ลีปมอเตอร์ (Leapmotor) ปรับโครงสร้างธุรกิจ รุกทำตลาดในไทย แทนกลุ่มพระนครยนตรการ เดินหน้ายกระดับธุรกิจ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ เครือข่าย การตลาด และการผลิตรถในไทย
ลีปมอเตอร์ (Leapmotor) เริ่มต้นเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ผ่าน บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) ภายใต้การบริหารงานของ “ธวัชชัย จึงสงวนพรสุข” ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ (distributor) โดยที่ผ่านมาเปิดตัวรถ 2 รุ่น เริ่มจาก C10 และ B10
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด มีการเปลี่ยนแปลง โดย ลีปมอเตอร์ ประเทศจีน เข้ามาดำเนินธุรกิจเอง ในชื่อ บริษัท ลีปมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
ขณะที่ พระนครยนตรการ จะยังคงทำตลาดต่อไป โดยเปลี่ยนสถานะเป็นตัวแทนจำหน่าย (dealer) โดยปัจจุบันมีโชว์รูม 2 แห่ง ที่ลาดพร้าว และรัชโยธิน
เลียม ลิ่ว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ลีปมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพและเป็นตลาดสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของบริษัท
การเข้ามาของ ลีปมอเตอร์ จะเป็นการยกระดับ และต่อยอดสิ่งที่ พีเอ็นเอ วางรากฐานเอาไว้
ทั้งนี้เนื่องจากเป้าหมายการเข้ามาประเทศไทยของลีปมอเตอร์ เป็นการวางแผนที่จะดำเนินธุรกิจระยะยาว ซึ่งรวมถึงแผนการประกอบรถในประเทศ (CKD) ในอนาคต
“เราต้องการอยู่ในไทยระยะยาว ไม่ได้วางแผนแค่เข้ามาจำหน่ายรถยนต์ แต่เรามอง 10 ปี 15 ปี หรือ 60 ปี เหมือนอย่างที่โตโยต้าทำ ไม่ว่าจะเป็นการผลิต หรือ การบริการหลังการขาย”
โดยบริษัทเริ่มต้นศึกษาแผนงานด้าน ซีเคดี มาก่อนหน้านี้แล้ว และเดือนหน้าจะมีทีมงานจากจีนเข้ามาศึกษาเพิ่มเติม
เบื้องต้นบริษัทกำหนด 4 ทางเลือกสำหร้บการประกอบ แต่การจะเลือกแนวทางใด ปัจจัยสำคัญคือการรอผลสรุปแนวทางภาครัฐเกี่ยวกับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ และแนวทางมาตรการเกี่ยวข้องต่าง ๆ
สำหรับ 4 ทางเลือก คาดว่าจะมีทั้ง
- การจ้างประกอบ
- การร่วมทุนกับพันธมิตร (Joint Venture)
- การซื้อโรงงานแล้วลงเครื่องจักร
- การลงทุนสร้างโรงงานใหม่
โดยเบื้องต้นมองว่ากำลังการผลิตจะอยู่ที่ระดับ 60,000 - 80,000 คัน/ปี
"ยืนยันว่าเงินไม่ใช่ปัญหา และบอร์ดบริษัทให้ความเห็นในที่ประชุมว่า หากจะดำเนินการใด ๆ ให้ขออนุมัติด้านงบประมาณเข้าที่ประชุม โดยบอร์ดสามารถอนุมัติงบประมาณภายใน 2 สัปดาห์ เพราะไทยเป็นตลาดสำคัญที่บริษัทเห็นถึงการเติบโตของรถพลังงานใหม่ (NEV)”
ศึกษาตลาด ใกล้ชิดลูกค้า เสริมผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อเนื่อง
ลิ่วกล่าวว่า การเข้ามาทำตลาดเอง ยังช่วยให้บริษัทสามารถทำงานร่วมกับตัวแทนจำหน่ายได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ใกล้ชิดลูกค้ายิ่งขึ้น และสามารถรับฟังความคิดเห็นได้โดยตรง สามารถตอบสนองความต้องการได้ตรงจุดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านผลิตภัณฑ์ หรือ การบริการ และยังสามารถจัดการเรื่องต่าง ๆ รวมถึงแก้ปัญหาหาเกิดขึ้นได้รวดเร็ว
“เราจะสามารถเข้าใจตลาด เข้าใจคนไทยมากขึ้น ซึ่งตลาดไทย คนไทย มีลักษณะเฉพาะตัว ไม่สามารถนำประสบการณ์ในจีนมาใช้ได้”
และเมื่อเข้าใจตลาด เข้าใจผู้บริโภคได้แล้ว จะทำให้สามารถวางแผนด้านการตลาด การเลือกผลิตภัณฑ์ใหม่ การจัดกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ตรงจุดยิ่งขึ้น
สำหรับด้านผลิตภัณฑ์จากนี้ไปจะมีความหลากหลายยิ่งขึ้น โดยล่าสุดเตรียมเปิดตัวเพิ่มอีก 1 รุ่น คือ B03X รถในกลุ่ม บี-เอสยูวี อีวี วันที่ 31 ตุลาคม และปีหน้าจะเปิดเพิ่มอย่างน้อย 2 รุ่น
โดยบริษัทมีเป้าหมายในอนาคตคือการเติบโตร่วมกับประเทศไทย โดยนำเทคโนโลยีที่เหมาะสม ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม นำเสนอสู่ผู้บริโภคชาวไทย โดยเป้าหมายของตำแหน่งสินค้าไว้ที่ระดับ 5 แสนบาท -1.2 ล้านบาท
“ตลาดรถพลังงานใหม่ (NEV) ในไทยแข่งขันสูง และระดับราคามีความสำคัญในการตัดสินใจของผู้บริโภคมาก แต่เรามองว่าการใช้กลยุทธ์ตั้งราคาที่ถูกกว่าไม่สามารถก้าวไปในระยะยาวได้”
