'พาณิชย์' ไฟเขียวส่งต่ออัยการฟ้องร้องดำเนินคดี 'เอ.พี.ฮอนด้า'มีพฤติกรรมแข่งขันไม่เป็นธรรม บริษัทคู่แข่งเสียหาย ก่อนสิ้นอายุความเดือนเม.ย.56
ภายหลังการประชุมคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า วานนี้ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบสำนวนการสอบสวนเพิ่มเติมของคณะอนุกรรมการสอบสวนกรณีเรื่องร้องเรียนบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ตามประเด็นที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนดให้สอบสวนเพิ่ม และมอบหมายให้กรมการค้าภายใน ซึ่งเป็นเลขาธิการคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ส่งสำนวนดังกล่าวให้อัยการสูงสุดดำเนินการฟ้องร้องต่อไป ก่อนที่คดีความนี้จะหมดอายุลงในเดือนเม.ย.ปีนี้ และไม่สามารถดำเนินการใดๆ กับบริษัทได้
"จากการสอบสวนของคณะอนุกรรมการสอบสวน หลายครั้งพบว่า บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า มีพฤติกรรมเข้าข่ายแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม คณะกรรมการฯจึงมีความเห็นให้ส่งฟ้องต่ออัยการ แต่หลังจากนี้ก็อยู่ที่อัยการว่าจะฟ้องร้องหรือไม่ ซึ่งหากอัยการฟ้องร้องเอาผิด บริษัทจะมีความผิดตามพ.ร.บ.แข่งขันทางการค้าพ.ศ.2542 โดยมีโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 ล้านบาท" นายบุญทรงกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการแข่งขันมีมติให้ส่งเรื่องฟ้องร้องบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด หลังจากที่คณะกรรมการฯได้ส่งเรื่องไปให้อัยการส่งฟ้องร้องดำเนินคดีหลายครั้ง แต่อัยการยังไม่ฟ้องร้อง และส่งเรื่องกลับมาให้คณะกรรมการฯพิจารณาสอบสวนเพิ่มเติมซ้ำอีกหลายครั้งในระยะเวลานานเกือบ 10 ปี นั้นถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานในการบังคับใช้พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจให้มีการแข่งขันโดยเสรี อย่างเป็นธรรมมากขึ้น
ทั้งนี้ บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ได้ถูกบริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ บริษัท ไทยยามาฮ่า และบริษัท คาวาซากิ ร้องเรียนมาตั้งแต่ปี 2546 ว่ามีพฤติกรรมแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยบังคับให้ตัวแทนจำหน่ายห้ามจำหน่ายรถจักรยานยนต์ของบริษัทคู่แข่ง จนสร้างความเสียหายทางธุรกิจ
นอกจากนี้คกก.ยังเห็นชอบผลการสอบสวนของคณะอนุกรรมการเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องธุรกิจค้าส่งค้าปลีกกรณีห้างบิ๊กซีจำหน่ายกระดาษถ่ายเอกสารต่ำกว่าทุน ที่มีความเห็นให้ยุติเรื่องดังกล่าว เพราะจากการสอบสวนพบว่า พฤติกรรมของห้างบิ๊กซีไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 25 และ มาตรา 29 แห่งพ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า ที่ห้ามผู้มีอำนาจเหนือตลาดจำกัดการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม และห้ามกระทำการใด ที่ไม่ใช่การแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม และมีผลทำลายธุรกิจของคู่แข่ง ทั้งนี้เพราะราคาจำหน่ายไม่ต่ำกว่าต้นทุน และบิ๊กซีไม่มีเจตนาทำลาย หรือทำให้เกิดความเสียหายแก่การประกอบธุรกิจของร้านค้าใดร้านหนึ่ง ตามที่มีการร้องเรียน
ส่วนการร้องเรียนกรณีจำหน่ายสุราพ่วงเบียร์จากตัวแทนจำหน่ายเบียร์สิงห์ และบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ ที่ร้องเรียนว่าบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ผู้ผลิตเบียร์อาชา มีพฤติกรรมขายเหล้าพ่วงเบียร์ และมีการนำเบียร์มาขายในราคาต่ำกว่าทุนนั้น
ขณะนี้อยู่ระหว่างการเรียกบริษัทที่จำหน่ายสุรามาสอบสวน ขณะที่กรณีร้องเรียนห้างบิ๊กซีฟ้องเทสโก้ โลตัส มีพฤติกรรมแข่งขันทางการค้าไม่เป็นธรรม โดยที่ห้างบิ๊กซีได้ร้องเรียนเทสโก้ โลตัส นำบัตรส่วนลดของห้างคาร์ฟูร์ (บัตรไอวิช) ที่บิ๊กซีได้ควบรวมกิจการแล้วไปใช้ โดยเทสโก้ โลตัสได้โฆษณาให้ผู้บริโภคที่ถือบัตรสมาชิกคาร์ฟูร์ไอวิช ส่งข้อความสั้นไปยังเทสโก้ โลตัส เพื่อรับบัตรกำนัลมูลค่า 200 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นสมาชิกบัตรคลับการ์ดของเทสโก้ โลตัสนั้น ล่าสุด คณะกรรมการฯได้ส่งหนังสือเรียกบิ๊กซี มาทำคำชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมส่งเอกสารการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของห้างเทสโก้ โลตัสแล้ว


