ลุยค้นโรงงาน'รถหรู' ล้างบางเลี่ยงภาษี

ลุยค้นโรงงาน'รถหรู' ล้างบางเลี่ยงภาษี

"ดีเอสไอ"ถก4หน่วยงาน ล้างบางรถหรูเลี่ยงภาษี 5,832 คัน ลุยค้นโรงงานประกอบรถ 4 จุด ด้านลูกชายรมต.แจงไม่เกี่ยวทะเบียนรถลัมบอร์กินี่ถูกไฟไหม้

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วานนี้ (5 มิ.ย.)นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบการตรวจสอบคดีรถหรูว่า วันนี้ (6 มิ.ย.)เวลา 09.00 น.ดีเอสไอจะเรียกประชุมร่วมกับผู้แทนที่รับผิดชอบโดยตรง 4หน่วยงานคือ กรมการขนส่งทาง กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร และ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อร่วมกันตรวจสอบรถหรูที่มีเป้าหมายต้องสงสัยเลี่ยงภาษี 5,832 คันซึ่งคณะทำงานชุดนี้จะร่วมกันตรวจสอบแบ่งเป็น 3 ล็อตประกอบด้วย

1.ตรวจในกลุ่มรถเป้าหมายที่มีหลักฐานว่ากระทำผิดด้วยการเลี่ยงภาษีแน่นอน 2.เปิดให้ผู้ครอบครองรถหรู ที่สมัครใจ นำรถที่ไม่แน่ใจเข้ามาให้ดีเอสไอตรวจสอบเอง ซึ่งดีเอสไอจะจัดคิวเรียกมาตรวจสอบ และ3.ตรวจสอบทั้งเอกสารและด้านกายภาพรถว่ารถดังกล่าวมีสภาพเคยถูกถอดชิ้นส่วนหรือไม่ เช่นการถอดน็อตได้ซึ่งแสดงถึงการจดประกอบในไทยหรือปรากฏว่าตรวจแล้วไม่เคยถอดน็อตเลย สันนิษฐานว่าน่าจะนำเข้ามาทั้งคัน

สำหรับความเสียหายที่รัฐได้รับว่าหากเป็นการนำเข้าปกติจะเสียภาษีตั้งแต่ 200 - 314 % แต่เมื่อหลีกเลี่ยงจะเสียภาษีเพียง30 - 50 % เท่านั้น ซึ่งรถหรูที่เลี่ยงภาษีกว่า 5,834 คันและที่อยู่ระหว่างรอจดทะเบียนอีก3,000 คันรวมเป็นกว่า 8,000 คัน ทั้งนี้ ดีเอสไอมีข้อมูลว่ารถหรู 6 คัน ที่เกิดเหตุที่อ.ปากช่องอยู่ในบัญชีของกลุ่มรถหรูที่รอการจดทะเบียน เบื้องต้นดีเอสไอประเมินความเสียหายคาดว่าไม่ต่ำกว่า2หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ดีเอสไอขออนุมัติหมายศาลค้นสถานที่ 4 จุด ซึ่งระบุว่าใช้เป็นโรงงานประกอบรถหรู แต่จากข้อมูลการสืบสวนไม่พบว่าสถานที่ดังกล่าวจะมีศักยภาพพอในการประกอบรถหรูราคาแพงได้ เพราะจากสภาพเป็นเพียงโกดังเก็บรถยนต์เท่านั้น โดยการเข้าตรวจค้นครั้งนี้คาดว่าจะได้พยานเอกสาระสำคัญหลายอย่าง
ลูกรมต.พบดีเอสไอปัดเอี่ยวรถหรู

วันเดียวกัน พ.ต.สุขชาต สะสมทรัพย์ หรือบอส ลูกชายของนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอเพื่อชี้แจงข้อมูลรถยนต์ เนื่องจากปรากฏหลักฐานเบื้องต้นว่าเคยครอบครองทะเบียนรถยนต์สปอร์ตยี่ห้อลัมบอร์กินี่คันที่เกิดไฟไหม้ในพื้นที่อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 3มิ.ย.ที่ผ่านมา

พ.ต.สุขชาต กล่าวยืนยันว่า เป็นทะเบียนเดิมที่ไม่ถูกใจจึงส่งคืนกรมการขนส่งทางบกไปแล้วและการเข้าพบพนักงานสอบสวนครั้งนี้ เป็นความต้องการของตนเองที่ต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่เกี่ยวข้อง

"ชัชชาติ"เผย"นนท์"จดทะเบียนมากสุด

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เกี่ยวกับสถิติการจดทะเบียนรถยนต์ที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ของรถเก่าที่ใช้แล้วนำเข้าจากต่างประเทศ และติดตั้งอุปกรณ์ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงเพียง ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.2553-31มี.ค.2556 พบว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 6,862 คัน แบ่งเป็นจดทะเบียนที่กรุงเทพฯ จำนวน 861 คัน ต่างจังหวัด จำนวน 6,001 คัน ซึ่งกระจายไปยังขนส่งจังหวัดต่างๆ รวม 15 จังหวัด โดยจังหวัดที่มียอดจดทะเบียนสูงสุด คือจ.นนทบุรี จำนวน 2,741 คัน และสระบุรี จำนวน 1,289 คัน ซึ่งได้กำชับให้ตรวจสอบขั้นตอนการจดทะเบียนของจังหวัดเหล่านี้อย่างละเอียด

"กระบวนการของรถจดประกอบ ถือว่าการจดทะเบียนรถยนต์ของกรมขนส่งฯ เป็นขั้นปลายทางแล้ว ซึ่งได้กำชับให้ตรวจสอบข้อมูลทั้งรถหรู รถจดประกอบ และรถของผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ ส่วนรถจดประกอบที่แจ้งว่าใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว ต้องเพิ่มเรื่องการทดสอบว่าสามารถใช้งานได้จริง และผู้ตรวจสอบต้องถ่ายรูปคู่กับรถเพื่อเป็นหลักฐานด้วย ส่วนรถที่จะนำมาจดทะเบียนหลังจากนี้คงต้องดูให้รอบคอมมากขึ้น"นายชัชชาติ กล่าว

สรุปสถิติต่างจังหวัดจดทะเบียน6,001คัน

สำหรับสถิติการจดทะเบียนรถยนต์ที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ของรถเก่าฯ ในพื้นที่ขนส่งจังหวัดต่างๆ รวม 6,001 คัน ประกอบด้วย จ.นนทบุรี จำนวน 2,741 คัน, สระบุรี จำนวน 1,289 คัน, พระนครศรีอยุธยา จำนวน 679 คัน, อ่างทอง จำนวน 355 คัน, นครปฐม จำนวน 343 คัน, ปราจีนบุรี จำนวน 318 คัน, นครนายก จำนวน 118 คัน, ชลบุรี จำนวน 54 คัน, กาญจนบุรี จำนวน 42 คัน, ราชบุรี จำนวน 31 คัน, ศรีสะเกษ จำนวน 23 คัน, อุบลราชธานี จำนวน 5 คัน, สมุทรสงคราม จำนวน 1 คัน, อุดรธานี จำนวน 1 คัน และอุตรดิตถ์ จำนวน 1 คัน

ส่วนรถยนต์จดทะเบียนรถยนต์ที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ของรถเก่าฯ ที่ขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.2554 - 31มี.ค.2556 มีจำนวนทั้งสิ้น 14 คัน ประกอบด้วย Porsche จำนวน 3 คัน, Bentley จำนวน 2 คัน, Ferrari จำนวน 2 คัน, Mazda จำนวน 1 คัน, Merceder Benz จำนวน 1 คัน, Nissan จำนวน 2คัน, Toyota จำนวน 2 คัน และ Volkswaken จำนวน 1 คัน

ตร.เชื่อข้าราชการเอี่ยวรถหรู

พ.ต.อ.ภาณุ บูรณศิริ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบรถหรูที่ถูกไฟไหม้ว่า ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ได้รับเอกสารของการจดทะเบียนรถหรูย้อนหลังของขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ 7 คัน ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เร่งทำการตรวจสอบในเรื่องของเอกสารการขอจดทะเบียน และเอกสารนำจดทะเบียนตั้งแต่ที่มีการสั่งนำเข้ามา อีกทั้งก็จะต้องมีการตรวจสอบว่าในเบื้องต้นนั้นได้มีการแจ้งขอจดทะเบียนแบบได้ติดตั้งแก๊สในครั้งแรก และในปัจจุบันยังคงมีการติดตั้งแก๊สอยู่หรือไม่ พร้อมทั้งได้ประสานไปยังเจ้าของรถหรูทั้ง 7 คัน ได้ให้เข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในการตรวจสอบก็จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญของขนส่งมาร่วมในการตรวจสอบ

พ.ต.อ.ภาณุ กล่าวว่า จะมีการตรวจสอบรถหรูทั้ง 7 คันจากศรีสะเกษว่าจะสามารถเชื่อมโยงไปยังกลุ่มเครือข่ายในกรณีของรถหรูที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่จ.นครราชสีมาได้หรือไม่ คิดว่ามีหลายกลุ่มที่ได้มีการนำเข้าชิ้นส่วนอะไหล่รถเข้ามาในประเทศ ก่อนที่จะมีการว่าจ้างกลุ่มคนที่สามารถจดทะเบียนได้ถูกต้องเป็นผู้เข้ามาดำเนินการต่อ มั่นใจว่ากลุ่มคนมีจะมีการเอื้อผลประโยชน์ก็จะต้องเป็นข้าราชการ เพราะหากไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง เครือข่ายเหล่านี้ก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นน้ำหล่อเลี้ยงให้เครือข่ายเหล่านี้อย่างแน่นอน เพราะเอกสารที่ใช้ในการดำเนินการทุกอย่างนั้นไม่ได้เป็นเอกสารปลอมแต่อย่างไร เพราะรถที่ออกจากการจดทะเบียนของขนส่งจังหวัดศรีสะเกษไปแล้วนั้น ทั้งรถและเอกสารทุกอย่างล้วนเป็นของจริง