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรถที่ทำตลาดอยู่แล้ว ทั้ง B10 และ C10 จะเพิ่มความสดใหม เพิ่มมูลค่าตัวรถเพื่อสร้างแรงจูงใจในการซื้อให้กับลูกค้ามากขึ้น ด้วยการขยายเวลารับประกันแบตเตอรีและระบบขับเคลื่อน และในอนาคตหลังจากนี้จะเป็นแบรนด์ที่ 4 ในไทยที่รับประกันแบตเตอรีตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Waranty)
ปัจจุบัน C10 และ B10 มียอดขายสะสมประมาณ 450 คัน แต่ในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ เมื่อรวมกับการเปิดตัวรถใหม่ คาดว่าจะมียอดขายประมาณ 3,000-5,000 คัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นยอดขายของรุ่นใหม่ B03X
โดยบริษัทเตรียมงบการตลาดไว้ประมาณ 100 ล้านบาท
ส่วนเป้าหมายปี 2570 คาดว่าจะมียอดขายระดับ 10,000 คัน และติดอยู่ในอันดับ ท็อป 10 ของแบรนด์รถจีน
หรือถ้าจะว่ากันตามจริงแล้ว ลีปมอเตอร์ อยากจะอยูไม่เกินอันดับ 5
ลิ่วกล่าวว่า บริษัทมั่นใจว่าเมื่อลูกค้ารู้จักลีปมอเตอร์มากขึ้น จะทำให้การทำตลาดทำได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งลีปมอเตอร์ เป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่มีความโดดเด่นทางด้านเทคโนโลยี และ มีอีโค ซิสเทม ที่ดี เพราะมีการผลิตเองครบวงจร ตั้งแต่ชิ้นส่วน รวมถึงแบตเตอรี ไปจนถึงการประกอบรถสำเร็จรูป และมีหน่วยงานวิจัยและพัฒนา (R&D) ซึ่งมองว่าจะมีผลต่อความแข็งแกร่งในธุรกิจระยะยาว
“ช่วงนี้ที่จีน ยอดขายรถพลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี (EV) ติดลบประมาณ 20% แต่ลีปมอเตอร์ เป็นแบรนด์เดียวที่มียอดขายเติบโต”
เสริมบริการ อะไหล่ ตัวแทนจำหน่าย
นอกจากนี้ หลังจากนี้จะเร่งยกระดับการบริการหลังการขายมากขึ้น ทั้งด้านเครือข่ายบริการ และอะไหล่
"สิ่งสำคัญจากนี้คือ การยกระดับแบรนด์ให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยมี 3 สิ่งสำคัญซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่ก้าวไปสู่ความสำเร็จคือ
- เทคโนโลยี
- Value (ความคุ้มค่า)
- Trust (ความเชื่อมั่น)
ด้านอะไหล่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลลูกค้า สร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว บริษัทเตรียมจะสร้างคลังอะไหล่ ในพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ และสามารถจัดส่งได้ภายใน 48 ชม.
ทางด้านเครือข่ายจำหน่ายและศูนย์บริการ ซึ่งปัจจุบันมีดีลเลอร์ที่ดูแลโดย บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด 15 แห่ง ได้ถ่ายโอนไปให้กับ ลีป มอเตอร์ ประเทศไทย ทั้งหมดแล้ว
และบริษัทมีแผนแต่งตั้งเพิ่มเติมให้ได้ 30 แห่ง ภายในปีนี้ จากนั้นเพิ่มเป็น 65 แห่ง ในปี 2570 และ 100 แห่ง ปี 2571
ด้านธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการบริหาร บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) กล่าวว่า การเข้ามาดำเนินธุรกิจเองของบริษัทแม่เป็นสิ่งที่ดีต่อแบรนด์และลูกค้า และแม้บริษัทจะต้องลดบทบาทลงไปเป็นดีลเลอร์เป็นข้อตกลงทางธุรกิจที่เป็นเรื่องปกติ และเป็นเรื่องที่ดีจากการที่แบรนด์มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
ทั้งนี้การทำตลาดในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีผลิตภัณฑ์ทำตลาดแค่ 2 รุ่น ซึ่งทำให้เสียเปรียบคู่แข่ง แต่หลังจากนี้ลีป มอเตอร์ จะมีความหลากหลายมากขึ้น
ที่ผ่านมา บริษัทใช้งบประมาณการสร้างแบรนด์และการตลาด บริการหลังการขาย ประมาณ 150 ล้านบาท
สำหรับ ลีปมอเตอร์ ประเทศไทย จดทะเบียนบริษัทในประเทศไทยด้วยทุนจดทะเบีน 100 ล้านบาท ถือหุ้นโดย Leapmotor China 100%
ส่วนการสั่งซื้อสินค้า จะสั่งผ่าน ลีป มอเตอร์ อินเตอร์เนชันแนล บริษัทร่วมทุนระหว่าง ลีปมอเตอร์ ไชน่า 49% และ สเทลแลนทิส (Stellantis) 51% เป็นบริษัทร่วมทุนที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลตลาดลีปมอเตอร์นอกประเทศจีน
ซึ่งสเทลแลนทิส เป็นกลุ่มบริษัทที่เข้าไปถือหุ้นในลีปมอเตอร์ ประเทศจีน 20%





