชิงรางวัลท่องเที่ยวต่างประเทศ

ฟอร์ด มีแคมเปญสำหรับปิกอัพ เรนเจอร์ ผ่อนเริ่มต้น 8,499 บาท แถมประกันภัยชั้นหนึ่ง ดาวน์ 15% ผ่อนนาน 84 เดือน ส่วน เฟียสต้า ดาวน์ 19,999 บาท หรือเลือกรับส่วนลดสูงสุด 70,000 บาท ขณะที่โฟกัส ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 48 เดือน แถมประกันภัยชั้นหนึ่ง

ขณะที่ มาสด้า ให้ลูกค้าเริ่มผ่อนรถปีหน้า และยังมีข้อเสนอดอกเบี้ย 0% ผ่อน 5 ปี หรือข้อเสนออื่นๆ มูลค่า 80,000 บาท ฮอนด้า นอกจากแคมเปญผ่อนเบาๆ แล้ว ก็ยังมีแคมเปญอื่นๆ เช่น แจ๊ซ ไฮบริด ดอกเบี้ย 1.79% แถมประกันภัย โตโยต้ามีแคมเปญผ่อนเริ่มต้น 3,650 บาท หรือ ดอกเบี้ย 0.99%

มือสองไม่สนแบล็คลิสต์

ขณะที่ในตลาดมือสอง มีแนวคิดใกล้เคียงกัน คือ เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น รวมถึงลูกค้าที่ติดแบล็คลิสต์ โดยบางแห่งระบุชัดเจนว่าไม่มีการตรวจสอบประวัติการเงิน เช่น เอส.วี. ออโต้ เซ็นเตอร์ ย่านพระราม 9 จัดแคมเปญรถตู้โตโยต้ามือสอง ไม่มีดาวน์ ลูกค้าติดแบล็คลิสต์สามารถซื้อได้

เต็นท์ 999 แคมเปญดาวน์ 10,000 บาท เต็นท์ซูเปอร์คาร์ ย่านปิ่นเกล้า ฟรีดาวน์ แถมประกันภัย ฟรีค่าจัด ค่าโอน ไม่ตรวจแบล็คลิสต์ ดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนนาน 84 เดือน รถรุ่งเรือง ฟรีดาวน์ แถมที่พักเขาใหญ่ระดับ 5 ดาว 2 คืน เต็นท์ 04 รถดี รถสวย S.T.A.N ฟรีดาวน์สำหรับโตโยต้า วีออส เอก ออโต้ ไม่มีเงิน ผ่อนสูงสุด 72 เดือน ส่วนผู้ที่ติดแบล็คลิสต์ มีบริการให้คำปรึกษา จนจัดไฟแนนซ์ได้

นายสมชาย เชื้อชัยนาท จากเต็นท์รถอายคาร์ เซ็นเตอร์ กล่าวว่า ตลาดได้รับผลกระทบจากการโครงการรถคันแรก การจัดแคมเปญของรถใหม่ ทำให้ลูกค้าหายไปจำนวนมาก บางแห่ง 50% จึงต้องพยายามระบายรถผ่านการจัดแคมเปญที่ค่อนข้างรุนแรง

มอบรถคันแรก 1 ล้านราย คืนภาษี 2.2 หมื่นล้าน

ด้าน กระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยจำนวนผู้ขอใช้สิทธิที่ครอบครองรถในโครงการรถยนต์คันแรกเป็นเวลา 1 ปี เมื่อสิ้นสุดเดือนก.ค. พบว่า มีทั้งสิ้น 1.06 ล้านราย เหลือรอการส่งมอบ 1.92 แสนราย หรือ 15.3% ของจำนวนผู้ที่ขอใช้สิทธิ 1.25 ล้านราย จำนวนผู้รับการส่งมอบแบ่งเป็น อีโคคาร์ 2.2 แสนราย รถยนต์นั่ง 3.8 แสนราย ปิกอัพ 2.4 แสนราย ปิกอัพ 4 ประตู 2.3 แสนราย โดยโตโยต้ามียอดสูงสุด 3 แสนคัน โดยกรมบัญชีกลางได้จ่ายคืนภาษีแล้วประมาณ 3.2 แสนราย เป็นเงินประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท โดยเบิกจ่ายทั้งหมด 15 ครั้ง ทุกๆ วันที่ 15 ของเดือน ส่วนที่เหลือคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2557

ส่วนผู้ที่ผิดเงื่อนไข และจะต้องจ่ายเงินคืนกรมสรรพสามิต ปัจจุบันมี 22 ราย ในจำนวนนี้แบ่งเป็นการส่งหนังสือทวงถาม 17 ราย อีก 3 ราย ขอผ่อนชำระ ส่วนอีก 2 ราย อยู่ในกระบวนการฟ้องร้องเรียกเงินคืน

การเรียกเงินคืนมีสาเหตุหลักๆ คือ 1.รถถูกยึดและขายออก แต่เงินไม่พอส่งคืนให้กรมฯ 2.เกิดอุบัติเหตุ ขายทอดตลาด เงินไม่พอส่งคืนกรมฯ และ 3.ผิดเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวว่า เพื่อเป็นการช่วยลดปัญหาให้แก่ผู้บริโภค ทางกรมฯ ได้เจรจากับบริษัทเช่าซื้อให้ช่วยยืดระยะเวลาการผ่อนชำระ โดยให้ดูเป็นรายกรณี หากพบว่า ผู้ซื้อมีปัญหาด้านการเงินจริง ก็ให้ช่วยผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระเงิน