ระยะหลัง ๆ มานี้ ฮอนด้า มีความเคลื่อนไหวใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว อาจจะเป็นการปรับตัวรับมือการแข่งขันที่ดุเดือดรุนแรง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี
หนึ่งในแนวทางสำคัญของการเคลื่อนไหวของฮอนด้า ก็คือ การมีทางเลือกที่หลากหลายเพิ่มขึ้น แม้ว่าบางทีอาจจะไม่ได้หวังกับการสร้างยอดจำหน่ายมากนัก แต่ก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหว ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี ที่เป็นปัจจัยสำคัญของผู้บริโภคในการตัดสินใจเลือกซื้อรถ
เช่น การเปิดตัว สเต็ป แวกอน ก่อนหน้านี้ หรือการเตรียมเปิดตัวอีวีรุ่นใหม่ที่เป็นที่สนใจของตลาดอย่าง “ซูเปอร์ วัน” (Super One) รถเล็กพริกขี้หนู ที่มีโควต้าล็อตแรกแค่ 30 คันเท่านั้น
ขณะที่รถในกลุ่มแมส (mass) เมื่อไม่นานมานี้ ฮอนด้า เปิดตัว ซิตี้ ไมเนอร์ เชนจ์ ที่การตอบรับดีทีเดียว และล่าสุดขยับตัวกับ “ซีวิค” โดยนำเทคโนโลยี Honda S+ Shift เข้ามาใช้ในไทยเป็นครั้งแรก กับ Civic e:HEV RS
นอกจาก S+ Shift ซีวิคยังปรับเปลี่ยนรายละเอียดอื่น ๆ เช่น
- เพิ่มระบบเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI) ที่หลายคนเรียกร้องอยากได้แทน เลน วอทช์ คราวนี้ได้ตามนั้น
- เพิ่มระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM) ในรุ่นกลางและรุ่นท็อป e:HEV RS และ e:HEV EL+
รวมถึงการทางเลือก 2 สีตัวถังใหม่
- สีแดง Blazing Red Pearl
- สีเทา Urban Gray Pearl
ในส่วนของพระเอกหลักการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ Honda S+ Shift จะมีเฉพาะใน e:HEV RS มีเป้าหมายคือเสริมอารมณ์สปอร์ต ผ่าน 3 ด้านคือ
- หู จากเสียงเครื่องยนต์จำลอง
- สายตา กับหน้าจอแสดงผลที่เติมอารมณ์สปอร์ต
- ความรู้สึก จากการขับขี่ การตอบสนองของรถ
หลักการคือเรื่องของซอฟท์แวร์ ที่ไปควบคุมการขับขี่ จำลองให้เจ้าเกียร์ E-CVT ทำงานเหมือนกับเป็นเกียร์ 8 สปีด โดยมีแพดเดิลชิฟท์ที่พวงมาลัยสำหร้บลดหรือเพิ่มเกียร์ ทำให้เพิ่มอารมณ์สปอร์ตมากขึ้น
มาลองขับกันครับ ลองกันที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ ท่ามกลางสายฝนที่ต้อนรับตลอดบ่าย
การขับในสนาม มีเส้นทางให้เราได้ลองเล่นกับ S+ Shift โดยเมื่อจะใช้งานก็กดสวิทช์ที่อยู่บริเวณคอนโซลเกีย หน้าจอแสดงข้อมูลก็เปลี่ยนไปคุมโทนด้วยสีแดง เติมอารมณ์สปอร์ต
ส่วนการขับเราจะเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเองโดยใช้แพดเดิล ชิฟท์ หลังพวงมาลัยก็ได้ หรือจะให้ระบบมันทำงานเองก็ได้
การทำงานของระบบ เมื่อเรากดคันเร่งมาเต็มที่ ก่อนเข้าโค้ง จำเป็นต้องเบรกหนัก ๆ เพื่อลดความเร็วลงอย่างรวดเร็วให้เหมะสมกับสภาพของโค้ง และโดยเฉพาะเมื่อต้องขับฝ่าสายฝนอย่างนี้ ต้องเบรกหนักกว่าเดิม ระบบก็จะจับจากการเบรก และความเร็วที่เปลี่ยนไป พร้อมลดเกียร์ลงมาให้ (จำลองเหมือนเป็นเกียร์ ทอร์ค คอนเวอร์เตอร์)
นั่นทำให้เกิดเอนจิ้น เบรก และเตรียมพร้อมที่จะเร่งเครื่องออกจากโค้งต่อไปได้แบบกระฉับกระเฉง โดยเกิดทั้งแรงหน่วงหรือว่าเสียงเครื่องยนต์สังเคราะห์ที่จำลองการลดเกียร์
หรือหากต้องการคุมด้วยตัวเอง ก็ใช้แพดเดิล ชิฟท์ ที่หลังพวงมาลัย เมื่อลดเกียร์ก็จะมีแรงหน่วงที่ชัดเจน และการเติมคันเร่งเมื่อรถผ่านกลางโค้งไปแล้ว ตอบสนองได้สนุกครับ
แต่ว่าสำหรับจังหวะการขับมาด้วยความเร็วสูง ๆ มาก ซึ่งทำได้หลายช่วงทางตรงก่อนเข้าโค้ง เช่น โค้ง 1 ก่อนเข้าโค้ง 3 ก่อนเข้าโค้ง 4 หรือช่วงต่อเนื่องจากโค้ง 10 ไปโค้ง 12 การลดเกียร์ลงมา ระบบจะยอมให้ลงมาต่ำสุดที่เกียร์ 4
โดยรวมของ Honda S+ Shift ก็ถือว่าช่วยเพิ่มอารมณ์ในการขับขี่ได้ดีในระดับหนึ่งครับ ทั้งความรู้สึกหรือว่าเสียงเครื่องยนต์สังเคราะห์ที่นุ่มทุ้ม ซึ่งจะได้ยินกันทั้งคันครับถ้าใช้ระบบนี้ ไม่ได้แยกว่าส่งเสียงเฉพาะให้ผู้ขับได้ยินเท่านั้น
ส่วนเรื่องการขับขี่โดยรวมของ ซีวิค ในสนามช้าง ฯ ก็น่าสนใจครับ ซึ่ง e:HEV คันนี้ ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร กับ มอเตอร์ไฟฟ้า
ซึ่งหลักการพัฒนาของ ฮอนด้านั้นเป็น ฟูล ไฮบริด แต่การทำงานทั่วไป จะมีรูปแบบของ ซีรีส์ ไฮบริด เป็นหลัก คือ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ที่่มีจุดเด่นที่แรงบิดที่สูง ขณะที่เครื่องยนต์นั้นสร้างกระแสไฟฟ้า และส่งกำลังลงมาช่วยขับเคลื่อนล้อในบางจังหวะ เช่น การเติมคันเร่งแบบรวดเร็ว
ซึ่งผมว่าการขับขี่ในเส้นทางแบบนี้ การตอบสนองทำได้ดี การไล่ความเร็วทำได้ต่อเนื่องไปจนถึงระดับสูง ๆ และจังหวะเบรกหนัก ๆ ลดความเร็วกะทันหันก่อนเข้าโค้ง และออกตัวใหม่แรงบิดก็เข้ามาช่วยให้การออกจากโค้งทำได้กระฉับกระเฉง
ช่วงล่างด้านหน้า แมคเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลัง มัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง ยางขนาด 235/40 ZR18 รับมือกับแทรคได้ดี ขับได้สนุก แม้ว่าสายฝนทำให้รับรู้ได้บางช่วงเมื่อเข้าโค้งไปแรง ๆ ถึงอาการท้ายสไลด์ออกเล็กน้อย แต่ก็แค่นั้นครับ รถยังอยู่ในการควบคุมได้ ไม่เถลไถลไปไหน ก็ช่วยให้การขับฝ่าฝนสนุกยิ่งขึ้น
แต่ย้ำว่าขับในสนามที่มีเซฟตี้ แอเรีย ได้มาตรฐานนะครับ ถ้าขับบนท้องถนนทั่วไป เบาได้ก็ต้องเบานะครับเมื่อเจอฝน
และการได้มาขับในสนามเป็นครั้งแรกของ ซีวิค ทำให้รับรู้ได้อีกสิ่งหนึ่งว่า ระบบเบรกเขาเซ็ตมาได้ดี เพราะการเบรกหนัก ๆ ลดความเร็วลงอย่างรวดเร็ว ทั้งช่วงทางตรง หรือมีโค้งบ้าง ซีวิค ค่อนข้างนิ่งเลยทีเดียว ไม่ร่อน ไม่สะบัด และจังหวะหน้าทิ่มท้ายยกก็น้อย ช่วยให้ควบคุมรถและเตรียมการเข้า หรือ ออกจากโค้งทำได้ง่ายขึ้น
สำหรับ ซีวิค อี:เอชอีวี มี 3 รุ่นย่อย ประกอบด้วย
- EL ราคา 949,000 บาท
- EL+ 1,109,000 บาท
- RS ที่มาพร้อม Honda S+ Shift 1,259,000 บาท



